ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำร่วมกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขาดแคลนที่ดินทำกิน และผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเน้นย้ำถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบปัญหาความยากจนและหนี้สิน จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการประกันรายได้ จัดการตลาดรองรับผลผลิต ควบคุมราคาปุ๋ย ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรและการประกันภัยพืชผลเพื่อลดความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงในระยะยาว
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับแรก ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุญัตติของผมและคณะ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและต้นทุนสูง และได้ขอส่งผล การพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ และขอขอบคุณทางสำนักกฎหมายที่ได้ช่วยร่างญัตติ ขอขอบคุณทางสำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้จัดทำเอกสาร ประกอบการพิจารณาในครั้งนี้ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ อย่างรวดเร็วในการอ่านญัตตินี้ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยยางพาราและปาล์มน้ำมันถือเป็น พืชเศรษฐกิจหลักสำคัญของประเทศ แต่ปัจจุบันราคาปาล์มน้ำมันและราคายางพาราลดลง อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรสวนยางพาราได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะหลังได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 มายาวนานแล้ว ยังต้องเผชิญกับวิกฤติราคาผลผลิต ทางการเกษตรตกต่ำรายวันและมีต้นทุนสูง เช่น น้ำ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง มีราคาสูงขึ้น อีกทั้งไม่มี ตลาดรองรับ โดยเฉพาะเกษตรกรสวนปาล์มได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากลานซื้อปาล์ม หลายพื้นที่ปิดรับการซื้อชั่วคราวทำให้เกษตรกรไม่สามารถตัดปาล์มขายได้ และต้องนำรถ ไปจอดรอคิวนาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดราคาปาล์มจึงสวนทางกับราคาตลาดโลก สินค้าล้นตลาด ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ จนทำให้เกษตรกรสวนยางและสวนปาล์ม ต้องแบกรับต้นทุนที่เสี่ยงต่อการขาดทุนสะสม ดังนั้นหากภาครัฐไม่เร่งดำเนินการจะส่ง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงขอให้รัฐบาลตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยขอให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการยาง แห่งประเทศไทย เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และขอให้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาว เช่น การจัดหา ตลาดรองรับ การออกมาตรการประกันราคา เป็นต้น ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๕ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและต้นทุนสูง และส่งผลการพิจารณา ให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป โดยผมขออนุญาตชี้แจงรายละเอียดดังต่อไปนี้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ หนึ่งในปัญหาความเดือดร้อนที่ใหญ่ที่สุดที่ผม ได้รับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่คือปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ เช่น ราคายางพารา ราคาปาล์ม ข้าว และข้าวโพด ไปจนถึงราคาพืชผัก ผลไม้ และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่ตกต่ำ เช่น กุ้ง ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติไปนะครับ นอกจากนี้ครับท่านประธาน เกษตรกรยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ราคาปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง ยาปราบศัตรูพืชที่สูงขึ้นทุกปี ประกอบกับปัญหาขาดที่ดินทำกินครับ การครอบครองที่ดินอย่างไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือยังต้องเช่าที่ทำการเกษตร ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ท่านประธานครับ สำหรับปัญหาราคาพืชผลการเกษตร ตกต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาด้านคุณภาพ ปัญหาด้านปริมาณ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านความต้องการของตลาดโลก และกลไกทางตลาด อีกทั้งยังมีเรื่องการแข่งขันจาก ต่างประเทศที่มีศักยภาพการผลิต มีคุณภาพ และมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่ามาก ผมขอ ยกตัวอย่างยางพาราครับ ซึ่งมีเกษตรกรที่เพาะปลูกยางพาราถึง ๑,๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ในปัจจุบันต้นทุนการผลิตน้ำยางสดอยู่ที่ประมาณ ๖๑ บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาน้ำยางสด ณ โรงงานลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย ๔๔ บาทต่อกิโลกรัมในปีนี้ ประกอบกับผลผลิตน้ำยางพารา ต่อไร่ก็ลดลง ทำให้เกษตรกรประสบกับปัญหาขาดทุน พี่น้องจะอยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธาน
สำหรับผลไม้และพืชผลตามฤดูกาล เมื่อถึงฤดูกาลก็มีผลผลิตจำนวนมาก เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง ก็มีปัญหาเรื่องตลาดที่รองรับครับ และการกระจายผลผลิต ซ้ำร้ายเกษตรกรก็ถูกกดราคาอีกครับ
และอีกปัญหาที่ใหญ่ไม่แพ้กันที่เกษตรกรต้องเผชิญคือ ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อน้ำและผลผลิตให้ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ El Nino ส่งผลให้เกิดภาวะ ฝนน้อย น้ำแล้ง และอากาศร้อน
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าทางการเกษตรและอาหาร ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก หรือเรียกว่า ครัวโลก ซึ่งประชากรของไทยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ในภาคการเกษตร แต่จากที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัจจุบันเกษตรกรเจอปัญหา ที่ถาโถมและท้าทายยิ่งนักครับ ทำให้พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของพี่น้องประชาชน และส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด และปัญหาคุณภาพชีวิตจึงต้องพึ่ง ความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านต่าง ๆ
กระผมขอขอบคุณรัฐบาลชุดที่ผ่านมาครับ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในทุกด้าน ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง ด้านน้ำ อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือและส่งเสริมเกษตรกรในด้านต่าง ๆ ตลอดที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนคนพัทลุงและคนไทยทั้งประเทศคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลชุดใหม่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน จึงเป็นเหตุผลที่ผมและคณะในฐานะ ผู้แทนของพี่น้องประชาชนได้ตั้งญัตติในวันนี้ และทราบว่ามีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำในวันนี้ เพื่อส่งเสียงของพี่น้อง ประชาชนไปยังรัฐบาลครับท่านประธาน โดยผมขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะผ่านท่านประธาน เพื่อรัฐบาลได้ดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกษตรกรไทยหลุดพ้นจากความยากจน ดังนี้ครับ
๑. สำหรับปัญหาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำนะครับ ขอรัฐบาลได้ดำเนินการ ช่วยเหลือด้านรายได้ และด้านสวัสดิการแก่เกษตรกร เช่น การประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ในยามที่ราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ หรือน้อยกว่าราคาขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด ทั้งข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด เพื่อให้เกษตรกรสามารถยังชีพอยู่ได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการและประสบความสำเร็จในการประกันรายได้เกษตรกร ชาวสวนยางและสวนปาล์มครับ
๒. ด้านปัญหาราคาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สำหรับราคาปุ๋ยเคมีนั้น แม้จะเริ่ม ลดลงแล้วแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ราคาแพง กระทรวงพาณิชย์ควรมีการควบคุมและปรับราคา ปุ๋ยให้ลดลง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในระยะเร่งด่วน โดยในระยะยาวกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะสนับสนุนในการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม พัฒนา อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะปุ๋ย Potassium ที่ไทยมีศักยภาพการผลิต ร่วมกับการ ส่งเสริมกลุ่มผลิตปุ๋ยเพื่อการผลิตปุ๋ยใช้เอง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพให้เพียงพอ ไปจนถึงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครับ
๓. ด้านปัญหาผลผลิตล้นตลาด ซึ่งเป็นปัญหาที่พี่น้องเผชิญมาอย่างยาวนาน แต่เราทราบดีครับว่าผลผลิตบางส่วนมีฤดูกาลที่ค่อนข้างแน่ชัด สามารถคาดการณ์ฤดูกาล ที่จะออกผลผลิตได้อยู่แล้ว ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งจัดหาตลาดรองรับ ไว้ก่อนล่วงหน้า และให้ความสำคัญกับการกระจายผลผลิตไปสู่ภาคอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น มังคุด ลองกองจากภาคใต้ ควรจะมีการช่วยเหลือในการกระจายไปสู่ภาคเหนือ และภาคอีสาน อีกทั้งยังควรสนับสนุนการใช้ผลผลิตภายในประเทศ สนับสนุนการแปรรูป ผลผลิตที่มากยิ่งขึ้นครับ
๔. ด้านหนี้สินของเกษตรกร ขอให้รัฐบาลได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรเพื่อลดภาระเกษตรกรเฉพาะหน้า ในช่วงที่ เศรษฐกิจและราคาพืชผลสินค้าเกษตรตกต่ำเช่นตอนนี้ พร้อมกับต้องเร่งเพิ่มรายได้ให้กับ เกษตรกรควบคู่กันไป เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักหนี้นะครับ
๕. ด้านการพัฒนาเกษตรกร ขอให้รัฐบาลได้พัฒนาเกษตรกรในด้านทักษะ ความรู้ การพัฒนาการผลิตที่มีคุณภาพ การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าสินค้า การบริหาร ประกอบการ และการเงิน และวิเคราะห์ต้นทุน ไปจนถึงการพัฒนาให้เกษตรกรสามารถ เข้าถึงและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดสินค้าได้ ทั้งระดับภายในประเทศ และนอกประเทศ อีกทั้งยังควรส่งเสริมและให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับทำการเกษตรผสมผสาน ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มรายได้เสริมและลดความเสี่ยงต่อการพึ่งพาผลผลิตเพียงชนิดเดียวครับ
๖. ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาระบบโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเกษตรกรรม เช่น ระบบการขนส่ง การออก เอกสารสิทธิที่ดินทำกิน และเร่งสร้างระบบน้ำและชลประทานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหา เหล่านี้เกษตรกรประสบอยู่ทั่วประเทศครับ
๗. ขอให้รัฐบาลได้ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร พัฒนาบริหารจัดการ ของกลุ่ม และเครือข่ายเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร และวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งการรวมกลุ่มของเกษตรกรจะเป็นพลังต่อรอง เป็นศูนย์รวมของความช่วยเหลือ การถ่ายทอดความรู้ การส่งเสริมกลุ่มให้มีการบริหารจัดการทั้งด้านเงินลงทุน วัตถุดิบ และเครื่องจักร การลดต้นทุนการผลิต การจัดการจำหน่าย จัดหาตลาดรองรับ และจะช่วย ให้มีการผลิตสินค้าบริการใหม่ ๆ ได้อย่างยั่งยืน เช่นการสนับสนุนเงินทุนกลุ่มประมงท้องถิ่น และการสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่เป็นต้น
๘. ขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการโครงการประกันภัยพืชผล ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐ จะต้องส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการบริหารความเสี่ยง ทางการเงินของเกษตรกรไทย โดยเป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงของเกษตรกรไปยังผู้ประกันภัย ซึ่งในระยะยาวยังสามารถช่วยลดความกดดันต่อภาระงบประมาณของรัฐได้อีกด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ หากเราเปรียบเทียบไทยเป็นครัวของโลก ขณะนี้ครัวแห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและขาดแคลนเต็มที และหากเราเปรียบเทียบ เกษตรกรของไทยเป็นกระดูกสันหลังของชาติ กระดูกสันหลังนี้ก็กำลังผุกร่อน รอการรักษา และช่วยเหลือ ผมจึงขอส่งปัญหาความเดือดร้อนเหล่านี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและต้นทุนสูง และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาล ได้นำไปดำเนินการต่อไป ทั้งหมดนี้เพื่อการสร้างความมั่นคงทางรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต เกษตรกร เพื่อชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพื่อครัวโลกที่สมบูรณ์ และกระดูกสันหลัง ของชาติที่เข้มแข็งต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน