เบญจา แสงจันทร์ ท้วงติงการอนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 3 โรงในจังหวัดปราจีนบุรีที่อาจเลี่ยงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของผู้ประกอบการและข้อได้เปรียบในกระบวนการรับซื้อไฟฟ้า พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนความโปร่งใสของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ดำเนินการอย่างเร่งรัดและไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงกระบวนการคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปรายรับทราบรายงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลลาดตะเคียน ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีค่ะ ว่าขณะนี้กำลังมีความพยายาม ในการขออนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมเป็นจำนวน ๓ โรงด้วยกัน ดิฉันขอ Slide ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ซึ่งท่านประธานคะ ในแต่ละโรงมีกำลังการผลิตเป็นกำลังการผลิตโรงละ ๙.๙ เมกะวัตต์ และเมื่อนำมารวมกัน จะเป็น ๒๙.๗ เมกะวัตต์ โดย ๓ โรงนี้ที่เห็นอยู่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ต่อเนื่องและติดกันทั้งหมด อยู่บนที่ดิน ๖๒ ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคกบินทร์บุรี ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้า ๓ โรงนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าจาก เชื้อเพลิง ขยะอุตสาหกรรมทั้งหมดนี้มาจากบริษัทเดียวกัน แล้วก็ทั้ง ๓ บริษัทนี้ ตั้งอยู่บนที่ดินต่อเนื่องกัน ดิฉันขอฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงว่า โรงไฟฟ้าทั้ง ๓ โรงนี้ยังถือเป็นโครงการการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ อุตสาหกรรมขนาดเล็กมากได้อยู่หรือไม่ หรือถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ อุตสาหกรรมทั้ง ๓ โรงนี้จะเป็นโรงไฟฟ้าที่มีขนาดไม่เกิน ๑๐ เมกะวัตต์ แต่แน่นอนว่าพอโรงติดกันและเมื่อมันเดินเครื่องใกล้เคียงกัน เดินเครื่องพร้อมกันกำลัง การผลิตก็จะเกือบ ๓๐ เมกะวัตต์เลยทีเดียว และเนื่องจากว่าโรงไฟฟ้านี้มันตั้งอยู่ในบริเวณ เดียวกัน ดิฉันจึงขอตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทนี้จงใจที่จะยื่นขออนุญาตเพื่อหลีกเลี่ยงการทำ รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่
และอีกประเด็นนะคะท่านประธาน เนื่องจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าขนาดเล็กมากมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กเข้ามามีส่วน ในการผลิตไฟฟ้า แต่ในกรณีโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม ไฮเทคกบินทร์บุรีไม่ได้เป็นเช่นนั้น โรงไฟฟ้าทั้ง ๓ โรงนี้จะเห็นว่ามีผู้ถือหุ้นหลักเป็น บริษัทเดียวกันนั่นคือบริษัท เก็ทกรีน พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอยู่ก่อนแล้วด้วย ซึ่งพอไปดูใน Slide ที่ ๔ จะเห็นว่า บริษัท เก็ทกรีน พาวเวอร์ จำกัด ยังมีบริษัทลูกอีก ๑๐ บริษัท ซึ่งทำโรงไฟฟ้าใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปราจีนบุรี และนี่จึงถือว่าเป็นการลวงตา หลบกฎเกณฑ์ เลี่ยงความรับผิดชอบ แล้วก็เป็นการดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง โดยมีเจตนาที่จะเลี่ยง การปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือไม่ ซึ่งในส่วนของการปฏิบัติ ตามระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ในปี ๒๕๖๕-๒๕๗๓ สำหรับขยะอุตสาหกรรมที่มีใจความสำคัญว่า โครงการที่เสนอขายไฟฟ้า ต้องเป็นโรงไฟฟ้าที่ลงทุนก่อสร้างใหม่ และไม่เคยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือไม่เคยได้รับ การตอบรับซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย และไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น เป็นโครงการที่มี สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายที่ยังมี ผลบังคับใช้อยู่ ท่านประธานคะ ถ้าดูจากระเบียบที่ดิฉันได้กล่าวมา บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงไม่สามารถมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าได้อีกหรือไม่ ดังนั้นการที่ทั้ง ๓ บริษัทได้รับอนุมัติและได้รับอนุญาตจาก กกพ. ให้ก่อตั้งโรงไฟฟ้าจึงเป็น การดำเนินการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย และยังเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบ ธรรมอีกด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้ทราบมาในวันนี้ว่าเวทีการรับฟัง ความคิดเห็นประกอบการออกใบอนุญาตกิจการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมนี้ เป็นกิจการที่ก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน มีการจัด เวทีนี้ขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทที่ปรึกษาและบริษัทเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้า ขยะอุตสาหกรรมทั้ง ๓ โครงการ ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และทำการรับฟังความคิดเห็นทั้ง ๓ โครงการในเวลาเดียวกันเลย มีการจัดประชุม แค่ครั้งเดียว แล้วก็ใช้ทั้ง ๓ โครงการ ในการจัดประชุมจัดประชุมวันเดียว ๓ โรงไฟฟ้าไปเลย แล้วก็การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นทางบริษัท เจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างทั่วถึง ทำให้ ประชาชนในพื้นที่เกือบทั้งหมดไม่ทราบข้อมูล แล้วก็ตั้งใจจัดการประชุมนี้ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนส่วนใหญ่ ต้องไปทำงานกัน ส่วนสถานที่การจัดประชุม รับฟังความคิดเห็นไปใช้ในโรงแรมที่ไกลออกไปจากพื้นที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรม และบริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้ามากว่า ๑๐ กิโลเมตร นี่จึงเป็นการที่แสดงถึงเจตนาในการที่จะ กีดกันและไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและทำให้จำนวน ผู้ที่มาร่วมในการแสดงความคิดเห็นในวันนั้นมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ การกระทำที่ดิฉันได้พูดมาทั้งหมดดิฉันได้อธิบายแล้วว่าทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการ ที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมายและไม่ชอบธรรมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างมากค่ะ ท่านประธานคะ ทุกครั้งที่มีโครงการและมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นโครงการเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและเป็นโครงการที่สร้างผลกำไรอย่างมหาศาลให้กับนายทุน แต่ผลกำไรนี้มันสร้างขึ้นจากคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชน แล้วโครงการเหล่านี้ไม่เคยไปสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับพวกเขาเลย ไม่สร้างความมั่นคง ในระบบนิเวศ แล้วไปทำลายสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของพวกเขาอีกด้วย สุดท้ายนี้ ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มาชี้แจงในวันนี้ค่ะ ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก โครงการมากที่สุดอาจจะไม่ใช่ท่านที่เป็นผู้อนุมัติ แต่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชน ในพื้นที่ ที่อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ดังนี้ดิฉันจึงขอให้ท่านช่วยพิจารณาอีกครั้ง ให้ยุติการออกใบอนุญาต โรงไฟฟ้าทั้ง ๓ โรงนี้ออกไปก่อน แล้วก็ช่วยกันทบทวนพิจารณาให้รอบคอบ รวมถึงให้ ทางท่านผู้ชี้แจงได้ทบทวนพิจารณารายชื่อของผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากที่ได้รับ การคัดเลือกตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่ลงวันที่ ๕ เมษายน ในปีนี้ค่ะ พิจารณาใหม่ให้มีความละเอียดและวางกรอบในเรื่องของการศึกษาความพร้อม ของพื้นที่ ให้เหมาะสมแล้วก็ตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการกำกับ กิจการให้รอบคอบมากกว่านี้ก่อนด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน