ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสาเหตุหลักจากปัญหาหึงหวงไปสู่การใช้สุราและยาเสพติด จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเชิงรุก มีแผนบูรณาการที่ชัดเจน และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชัน @linefamily พร้อมเสนอให้เสริมความรู้ด้านจิตวิทยาให้เจ้าหน้าที่ระดับชุมชนและปรับแผนงานกรมกิจการสตรีฯ ให้สอดคล้องกับข้อเสนอเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในเรื่องของการรับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ของทางกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้ดิฉันไม่ได้มาอภิปรายเพื่อมาโจมตี หรือว่าติติงในเนื้อหาหรือการบริหารงบประมาณและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน ที่เข้ามาชี้แจง แต่ดิฉันขออนุญาตเข้ามาทำงานร่วมกับท่านและขอเป็นส่วนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งเป็นมือเป็นไม้ เพื่อให้หน่วยงานของท่านได้รับมือกับสถานการณ์ความรุนแรง ในครอบครัวที่ตัวเลขมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นในทุกปี รวมทั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในแต่ละกรณีก็มีความสลับซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลที่ทางกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัวได้ยื่นข้อมูลตัวเลขและเอกสารต่อสภา ตามบทสรุปของทางผู้บริหาร ในปี ๒๕๖๓
ท่านประธานคะ ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวทั้งหมด ๑๑,๖๗๐ รายต่อปี โดยมีตัวเลข เฉลี่ยตกอยู่ที่ ๔๖ รายต่อวัน แบ่งเป็นเพศหญิง ๑๕,๐๙๐ ราย เพศชาย ๑,๕๗๕ ราย และเพศอื่น ๆ ๑๑ ราย ซึ่งเหยื่อของความรุนแรงส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ ๑๐-๒๐ ปี จำนวนถึง ๕,๖๑๙ ราย และในส่วนของปี ๒๕๖๔ ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้เช่นเดียวกัน มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดในครอบครัวทั้งหมด ๑๖,๖๗๒ รายต่อปี โดยมีตัวเลขเฉลี่ย ตกอยู่ที่ ๔๖ รายต่อวัน แบ่งเป็นเพศหญิง ๑๕,๐๕๖ ราย เพศชาย ๑,๖๐๕ ราย และเพศอื่น ๆ ๑๑ ราย ซึ่งเหยื่อความรุนแรงส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในช่วงอายุ ๑๐-๒๐ ปี จำนวนถึง ๕,๓๗๗ ราย สาเหตุหลัก ๆ ที่เกิดจากความรุนแรงในครอบครัวของปี ๒๕๖๓ สาเหตุเกิดจากการนอกใจ หึงหวง เกิดจากสื่อลามกและเมาสุรา ยาเสพติด ตามลำดับ ส่วนในปี ๒๕๖๔ สาเหตุหลัก ในการเกิดความรุนแรงในครอบครัวเปลี่ยน เปลี่ยนจากการหึงหวง นอกใจ มาเป็นเมาสุรา ยาเสพติดเป็นอันดับแรก การเปลี่ยนแปลงสาเหตุของการเกิดความรุนแรงในครอบครัว จากลำดับแรกในปี ๒๕๖๓ คือการหึงหวง นอกใจ มาเป็นเมาสุรา ยาเสพติด ในปี ๒๕๖๔ เป็นการเปลี่ยนแปลงแต่มีนัยค่ะท่านประธาน ไม่ว่าจะเกิดกับจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หรือผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด แต่ดิฉันไม่เห็นวิธีการรับมือ ที่ถูกจุดของหน่วยงานของท่านในรายงานเลยว่าท่านจะมีการรับมือการเปลี่ยนแปลง จากสาเหตุนี้อย่างไรในปี ๒๕๖๕ ท่านไม่ได้วางแผนการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อเกิดการบูรณาการร่วมกันในการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขความรุนแรงไม่ว่าจะเป็น ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน ประชาชนคนไทย เพศหญิง เพศชาย หรือเพศทางเลือกอื่น ๆ โดยดิฉันขออนุญาตอ้างอิงจากงานวิจัยและการศึกษาของสถาบัน เพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ที่ดิฉันได้อ่านเพิ่มเติมมาค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ การศึกษาและวิจัยของสถาบันเพื่อการยุติธรรมนี้เขาได้ศึกษาประเด็น เรื่องความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน โดยสังคมไทยและหน่วยงานหลายหน่วยงานได้ให้ ความสนใจและหาแนวทางแก้ไข แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขให้เป็นรูปธรรม เพราะความรุนแรงส่วนใหญ่เกิดจากสังคมรอบตัว เด็กหรือเยาวชนไม่อาจรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ปกติหรือไม่ปกติในสังคม เพราะบริบทของที่อยู่อาศัย ความเชื่อ วัฒนธรรม รวมถึงการอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันมันมีความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีในการสื่อสารในการเชื่อมต่ออย่างไร้ขอบเขต ทำให้การปกป้อง ป้องกัน ลดความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิด หรือทำร้ายร่างกายทำได้ยากยิ่งขึ้น เราคง ต้องเปลี่ยนมุมมองจากการแก้ไขเชิงรับมาเป็นเชิงรุก โดยเอาหน่วยงานของท่านที่เป็น ผู้บริหารนโยบายและการได้รับงบประมาณค่ะ มามองในมุมมองของผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อ ว่าต้องการได้รับการปกป้อง ดูแล แก้ไข ป้องกัน ติดตามอย่างไร รวมถึงแผนงานที่จะทำงาน ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการพัฒนาด้านสังคม อารมณ์ของเหยื่อ หรือผู้เสียหายที่ต้องการได้รับการเยียวยาหรือฟื้นฟู