เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู อภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยวิพากษ์ว่ารัฐธรรมนูญดังกล่าวขาดความจริงใจในการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ส่งผลให้การบริหารโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะล้มเหลว จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อส่งเสริมการปกครองตนเองอย่างแท้จริง โดยเสนอให้กำหนดหน้าที่ชัดเจน จัดสรรงบประมาณอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งหรือคัดเลือกจากคนในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารมีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน เรียนประธานรัฐสภาค่ะ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ผู้แทนจากชาวเชียงใหม่ และในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ วันนี้ดิฉันขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งจะเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ค่ะ สำหรับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ ที่เราใช้ในปัจจุบันเป็นผลผลิตและเป็นมรดกจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งได้เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๗ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาอย่างมากค่ะ และหนึ่งในนั้นก็คือปัญหาในเรื่องของ การกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความจริงจัง และจริงใจในการกระจายอำนาจแม้แต่น้อยค่ะ โดยเฉพาะในหมวด ๑๔ ว่าด้วยการปกครอง ส่วนท้องถิ่น รบกวนขอสไลด์ด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ก่อนอื่นดิฉัน อยากจะชวนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในห้องประชุมแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่รับชมอยู่ทาง บ้านกลับมาที่จังหวัดของเรา กลับมาที่ท้องถิ่นของเรา กลับมาที่บ้านของเราว่า เรายังมีถนน ที่ยังเป็นหลุมเป็นบ่อพอถึงตอนกลางคืนถนนทั้งเส้นยังยากต่อการสัญจรเพราะแสงสว่าง ไม่เพียงพอ มีทางเท้าที่เดินไม่ได้ใช่หรือไม่ เรายังมีน้ำท่วมที่จะท่วมอยู่ทุกปีเพราะขาดการ บริหารจัดการน้ำที่ดีและมีคุณภาพ และมีท่อระบายน้ำที่เต็มไปด้วยเศษขยะดินโคลน ไม่สามารถระบายน้ำได้หากฝนตกหนัก ๆ และยังมีน้ำท่วมขังใช่หรือไม่ เรามีน้ำประปาหรือ แหล่งน้ำที่ไม่สะอาดและไม่เพียงพอแม้แต่จะซักเสื้อผ้าก็ยังจะซักไม่ได้ หรือเมื่อถึงฤดูแล้งก็ ไม่เพียงพอที่จะใช้ใช่หรือไม่ เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่แม้แต่ที่จะสามารถกำหนด เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะเองเพื่อตอบโจทย์คนอยู่และคนมาเยือนใช่หรือไม่ เรามีอากาศ ที่ไม่สะอาดที่เกิดจากการปล่อยมลพิษจากการเผาทางการเกษตรใช่หรือไม่ เรายังมีหลักสูตร การศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์กับบริบทแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด และไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ในแต่ละจังหวัดใช่หรือไม่ เรามีลูกหลานที่จบการศึกษาที่บ้านของเราใกล้บ้านของเราแต่ยัง ต้องดิ้นรนเข้าไปทำงานยังเมืองหลวงหรือกรุงเทพมหานครแห่งนี้เพื่อให้ได้ค่าแรงที่สูงขึ้น และค่าแรงเหล่านั้นที่อยู่ในบ้านของเขาไม่ได้สอดคล้องกับรายได้หรือว่าค่าครองชีพของเขา ใช่หรือไม่ เรามีการจ้างงานเพิ่มในพื้นที่เพิ่มงานเพียงแค่รอนโยบายจากรัฐบาลกลางใช่หรือไม่ หากเรามีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในบ้านของเรา การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ โดยเฉพาะ หมวด ๑๔ ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นอย่าง อบจ. เทศบาล อบต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากที่สุดและมี ผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ เพราะจะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่ดิฉันได้ กล่าวไปและปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้ซ้ำซาก และแก้ไขไม่ได้เกือบทศวรรษหรือปัญหาที่มี หลาย ๆ หน่วยงานมานั่งอยู่กองบนโต๊ะประชุม แล้วมีหลากหลายหน่วยงานค่อยพิจารณา แล้วแก้ไขปัญหาไม่ได้สักที การที่ให้รัฐบาลส่วนกลางหรือข้าราชการส่วนภูมิภาคมาแก้ไข สถานการณ์หรือปัญหาแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป มิอาจจะหยั่งรู้ได้หมดว่าการแก้ไข สถานการณ์หรือปัญหาของทุกพื้นที่ได้อย่างละเอียดและครอบคลุมเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่เอง จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไร และล่าสุดได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่า จากผู้ตรวจไปเป็นผู้ว่า จากผู้ว่ามาเป็นอธิบดี อะไรต่าง ๆ เหล่านี้จึงทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดความต่อเนื่อง ในการทำงานได้อย่างแน่นอน และเมื่อมาเปิดดูในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ฉบับปี ๒๕๖๐ ดิฉันอยากจะอธิบายผ่าน ๔ องค์ประกอบ เพื่อที่จะสนับสนุนให้เกิดการกระจายอำนาจ ในเรื่องของงาน เงิน คน และอำนาจ
ในส่วนแรก ในส่วนของงานในส่วนของการจัดทำบริการสาธารณะซึ่งเป็น หน้าที่หลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจำกัดอำนาจในมาตรา ๒๕๐ ความว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะ กิจกรรม สาธารณประโยชน์ และสนับสนุนการจัดการศึกษา แต่มีหมายเหตุไว้ หมายเหตุนั้นไม่ได้ จำกัดหรือว่าไม่ได้บอกว่าการจัดทำบริการสาธารณะนี่ท้องถิ่นสามารถทำได้ทั้งหมด ท้องถิ่น หลาย ๆ ที่จึงไม่กล้าที่จะตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่เป็นโครงการใหม่ ๆ หรือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ ให้กับพี่น้องประชาชน ข้อเสนอแนะ ควรเขียนไปเลยว่าท้องถิ่นทำอะไรได้บ้าง ทำอะไร ไม่ได้บ้าง หรือแม้จะเขียนเป็น Negative list ก็ได้ให้ตีความง่าย ๆ ท้องถิ่นจะได้จัดทำบริการ สาธารณะที่มีคุณภาพให้กับพี่น้องประชาชน
ในส่วนที่ ๒ ในส่วนของเงินหรืองบประมาณ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้มี บทบัญญัติถึงแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ เพียงแต่บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องดำเนินการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ของตนเองโดยจัดระบบภาษีและจัดสรรภาษีที่เหมาะสม เพียงเท่านั้น ควรระบุเป็นตัวเลขหรือเป็นตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมไปเลยเราจะได้ ทำให้ถึงเป้าหมาย เพื่อให้มีเงินงบประมาณที่เพียงพอในการจัดทำบริการสาธารณะที่มี คุณภาพ ภารกิจ และโครงการใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน
ในส่วนที่ ๓ ในส่วนของคนหรือว่าการบริหารงานบุคคลในประเด็นของ การแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ในมาตรา ๒๕๒ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ระบุไว้ ว่าสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ให้มาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของ สภาท้องถิ่น หรือในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะให้มาโดยวิธีอื่นก็ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วว่าการที่สมาชิกสภาผู้บริหารท้องถิ่นจริง ๆ แล้วต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่หรือคะ หากเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ และนอกจากนี้สภาผู้บริหารท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้งแล้ว การคัดสรร การคัดเลือกคนในพื้นที่ควรเป็นลำดับต้น ๆ เมื่อ อปท. มีงาน มีเงิน ก็ต้องการคนที่จะมาทำงานมากขึ้นจะทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ อีกด้วยนะคะ
ส่วนสุดท้ายส่วนของอำนาจ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ฉบับปี ๒๕๖๐ ไม่มีคำว่า กระจายอำนาจปรากฏอยู่เลย มีเพียงแค่คำว่ากระจายหน้าที่และอำนาจ ซึ่งไม่เท่ากับการ กระจายอำนาจ มีการลดบทบาทของท้องถิ่นลง โดยเอาคำว่ารัฐต้องให้ความเป็นอิสระ แก่ท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนออกไป เปลี่ยนเป็น ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักการปกครองตนเองในมาตรา ๒๔๙ ซึ่งเปรียบเสมือนการที่รัฐส่วนกลางให้จัดการปกครอง แต่ไม่ได้ให้อิสระเป็นการเพิ่มอำนาจ รัฐส่วนกลางและลดอำนาจท้องถิ่นอย่างชัดเจน ด้วยเหตุต่าง ๆ ที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมด ในอนาคตเราอาจจะมีการเปิดประตู แล้วก็ส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจมากยิ่งขึ้นค่ะ แล้วถ้ามากไปกว่านั้นอาจจะมีการทำประชามติยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค หรือว่าตลอดจน เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียด้วยซ้ำ เพราะว่าจะได้ให้คน ในพื้นที่มาแก้ไขปัญหาและมีงบประมาณเป็นของตัวเองในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมม ซ้ำซาก แก้ไขปัญหาไม่ได้สักทีให้มันหมดสิ้นไปค่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นเหตุจำเป็นที่จะต้อง มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอบคุณค่ะท่านประธาน