ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือเรื่องปัญหาการเกษตรและพัฒนาที่ล่าช้าในจังหวัดนครพนม โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการขายสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ หนี้สินของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น และปัญหาการเดินทางไฟฟ้าและขาดแคลนน้ำที่ยากลำบาก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ ด้วยพี่น้องเกษตรกรของจังหวัดนครพนมมีอยู่ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ได้ทำการเกษตร ปลูกข้าว ยางพารา พริก มะเขือเทศ ปาล์ม อ้อย แล้วก็เลี้ยงสัตว์ วัว ควาย หมู สัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เลี้ยงถึงจิ้งหรีด หรือไส้เดือน แล้วก็พบปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำเป็นจำนวนมาก เพราะพี่น้องเกษตรกรเรายิ่งขยันยิ่งปลูก ยิ่งเลี้ยงสัตว์ยิ่งขาดทุนมาก ในปัจจุบันนี้พี่น้องเกษตรกรจึงหวังพึ่งรัฐบาลใหม่ของเรา คือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่น ๆ ได้มาช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้ขายได้ราคาเพิ่มเป็น ๓ เท่าทุกชนิด แม้กระทั่ง วัว ควาย สัตว์เลี้ยงได้มีการส่งออกจำนวน ๑ ล้านตัวต่อปี เพื่อเกษตรกรจะได้ขายวัว ควาย จากตัวละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็น ๖๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพราะปัจจุบันนี้พี่น้องเกษตรกรของเราลำบาก ต้องส่งลูกเรียน ลูกไม่มีเงินไปโรงเรียน ต้องขายวัว ควาย ตัวละ ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าเทอม ให้ลูกมีโอกาสได้เรียนหนังสือ ปัญหาตามมาที่พี่น้องเกษตรกรร้องเรียนกันมาก นอกจาก ขายสินค้าได้ในราคาต่ำ ขาดทุน ค่าใช้จ่ายสูง ราคาปุ๋ยก็แพงมากขึ้น พี่น้องเกษตรกรเป็นหนี้ เป็นสินกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้กองทุนหมู่บ้าน ปัจจุบันนี้ต้องเป็นหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ ๕ บาทต่อเดือน ถ้าคิดเป็นปีก็ ๖๐ บาท ต่อปี ถ้าเราฝากเงินในธนาคารพาณิชย์ทั่ว ๆ ไป ดอกเบี้ยออมทรัพย์เพียง ๒๕ สตางค์ แต่พี่น้องเกษตรกรของเราต้องยืมเงินหนี้นอกระบบถึง ๖๐ บาทต่อเดือนครับท่านประธาน ถ้าคิดไปแล้วก็คือตัวอย่างง่าย ๆ ยืมเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรจะต้องถูกหักเงิน ไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ บาท ได้รับเงินสดจริง ๆ เพียง ๔๐,๐๐๐ บาท และต้องผ่อนเดือนละ ๘,๓๓๔ บาทต่อเดือน นั่นคือเป็นปัญหาของพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก ปัจจุบันต้องถูก ยึดรถยนต์ ยึดบ้าน ยึดที่ดิน ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ก็ฝากความหวังถึงรัฐบาลชุดนี้ ของพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ๆ จะได้ช่วยพี่น้องเกษตรกรของเรานะครับ
นอกจากนั้นแล้วพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะทางบ้านของกระผมเอง อำเภอนาทม อำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง ซึ่งอยู่ห่างไกลกรุงเทพฯ ๗๕๐ กิโลเมตร ปัญหาการพัฒนาล่าช้า พี่น้องทำการเกษตร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝนนี้เดินทางไม่ได้ น้ำท่วม ดินเป็นโคลนตม จะขนสินค้าเกษตรไปขายก็ไม่ได้ ส่วนหน้าแล้งขนแตงโม พริก มะเขือเทศ ยางพารา ข้าว ก็ตกหล่นไปตามถนน เพราะถนน เป็นหลุมเป็นบ่อ นั่นคือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรของเรา ถนนไม่ดีไม่พอครับ ไฟฟ้า พี่น้องเกษตรกรก็ไม่มีไฟฟ้า ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร พี่น้องของเราต้องร้องเรียนกันมาอยู่ เป็นประจำนั่นคือการพัฒนาดูแลไม่ทั่วถึง โรงงานจะไปตั้งโรงงานก็ไม่ได้เพราะไม่มีไฟฟ้า พี่น้องเกษตรกรเช้ามาต้องเดินทางจากบ้านพักไปสู่สวน สู่ไร่นา ๒๐ กิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตร ๕๐ กิโลเมตร เย็นเดินทางกลับ ก็เป็นต้นทุนที่เพิ่มให้เกษตรกรเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น พอค้าขายได้ราคาต่ำ เกษตรกรของเราก็ขาดทุน เพราะต้นทุนไปอยู่ที่ค่าน้ำมัน และโดยเฉพาะจังหวัดนครพนม น้ำมันจะแพงกว่าจังหวัดอื่น ๆ ลิตรละประมาณ ๒-๓ บาท เพราะเป็นจังหวัดที่ห่างไกล นั่นคือพี่น้องเกษตรกรของเราถึงมีความทุกข์ยากมาก นอกจาก ไม่มีไฟฟ้าแล้ว โรงงานไปตั้งไม่ได้ พี่น้องเกษตรกรใช้น้ำมันราคาแพง ต้นทุนสูง เรื่องน้ำ ก็มีปัญหา พี่น้องประชาชนขาดแคลนน้ำ น้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร ยังโชคดีที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ท่านได้ร่วมกับทีมเกษตรของพรรคเพื่อไทย ร่วมกับ สส. พรรคเพื่อไทยของเราก่อนจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะได้รับเลือก เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านไปดูเรื่องน้ำที่จังหวัดนครพนม เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วง ประเทศไทยของเราจะแห้งแล้งและจะขาดแคลนน้ำ ท่านได้เป็นห่วงพี่น้องของเรา ต้องมีธนาคารน้ำใต้ดิน นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่พี่น้องเกษตรกรรอมานานหลายสิบปี ถ้าเรามีน้ำ พี่น้องของเราก็ไม่ยากจน ถ้ามีน้ำพี่น้องเกษตรกรก็ทำการเกษตรได้ตลอดปี นั่นคือสิ่งที่ รัฐบาลชุดนี้ต้องมีแหล่งน้ำ ขุดลอกหนองน้ำ ทำฝาย ทำเขื่อน ทำอ่างเก็บน้ำ ทำระบบ ชลประทาน มีประตูระบายน้ำ ปิดน้ำไว้ในหน้าฝนนี้ เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง นั่นคือสิ่งที่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคต้องช่วยกัน ช่วยพี่น้องเกษตรกรของเรา เรื่องน้ำไม่พอ พี่น้องของเรายังมีความลำบากที่ต้องเจอปัญหาเรื่องราคาไฟฟ้าแพง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็ประกาศ ไปแล้ว ในสัปดาห์หน้านี้จะประกาศลดราคาน้ำมัน ไฟฟ้า แก๊ส ลงทันที ซึ่งจะทำให้ราคาปุ๋ย ราคาสินค้าอื่น ๆ ถูกลง กราบขอบพระคุณครับ