กฤช ศิลปชัย หารือปัญหาการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา 97 (3) ในจังหวัดระยอง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในรายงานการใช้งบประมาณที่ขาดความโปร่งใส ไม่มีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ชัดเจน รวมถึงกระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการที่มีลักษณะมุบมิบและขาดความเป็นธรรม พร้อมเสนอให้ปรับปรุงระเบียบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขยายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และเปิดทางให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถดำเนินโครงการได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนราชการทุกชั้น เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกองทุนและสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะขออภิปราย ในประเด็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา ๙๗ (๓) เนื่องจากจังหวัดระยองมีโรงไฟฟ้ากว่า ๔๕ โรง ซึ่งส่งผลให้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของโรงไฟฟ้าอย่างหนักครับ ท่านประธานครับ กองทุนไฟฟ้าตามมาตรา ๙๗ (๓) คือกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน ในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ถ้าเราจำกันได้ว่าในอดีตเวลามี การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือจะมีการเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้ามักจะมีพี่น้องประชาชน ออกมาคัดค้านต่อต้านกันอยู่เป็นจำนวนมากอยู่เสมอ ๆ ครับ ด้วยเหตุกังวลว่าจะมีผลกระทบ กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในชุมชน กระทบต่อคุณภาพชีวิตอันเกิดมาจากการดำเนินกิจการของ โรงไฟฟ้าครับ จากความขัดแย้งดังกล่าวจึงได้มีการจัดตั้งกองทุนไฟฟ้าขึ้นที่เรียกว่ากองทุน ไฟฟ้าตามมาตรา ๙๗ (๓) เพื่อที่จะได้มีงบประมาณมาแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็ว ไม่ล่าช้า สามารถพัฒนาชุมชนหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าได้ครับ แต่หลังจากการดำเนินการดังกล่าวไปสักระยะหนึ่ง กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเริ่มเป็นที่หมายปอง จากหลายฝ่ายมากขึ้น เนื่องจากมีงบประมาณโดยเฉพาะกองทุนประเภท ก ที่มีงบประมาณ ตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาท จนถึงหลายร้อยล้านบาทต่อปีครับ มีการออกระเบียบ และประกาศของ กกพ. มากมายเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนไฟฟ้า หลายข้อเป็นเรื่องที่ดีครับ เช่น การกำหนดแผนงานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นรูปธรรมมากขึ้น เห็นผลงาน จับต้องได้มากขึ้น แต่ท่านประธานครับ ระเบียบบางข้อที่ออกมาเรื่อย ๆ บางครั้ง ก็เป็นปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของกองทุนไฟฟ้าหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งวันนี้ก็จะขออภิปราย เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็อาจจะมีข้อเสนอแนะที่พี่น้องประชาชนหรือพี่น้องข้าราชการ ฝากมายังผู้ชี้แจงเพื่อนำไปพิจารณาปรับแก้ระเบียบ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้การดำเนินงานของ กองทุนไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นไปตามเจตนารมณ์มากขึ้นครับ
ท่านประธานครับ ก่อนที่จะลงในรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ผมต้องขอ บอกว่าจากเอกสารในรายงานในเล่มนี้ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าค่อนข้าง ขาดรายละเอียดที่จำเป็นในหลายประเด็นครับ ในรายงานฉบับนี้มีเพียงที่มาของงบประมาณ แล้วก็ภาพรวมว่าใช้งบประมาณไปกับด้านใดบ้าง แต่ไม่มีรายละเอียดให้พวกเราได้รับทราบ เลยว่างบประมาณที่จัดสรรไปตามแผนงานต่าง ๆ มีรายละเอียดอะไรบ้าง เกิดประโยชน์ มากน้อยเพียงใด บรรลุเป้าประสงค์ หรือมีตัวชี้วัดอะไรหรือไม่ และดำเนินการได้สอดคล้อง กับตัวชี้วัดหรือไม่ครับ
ท่านประธานครับกลับเข้ามาในประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการกระจายอำนาจ ที่ท่านบอกว่าได้มีการกระจายอำนาจพิจารณาการอนุมัติแผนงานโครงการให้คณะกรรมการ กองทุนรอบโรงไฟฟ้าได้เป็นผู้อนุมัติและส่งให้กับ กกพ. เป็นผู้รับทราบผลการพิจารณา ในเอกสารรายงานฉบับนี้ก็มีเรื่องของการกระจายอำนาจที่เขียนไว้อยู่ครับ แต่ในความเป็นจริง ท่านประธานครับ เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติไปแล้วได้จัดส่งแผนงานโครงการ ให้ กกพ. รับทราบ แต่ก็ปรากฏเหตุการณ์ว่ามีการไม่รับทราบแผนงานหรือโครงการ บางโครงการเกิดขึ้น แล้วก็ได้มีการตัดงบประมาณดังกล่าวออก จึงอยากจะถามว่า เมื่อระเบียบให้คณะกรรมการระดับพื้นที่เป็นผู้อนุมัติ กกพ. มีหน้าที่รับทราบ แต่เหตุใด ถึงมีการไม่รับทราบแผนงานหรือโครงการนั้นด้วยครับ นั่นหมายความว่าการที่ท่านให้อำนาจ คณะกรรมการในการอนุมัตินั้นเป็นการกระจายอำนาจจริงหรือไม่ หรือว่าสุดท้ายการอนุมัติ ก็ยังอยู่ในมือของพวกท่านอยู่ดีครับ
