อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือการดำเนินงานของ กสทช. โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การให้บริการในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมที่ส่งผลต่อผู้ใช้บริการ รวมถึงข้อกังวลเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการจัดการสายสื่อสาร และเสนอให้พัฒนาระบบเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของคณะกรรมการติดตามและประเมินผล กสทช. ว่าทำหน้าที่ได้จริงหรือไม่ รวมถึงข้อพิพาทภายในองค์กร การปลดเลขาธิการ การสรรหาใหม่ที่อาจทำให้คำสั่งเดิมเป็นโมฆะ และเรียกร้องให้ชี้แจงความชัดเจนในประเด็นดังกล่าวทั้งหมด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ มาพร้อมกับ กตป. หรือคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ผมนั่งฟังด้วยความตั้งใจตั้งแต่เช้าครับ แล้วก็ต้องกราบเรียนว่าที่ลุกขึ้นอภิปรายในวันนี้ ก็ตั้งจิตมาแต่ไกล ตั้งใจมาแต่บ้าน เพราะเรื่องของ กสทช. นั้นมันกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน เรื่องของการบริหารจัดการคลื่นความถี่ เรื่องของความโปร่งใส ในการบริหารจัดการงบประมาณของ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ของประเทศนั้น เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนจับตา และหลายต่อหลายครั้งที่เราได้ฟังคำอรรถาธิบายจาก กสทช. เหมือนกับฟังเพลงศิรินทรา นิยากร คืออยากฟังซ้ำคำที่ท่านอธิบาย เพราะหลายเรื่องฟังแล้ว เกิดความมั่นใจ แต่หลายเรื่องแล้วก็เหมือนเราพายเรือวนในอ่างกลับมาที่เดิม ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมลองจัดหมวดหมู่ที่ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปรายในหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ได้หลายหมวดหมู่ด้วยกัน เรื่องที่ท่านสมาชิกให้ความห่วงใยสนใจหลัก ๆ เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของ กสทช. ก่อนลุกขึ้นอภิปรายผมก็ได้ถามข้อมูล จากเพื่อนสมาชิกทั้งในสภา นอกสภา เขาบอกว่าฝากให้กำลังใจ กสทช. และฝากเน้นย้ำ ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายให้ชัดเจน ยึดกฎหมายให้มากเพราะว่าจะมีคนติดตาม ตรวจสอบท่านอย่างใกล้ชิด อย่างที่ผมเรียนว่างานของ กสทช. นั้นภารกิจสำคัญมันเป็น หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตถือเป็นปัจจัยที่ ๕ ตื่นเช้ามานี้ถ้าเรามาวัดชั่วโมง ของการที่เรามีภารกิจในชีวิตระหว่างการอยู่บ้าน กับการอยู่กับโทรศัพท์มือถือ อยู่กับหน้าจอ อยู่กับภารกิจของ กสทช. นั้น ตัดสินใจยากว่าเราใช้ภารกิจในแต่ละวันนั้นไปกับสิ่งใด มากกว่ากัน ดังนั้นข้อห่วงใยที่ ๑ ก็คือเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของ กสทช. ซึ่งท่าน ก็ได้ชี้แจงแล้ว เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของ USO ซึ่งก็เข้าใจว่ามีการเติม Speed มีการเพิ่มเข้าไป แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีจุดโหว่หรือยังมีจุดที่มีปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกรณี ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของปัญหาแก๊ง Call Center ด้วยความเคารพนะครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นอภิปรายและตั้งข้อสังเกตใน พ.ร.บ. ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผมก็ได้ใช้บริการคณะกรรมการนะครับ ด้วยความเคารพ เพราะก็มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ แก๊ง Call Center ผมก็ฝากท่านกรรมการไป ซึ่งก็ต้องกราบเรียนท่านว่าจากวันฝากจนวันนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นท่านต้องอดทนนะครับ ถ้าจะมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องของงาน แก้ไขเรื่องของแก๊ง Call Center
