กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้วรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือว่า สกพอ. ผมมีความเห็นว่าเล่มสวย PR เก่ง แต่มีการจ้างที่ปรึกษามากมาย พากันไปต่างประเทศบ่อย แล้วก็ออกรายงานมาเพียบ ทำ MOU มาสารพัด มีตั้งแต่การทำข่าวประชาสัมพันธ์ ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง มีการแถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ จัด Event มากมาย แต่นั่นใช่เป็นสาระสำคัญ ของโครงการ EEC ไม่นะครับ สิ่งที่เป็นสาระสำคัญแล้วก็อยู่ในรายงาน EEC บ้างก็คือ การลงทุน ซึ่งถ้าเราดูกันอันนี้ก็คือตัวอย่างจากรายงาน EEC ในหน้า ๕๔ ว่ามีบริษัท BYD จะมาลงทุน ๑๗,๘๙๑ ล้านบาท Horizon Plus ๓๖,๑๐๐ ล้านบาท Great Wall Motors จะลงทุน ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากเราแยกบริษัทที่เกี่ยวกับการผลิต EV Car หรือว่ารถยนต์ EV ออกไป ซึ่งควรแยก เพราะตรงนั้นเหตุผลที่เขามาจริง ๆ เป็นเพราะ เงื่อนไขในการสนับสนุนเงินจากรัฐที่ทำให้ประชาชนซื้อได้ถูกขึ้นประมาณคันละ ๑๐๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ บาท และตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องมาสร้างโรงงาน ลองแยกอันนั้น ออกมาสิครับ จะเหลืออะไรอยู่บ้าง นอกจากนั้นที่สำคัญท่านควรจะแยกเป้าหมาย ไม่เอาแผน ไม่เอาเป้าหมาย ไม่เอาคำขอ BOI แต่ผมอยากดูเงินลงทุนที่แท้จริงครับ สิ่งที่ผม ถามก็คือผลการลงทุนที่แท้จริง และท่านควรจะ Report ตัวเลขนี้แล้วเอามาเปรียบเทียบ กับประมาณการว่าหากท่านไม่ทำโครงการ EEC มันจะเป็นเท่าไร เพราะประเทศก็มี Organic Growth อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ท่านกำลังจะเพิ่มมันไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานอะไร ต่าง ๆ มากมายใน EEC แต่ตัวเลขที่ท่านกำลังรายงานมามันไม่จริงครับท่านประธาน ท่านรายงานมาในสภาตัวเลขสูงถึง ๑.๙๓ ล้านล้านบาท นี่เป็นตัวเลขลงทุนจริงหรือครับ หรือเป็นแค่เป้าหมายคำขอแผน หรือท่านใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น ตรงนี้ท่านต้องไป ปรับปรุงว่าสิ่งที่เป็นจริง ๆ คืออะไร ส่วนเนื้อหาสาระหลักที่มันเกิดขึ้นในโครงการ EEC ก็มีแต่ล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนงาน คือแทบจะยังไม่ได้เริ่มเลย มาไล่เลียงดูกันนะครับ ผมเอาภาพที่ขึ้นให้ดูจากรายงานในหน้า ๑๗ โครงการแรก รถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ผมไปเปิดสิ่งที่ท่านเคยส่งก็คือรายงานเมื่อปี ๒๕๖๐ สิ่งที่ท่านเขียนในรายงานนี้ตอนปี ๒๕๖๐ ท่านบอกว่าจะเปิดปี ๒๕๖๖ ปีนี้ปี ๒๕๖๖ ข้อเท็จจริงคือยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำก่อสร้างจริง ๆ แต่ท่านมา Report คราวนี้บอกว่าปี ๒๕๖๙ แล้วข้อเท็จจริงก็คือท่านเซ็นสัญญาไปแล้ว ตั้งแต่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ทุกวันนี้ก็ผ่านไปเกือบ ๔ ปีแล้ว ยังไม่มีการตอกเสาเข็ม ลงเสา ขึ้นคานอะไรต่าง ๆ อย่างที่ควรจะเป็น มีแต่แก้สัญญาเอื้อประโยชน์ให้นายทุน แล้วก็ ลากไปเรื่อยครับ โครงการที่ ๒ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ก็เลื่อนเปิดจากปี ๒๕๖๖ ที่ระบุไว้ ในรายงานปี ๒๕๖๐ มาเป็นปี ๒๕๖๘ โครงการที่ ๓ ท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ ๓ ก็เลื่อน จากปี ๒๕๖๗ กลายมาเป็น ๒ เฟส Phase แรกปี ๒๕๖๙ Phase ๒ ปี ๒๕๗๑ โครงการที่ ๔ ที่ท่านให้เป็น Flagship ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ ๓ ก็เลื่อนเปิดจากปี ๒๕๖๘ เป็นปี ๒๕๖๙ อีกส่วนหนึ่งก็ตัดไปเป็นปี ๒๕๗๒ และจริง ๆ มีอีกโครงการหนึ่งที่ท่าน ไม่ได้มา Report เป็น Flagship แล้วก็คือศูนย์ซ่อมอากาศยานหรือว่า MRO จากเดิม ที่โฆษณาไว้เยอะว่าจะเปิดตอนปี ๒๕๖๔ จะเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค แล้วตอนนี้ เป็นอย่างไรแล้ว ยกเลิกไปหรือยังครับ ท่านตอบด้วยว่าใช่หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเลื่อนไปเรื่อย ๆ รอเจรจาไปเรื่อย ๆ รอหวังว่าเขาจะมาอยู่ เอาให้ชัด แผนที่ดีมันต้องชัด ผมทราบดีว่า ท่านผู้ชี้แจงไม่เกี่ยว เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ผมกำลังพูดถึงในมุม ของประเทศ เห็นได้ชัดว่าโครงการเหล่านี้มันเซ็นไปนานแล้ว รีบเซ็นไปเพื่อใคร เพื่อคนเซ็น ใช่หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ตอนเซ็นรายละเอียดก็แทบไม่ค่อยมี โครงการก็ยังไม่พร้อม วางแผนมาไม่ดี แล้วก็เป็นปัญหาค้างมาจนถึงทุกวันนี้ครับ ที่โฆษณา ก็เอาหน้าว่าจะเปิดปีนั้นปีนี้ เลื่อนมาเรื่อย เชื่อถือไม่ได้ ช้ากว่านี้อีก Sure สิ่งที่ผมถามหา เลยอยากให้ท่านส่งเอกสารมาก็คือตัว S Curve ที่แสดงเนื้องาน ผมกำลังพูดถึง Engineering S Curve นะครับ ไม่ใช่ Marketing S Curve ที่แบบจะทำ New S Curve โน่นนี่นั่น ท่านเลขาธิการก็มาจากกระทรวงคมนาคมเคยรับผิดชอบโครงการใหญ่ ๆ มากมายน่าจะ เข้าใจสิ่งที่ผมพูด S Curve ที่แสดงเนื้องานจริง ๆ เป็นเปอร์เซ็นต์ เพราะข้อเท็จจริง มันใกล้ ๆ ๐ ผมต้องการ S Curve ของแผนเดิม แล้วแผนมันปรับปรุงมา Version ก็คือ สิ่งที่ ๒ แผนปัจจุบัน แล้วอันที่ ๓ ก็คือผลแสดงเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้ามาด้วย มาดูตัวอย่าง ปัญหากัน ผมแสดงปัญหานี้ด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ปกติเวลา เขาทำเชื่อม Terminal คือเชื่อมภายในสนามบิน แต่จะเชื่อมระหว่างสนามบิน ผมถามว่า จะมีสักกี่คนที่ขึ้นเครื่องบินไปลงที่อู่ตะเภาแล้วไปต่อเครื่องดอนเมือง นอกจากนั้นมันมีเหตุผล อะไรที่จะทำระบบรางจาก ๑ ทางมาเป็น ๔ ทาง คือชาวบ้านชาวช่องเขาทำจาก ๑ ทาง เป็น ๒ ทาง คนใช้ไม่พอจาก ๒ ทางเป็น ๔ ทาง แต่เราจะทำกันลงทุนผลาญเงินกันอย่างนี้ จาก ๑ ทางเป็น ๔ ทาง มันเหตุผลอะไรครับ แล้วก็ยังจะทำให้โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ในเขตทางเดียวกันอีกก็ยังมีปัญหา ท่านต้องชี้แจงถึงโครงสร้างทับซ้อนระหว่าง สถานีกลางบางซื่อกับสถานีดอนเมืองจะเอาอย่างไร มันยังไม่จบ ท่านจะดำเนินการอย่างไร ประมูลกันมาอย่างไรก็ไม่ทราบ รถไฟความเร็วสูงจะได้รุ่นไหน สัญชาติอะไรก็ยังไม่ทราบ แต่มีการเซ็นไปแล้ว แล้วก็มีการเอื้อประโยชน์ไปแล้วด้วย แทนที่จะต้องจ่ายชำระค่าสิทธิ Airport Rail Link ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท ท่านจะเอื้อแล้ว เอื้ออยู่ เอื้อต่อไปอย่างนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นโครงการ EEC มันเกิดมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนอย่างแท้จริง ถ้าดูภาพ มันใช้หลักวิชาการอะไร มันไม่มี มันเลือกให้เขตส่งเสริมป้ายสีม่วงเป็นหย่อม ๆ มันไม่ได้ มีเหตุผลทางหลักวิชาการสนับสนุนอะไรเลย เขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลกเขาก็ไม่ได้ทำอย่างนี้ อย่างสมมติถ้าท่านเลือกมาบตาพุดแล้วค่อย ๆ ขยายเมืองอันนี้ก็ Make Sense แต่ท่าน ประกาศมา ๓ จังหวัด พื้นที่กว้าง ๆ ใหญ่ ๆ แล้วก็เลือกให้ตรงโน้นตรงนี้เป็นหย่อม ๆ อย่างนี้ ท่านทำเพื่อใครกันแน่ เพราะฉะนั้นภาพความฝันที่หลายคนอยากเห็น EEC ผมกำลัง จะสรุปแล้วครับท่านประธาน ภาพความฝันที่อยากเห็น EEC เป็นเหมือน Growth Engine หวังว่าจะดูดการลงทุน แต่ในความเป็นจริงก็คือการโตตามธรรมชาติของการพัฒนาประเทศ เพราะโครงการต่าง ๆ ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ ท่านฝันจะมีการเดินทางขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อ หวังว่าจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ขนาดใหญ่อะไรต่าง ๆ มากมาย แต่ความเป็นจริงก็คือโครงการไปไม่ถึงไหน เพราะวางแผนมาห่วย ท่านฝันว่าจะรดน้ำที่ยอด ยอมเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่ หวังว่ามันจะหล่นมาที่รากเกิดการจ้างงานสร้างรายได้ ชีวิตชาวประชาจะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ความเป็นจริงอันเจ็บปวดก็คือการเอาเงินของคน ทั้งประเทศไปเอื้อประโยชน์ให้นายทุนใหญ่แบบนี้ แล้วสุดท้ายไม่เหลือลงไปสู่ประชาชน ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดขึ้นมาอย่างไร EEC เป็นพื้นที่ที่เป็นไปได้มากที่สุดต่อการทำ Growth Engine แล้วเริ่มไปแล้ว พวกผมชาวก้าวไกลในฐานะพรรคที่ไม่ใช่รัฐบาลก็คงจะต้อง ตรวจสอบติดตามกันต่อไป ส่วนรัฐบาลใหม่มีผลมากนะครับ เพราะว่าอำนาจในการบริหาร งบประมาณกับข้าราชการในมืออยู่ที่พวกท่าน ท่านอย่าทำประเทศพังด้วยการเอาทรัพยากร ของคนทั้งประเทศไปเอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่แบบเกินไปอีกเลย อย่างรัฐบาลที่ผ่านมา เห็นแก่คนตัวเล็กตัวน้อยบ้าง โดยสรุปนะครับประธาน ตกลงแล้ว EEC ที่บอกว่าเชื่อมโลก ให้ไทยแล่น เชื่อมโลกให้ใครแล่นกันแน่ ขอบคุณครับท่านประธาน