ประเด็นที่ ๒ การคัดเลือกหรือการสรรหาคณะกรรมการผู้แทนภาคประชาชน เนื่องจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยเฉพาะกองทุนประเภท ก ที่มีงบประมาณมาก พอ ๆ หรือเทียบเท่ากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติการเลือกคณะกรรมการ ต่าง ๆ บางครั้งกลับมุบมิบกันเลือกคณะกรรมการ ขาดการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไป ในพื้นที่ได้รับทราบเท่าที่ควร และส่วนใหญ่ก็เป็นการจัดตั้งคน มีการแจกจ่ายเงิน สิ่งของ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้เขาเลือกคนคนนั้นมาเป็นตัวแทนภาคประชาชนครับ
ต่อไปครับ คุณสมบัติของคณะกรรมการต่าง ๆ ตามระเบียบฉบับนี้ครับ ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า หรือฟื้นฟูท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบ ปี ๒๕๖๓ ก็ได้ไปกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการใน ข้อ ๑๕ (๒) ก็ดันไปกำหนดเกณฑ์อายุ อายุขั้นต่ำ ๒๐ ปี อันนี้เข้าใจได้ แต่ไปกำหนดเกณฑ์อายุไม่เกิน ๗๐ ปี ผมคิดว่าบางครั้งคนที่จะมาเสนอตัวเป็นผู้แทนก็ไม่ควรไปจำกัดสิทธิ ถ้าเราลองไปดูว่า การรับสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับ อบต. จนถึง สส. ก็ไม่ได้มีการกำหนดจำกัดอายุขั้นสูงไว้ ดังนั้นขอเสนอให้การเลือกตั้งหรือการสรรหาคณะกรรมการควรมีการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น โดยขอให้อาจจะนำหลักเกณฑ์เดียวกันกับการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้ กับการเลือกคณะกรรมการ โดยเฉพาะกรรมการผู้แทนภาคประชาชน
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นเรื่องหน่วยรับงบประมาณหรือหน่วยดำเนินงาน ตามระเบียบของ กกพ. ก็ได้กำหนดวิธีการดำเนินการโครงการให้มีหน่วยดำเนินงาน หรือหน่วยรับงบประมาณ ได้แก่ นิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลในชุมชน หรือมูลนิธิ แต่ในทางปฏิบัติโครงการส่วนใหญ่ต้องให้หน่วยงานราชการ ส่วนราชการ เป็นผู้ดำเนินงานให้ ท่านทราบหรือไม่ครับว่าแต่ละหน่วยงานราชการก็มีภารกิจของตัวเอง มากอยู่แล้ว ยังต้องมาเป็นหน่วยดำเนินงานให้กองทุนไฟฟ้า ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความล่าช้า โครงการขาดประสิทธิภาพ จึงขอเสนอให้มีการแก้ไขระเบียบตัวนี้ ขอให้สำนักงานกองทุน ในแต่ละพื้นที่อาจจะเพิ่มระเบียบหรือว่ามีข้อกำหนดให้สามารถดำเนินการด้วยตัวเอง โดยใช้กระบวนการการตรวจสอบเช่นเดียวกับโครงการของภาครัฐ
ประเด็นที่ ๔ หน่วยงานราชการบางหน่วยงานราชการมีการนำเงินงบประมาณ ของกองทุนไปใช้เพื่อประโยชน์ของราชการตนเอง ทั้ง ๆ ที่กองทุนมีเจตนารมณ์ที่จะให้ งบประมาณตกถึงประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ แต่ก็มีการนำงบไปใช้ ในการซื้อเครื่องปรับอากาศบ้าง ซื้อรถยนต์ ซื้อคอมพิวเตอร์บ้าง ซึ่งอาจจะไม่ตรงต่อ เจตนารมณ์เสียทีเดียว จึงอาจจะต้องเสนอให้มีการกำหนดกรอบว่าถ้าหน่วยงานราชการ จะเอางบประมาณไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องความโปร่งใสของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า วันนี้ ถ้าเข้าไปดูใน Website ของกองทุนไฟฟ้าแต่ละกอง เราจะเข้าไปดูหน้าแผนงานโครงการ ไม่สามารถดูได้เลยนะครับ กด Link เข้าไปก็ไม่มีข้อมูลอะไรปรากฏขึ้น ดังนั้นไม่แปลกใจ เลยว่าประชาชนในพื้นที่รู้จักกองทุนไฟฟ้าในมุมแง่ลบมากกว่ามุมภาพบวก ดังนั้นท่านควร เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะแผนงานโครงการให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ
อีกเรื่องคือเรื่องของการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง มีหลายโครงการที่เป็นโครงการ จัดซื้อจัดจ้างประเภทเดียวกัน แล้วก็ไปแบ่งซื้อแบ่งจ้างซอยให้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ไปใช้วิธีการแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจจะส่อถึงการทุจริตได้ครับ
สุดท้าย หวังว่าท่านจะนำข้อมูลที่ผมอภิปรายซึ่งเป็นข้อมูลที่ผมรับฟังมาจาก ประชาชนแล้วก็ข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาในการแก้ไขระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้ การดำเนินงานของกองทุนไฟฟ้าตามมาตรา ๙๗ (๓) มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ครับ ขอบคุณครับ