เรื่องสำคัญอีก ๑ เรื่อง ที่พี่น้องประชาชนไม่ค่อยสบายใจก็คือเรื่องของ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ ๒ ค่าย ซึ่งเรื่องนี้มีประชาชนได้รับ ผลกระทบอย่างมาก และหลายครั้งที่แต่ละท่านชี้แจงมันก็ยังมีหลายประเด็น โดยเฉพาะ ในเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้บริการในค่ายมือถือทั้ง ๒ ค่ายดังว่า ดังนั้นผมจึงต้องเรียน ว่าการสื่อสารชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อพิทักษ์สิทธิของพี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการ โทรศัพท์มือถือทั้ง ๒ ค่ายนั้นท่านจะต้องดำเนินการต่อไป ผมต้องขอกราบเรียนว่า งาน กสทช. ที่ลุกขึ้นมาชี้แจงหลายเรื่อง เฉพาะวันนี้ท่านสมาชิกได้ถามท่านก็ตอบตรง ประเด็นเช่นเรื่องของการจัดระเบียบสายสื่อสาร ผมก็ได้ทราบจากท่านว่าก่อนจะเอา สายใหม่ขึ้นก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายสัญญาณปล่อยผ่านสายเก่าก่อน ทีนี้สิ่งที่ท่านยังชี้แจง ไม่ชัดหรือตอบไม่ตรงนัก ก็คือว่าการจัดระเบียบสายสื่อสารจากบนดินลงไปใต้ดินมันทำให้ ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างไร แต่ผมยืนยัน ผมฟังท่าทีของท่านแล้วสบายใจที่ท่าน กสทช. บอกว่า ต่อไปนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกในพื้นที่ใดก็ตามที่สนใจใคร่รู้ตื่นตัวในเรื่องนี้จะไปชี้ด้วยกัน ไปจัด ระเบียบสายสื่อสารด้วยกันท่านก็ยินดี ซึ่งผมว่าเป็นท่าทีที่จะทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน โดยยึดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เรื่องของการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ผมตั้ง คำถามต่อว่ามันมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไร เรื่องของ Cell Broadcast SMS เตือนภัย พิบัติท่านก็ชี้แจงได้ดีนะครับ ผมฟังก็เห็นภาพว่ามันจะไปเตือนอุตลุดก็คงไม่ได้ คือแทนที่จะ เตือนภัยมันกลายเป็นการสร้างความโกลาหล แต่ผมคิดว่าท่านควรจะต้องมีระบบ ในการสร้างสมดุลว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไร แล้ว Cell Broadcast มันเหนือกว่า วิทยุทรานซิสเตอร์ที่เคยมีคนแนะนำให้เราใช้ในการเตือนภัยพิบัติอย่างไร และผลสัมฤทธิ์ ของเรื่องนี้เดินมาถึงปัจจุบันนี้อยู่ตรงไหน แล้วระยะทางกว่าจะถึงเป้าหมายอยู่ไกลแค่ไหน อย่างไร ผมใช้เวลากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ ผมเข้าใจว่าครบถ้วนก็ต้องบริหารจัดการที่ กตป. ด้วย ผมตั้งคำถาม สัก ๓ ข้อ ขอบพระคุณที่ท่าน กตป. ยิ้มรับคำถามที่ผมจะได้ถามนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
คำถามที่ ๑ ผมถาม กตป. หรือคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. หรือที่เรียกว่า Super Board เอาเข้าจริงเป็น Super Board จริงหรือเปล่าหรือเป็นเสือกระดาษ เพราะ กตป. ถูกตั้งข้อสังเกตว่าจริง ๆ แล้วทำอะไร กสทช. ไม่ได้เลยหรือเปล่า ทำได้แค่การรายงานเท่านั้น หรือไม่ ปัญหาและอุปสรรคของ กตป. มีอะไรบ้าง นี่คำถามข้อที่ ๑ ซึ่งผมเชื่อว่า กตป. ต้องตอบได้นะครับ
คำถามที่ ๒ ความไม่เป็นเอกภาพของกรรมการ กสทช. ที่ต้องยอมรับว่า มีสารพัดข่าวมากมาย ข่าวเชิงบวกนี่น้อยครับ แต่ข่าวเชิงลบนี่เยอะ คำถามคือ กตป. จะใส่ เข้าไปในรายงานปีหน้าหรือไม่ หรือไม่กล้าใส่เพราะว่าเกรงใจ กสทช.
คำถามที่ ๓ การที่ Board ๔ คน มีมติปลดเลขาธิการ แต่ประธานไม่ยอมปลด ในแง่กฎหมายจะต้องส่งไปที่ศาลปกครองหรือไม่ แล้วถ้าสรรหาเลขาธิการ กสทช. แล้วได้เลขาธิการคนที่โดนปลดไป สิ่งที่เซ็นคำสั่งไปเป็นโมฆะนั้นกรรมการ กสทช. จะทำ เรื่องนี้ให้ชัดเจนได้อย่างไร นี่ก็เป็นประเด็นคำถามที่ฝากไว้ แล้วก็ขอให้กำลังใจ ทั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวมถึง กตป. คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กราบขอบพระคุณครับ