โดยเฉพาะตัวเลขของเหยื่อ หรือผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัวที่เป็นเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ในปี ๒๕๖๓ มีจำนวนถึง ๗,๐๙๘ ราย และในปี ๒๕๖๔ มีจำนวนถึง ๖,๗๓๙ ราย ซึ่งดิฉันเชื่อว่าในสังคม ของเรายังมีเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าออกมาจากฝันอะไรที่เกิดขึ้น วันนี้ดิฉันเองและพรรคเพื่อไทย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในทุกจังหวัด ของประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจให้เหยื่อหรือผู้ถูกกระทำทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร เพราะคนไทยทุกคนล้วนจะมีสิทธิเสรีภาพ ไม่สมควรที่จะถูกกระทำความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ ท่านประธานคะ ส่วนใหญ่ข้อมูลตัวเลขและรายละเอียด ข้างต้นที่ดิฉันได้เอ่ยไป ที่ทางหน่วยงานได้มอบให้กับทางสภาล้วนแต่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และน่านำไปวิเคราะห์ต่อ แต่อย่างไรก็ตามตามตัวเลขข้างต้นดิฉันมองไม่เห็นตัวเลขที่ชี้วัด ความสำเร็จในเรื่องนี้ของหน่วยงานท่านเลย เพราะมันไม่ได้ลดจำนวนลงอย่างมีนัย หรือมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานท่านค่ะ ณ ตอนนี้ ดิฉันเลยมีข้อสงสัยฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ตัวชี้วัดและเป้าหมาย ของท่านในระยะเวลาต่อไปจากนี้ ๓-๕ ปี เป้าหมายตัวเลขของท่านจะเป็นตัวเลขที่เท่าใด เพราะจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากระบบฐานข้อมูลที่ทางกรมได้มอบให้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงปี ๒๕๖๔ มีตัวเลขที่ค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นในทุกปี นอกจากนี้ดิฉันมี ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งหมด ๓ ข้อ
ข้อแรก www.violence.in.th ที่ท่านได้มอบไว้เป็นข้อมูลในเอกสาร ที่เป็นระบบฐานข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ของท่านดิฉันอยากจะเรียนแจ้งให้ทราบว่าดิฉัน ไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่แน่ใจว่า Website ตัวนี้ปรับปรุงหรือว่าปิด Website ไปแล้วอย่างไร ขอรบกวนให้ท่านได้ช่วยแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย เพราะดิฉันเชื่อว่าข้อมูลตัวเลขและรายละเอียด ในระบบฐานข้อมูล Website ของท่านน่าจะเป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมให้กับนักวิจัยด้านสังคม ทั่วประเทศ
ข้อที่ ๒ สื่อ Online รวมถึง Application นี้ท่านได้ทำไว้ที่ชื่อว่าอะไร @linefamily อันนี้ดีมาก ดิฉันชื่นชมค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อหรือว่าการช่วยเหลือ ของหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Teen Club ที่ให้วัยรุ่นได้พักใจหรือปรึกษาปัญหาส่วนตัว เชื่อมได้ง่าย ปรึกษาได้ง่าย แต่ดิฉันคิดว่าเพื่อนใน LINE ของท่านจำนวน ๑๓,๒๕๒ คน เป็นตัวเลขที่ยังน้อยมาก ๆ กว่าที่ดิฉันคาดหวังไว้นะคะ เราอาจจะลดงบประมาณของสื่อ Offline มาเพิ่มการ Promote ช่องทาง Online ก็น่าจะดีกว่า เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ ก็จะมี Smart Phone อยู่ในมือแล้วเชื่อมแล้วก็ติดต่อกันได้ง่ายกว่า ดิฉันเชื่อว่าถ้ามี การประชาสัมพันธ์ได้ถูกจุด ถูกกลุ่มเป้าหมาย จะมีคนมาใช้ Application ของท่าน ได้มากกว่านี้ค่ะ
ข้อที่ ๓ กลไกศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนหรือ ศพค. ที่ท่านได้มีการอบรม ทั้ง Online Offline ในแต่ละรุ่น ในแต่ละจังหวัด เพื่อได้ทำหน้าที่ประจำหน่วย ดิฉันอยากให้ มีการพัฒนาพื้นฐานด้านจิตวิทยาด้วย เพราะบุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ลงพื้นที่จริงถึงหน้าบ้าน แต่ถ้าสมมุติว่าเราไม่สามารถออกใบอนุญาตด้านจิตวิทยาได้ ดิฉันอยากขอความร่วมมือ จากหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาเติมเต็มตรงนี้ได้หรือไม่คะ เพราะสังคมตอนนี้เราละเลยจาก การเยียวยาความรู้สึกของเหยื่อค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ หลายท่านมีอาการของ Post-Traumatic Stress Disorder หรือ PTSD คือโรคเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรง ที่กระทบกระเทือนด้านจิตใจ แม้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะจบลงไปแล้ว แต่บาดแผลของ ผู้ถูกกระทำมันยังคงอยู่ ดิฉันหวังว่าข้อเสนอที่ดิฉันได้กล่าวไปอาจจะได้รับเกียรติให้ไปอยู่ใน แผนงานของปี ๒๕๖๗ ที่กำลังจะถึงนี้ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในเรื่องของ ความรุนแรงไม่มากก็น้อยค่ะ
และสุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันและพรรคเพื่อไทยขอเป็นหน่วยสนับสนุน หลักในสังคมให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงทุกท่านได้กล้าค่ะ กล้าที่จะก้าวผ่านความกลัว กล้าที่จะพูด กล้าที่จะได้ส่งเสียง พวกเราทุกคน ณ สภาแห่งนี้พร้อมที่จะสนับสนุน และจับมือทุกท่านก้าวผ่านความโหดร้ายที่เกิดขึ้น ขอบคุณค่ะท่านประธาน