ดนุพร ปุณณกันต์ ตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องและความไม่ชัดเจนในนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล โดยชี้ว่าการแถลงนโยบายไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอ พร้อมตั้งคำถามถึงความขัดแย้งระหว่างการจับกุมที่เพิ่มขึ้นกับท่าทีผ่อนปรนในอดีต เช่น การปลดล็อกกัญชาและการแจกต้นกล้า ซึ่งสะท้อนความไม่จริงจังในการแก้ปัญหาที่มีผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาตท่านประธานครับ ที่จะขอมีส่วนร่วมในการที่จะ อภิปรายถึงนโยบายหรือว่าคำแถลงของคณะรัฐมนตรี ท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แถลง ต่อรัฐสภาครับ หลายท่านที่ติดตามการแถลงนโยบายไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือว่า สส. ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ผมนะครับ เราพูดคุยกันมาบอกว่าเป็นที่น่าสังเกตว่าคำแถลงนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้มีคำว่า ยาเสพติด เพียงแค่ ๒ คำเท่านั้น จากการแถลงนโยบายหลายสิบหน้า ที่ท่านส่งให้สมาชิกรัฐสภาอ่านครับ ผมสงสัยจริง ๆ ว่าในรัฐบาลชุดนี้มีจุดยืนในเรื่องของ การปราบปรามยาเสพติดอย่างไร จะให้ความสำคัญมากเท่ากับเรื่องที่เป็นคดีที่เกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน หรือว่าให้ความสำคัญในเรื่องคดีฮั้วต่าง ๆ ที่เป็นที่พูดถึงกันมากมายในสังคม อย่างกว้างขวางหรือไม่ ซึ่งถ้าดูคำแถลงนโยบายกับผลงานของรัฐมนตรีชุดนี้ในอดีต ที่ผ่านมา สมัยที่เรียนว่าก็ถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนี่ละครับ ในขณะนั้น ท่านจะสังเกตเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการเอกซเรย์ และการจับกุมผู้ผลิตและผู้ค้ายาในประเทศเท่าที่ควร เต็มที่ก็แค่ปล่อยให้ ป.ป.ส. ตำรวจ ดำเนินการเท่านั้น ถ้าไม่มีข้อเปรียบเทียบเราจะไม่ทราบว่าอันไหนดีกว่ากัน จากที่พรรคเพื่อไทยเอง ได้ขอทางกระทรวงมหาดไทยมาดูแลเองภายใต้ท่านรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามาดูแล กระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มโครงการที่ชื่อว่า No Drug No Dealer โดยการผลักดันการแก้ไข ปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระของประเทศชาติครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ หมู่บ้านและชุมชนครับ ผ่านการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างจริงจังครับ โครงการนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะเอาชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดนั้นจะต้องเป็นหมู่บ้าน ชุมชนปลอดยาเสพติด แล้วจะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพครับ ในรูปที่เห็นนี้เป็นตารางง่าย ๆ ว่าผู้ค้ายาเสพติดก่อนวันที่ท่านภูมิธรรมมารับตำแหน่ง ท่านจับได้เพียงแค่ ๙,๔๐๐ กว่าราย เท่านั้นครับ แต่หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยน วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เราจับได้ภายใน ไม่กี่เดือน ๑๓,๔๓๑ ราย ขึ้นมาหลายพันคน จะสังเกตได้ว่านโยบายยาเสพติดภายใต้ การดูแลกระทรวงมหาดไทยของพรรคเพื่อไทยนั้นได้ผล และในตารางท่านจะเห็นว่า มีผู้ติดยาเสพติดที่เรากวาดล้างได้นั้นได้จำนวนมาไม่กี่เดือน เรียกได้ว่าเกือบเกือบเท่าตัว ของในอดีตที่ผ่านมา ผมเรียนท่านประธานว่าในช่วงเพียงระยะเวลา ๓ เดือนที่มีการ ปรับเปลี่ยนผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มีการทำงานบูรณาการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจและสาธารณสุข ขับเคลื่อนปัญหายาเสพติดอย่างครบทุกมิติ แล้วก็มีการป้องกันยา ไม่ให้เข้าสู่ประเทศก็คือ Seal Stop แล้ว Safe ซึ่งได้ผลครับ หน่วยความมั่นคงต่าง ๆ ที่ผม มีโอกาสเชิญเข้ามาในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ก็บอกเองว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดีและได้ผล อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว มีการส่งมอบ รายชื่อผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มในระยะเวลาไม่ถึงเดือน ๑๓,๔๑๓ ราย นี่คือนโยบายที่จริงจัง จึงเป็นคำถามว่าที่ผ่านมา ๒ ปี ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทินเป็นรัฐมนตรี แล้วก็ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านวันนั้นทำอะไรอยู่ ซึ่งวันนี้ก็พอได้คำตอบแล้วว่า หลังจากที่ฟังคำแถลงนโยบายของท่าน ก็เกิดคำถามขึ้นว่าไม่แน่ใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ให้ความสำคัญกับในเรื่องปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่ มองไปได้ครับว่านโยบายของท่านตอนหาเสียงที่บอกว่าพูดแล้วทำครับ ในเมื่อที่ท่านไม่พูด ก็แปลว่าท่านอาจจะไม่ทำหรือเปล่าครับ หรือว่าถ้าผมผิดก็กราบขออภัยท่านนายกรัฐมนตรี หรือว่าเป็นไปได้ว่าท่านอาจจะสั่งไปแล้วและเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ก็เลยไม่มีการใช้คำว่า ยาเสพติดเป็นวาระหลัก ๆ ในการแถลงนโยบายในวันนี้ครับ และผมเรียนครับตามที่ ท่านนายกได้แถลงว่าจะแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งผมเห็นด้วยครับ เป็นการสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมเรียนว่าเศรษฐกิจของ ประเทศไทยจะดีขึ้นได้นั้นต้องอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ ภาคส่วนและประชาชน อยู่ในสมการนี้ด้วย หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าถ้าประเทศนี้ท่านยังปล่อยให้ ประชาชนตกเป็นทาสยาเสพติด ท่านคิดดูสิครับว่าคุณภาพของประชาชน คุณภาพของ เยาวชนในประเทศไทยนั้นจะเป็นอย่างไร ผมเรียนครับหลังจากที่ผมก็ไปค้นคว้าหาข้อมูล เพิ่มเติมว่าทำไมในคำแถลงของรัฐบาลชุดนี้ไม่ค่อยมีคำว่ายาเสพติดเท่าไรนัก ผมไปเจอวันที่ วันหนึ่ง วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ วันที่นี้ ดูเผิน ๆ เป็นวันธรรมดา ถามพี่น้องประชาชน หลายท่านก็คงมองว่าเป็นวันที่ธรรมดาเช่นเดียวกัน ประชาชนไม่ทราบครับ แต่คนที่ทราบว่า วันนี้คือวันอะไร ก็คือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะนั้น ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ท่านดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยครับ และวันนี้เป็นวันที่ ปลดล็อกกัญชาของประเทศไทย เราเป็นชาติแรกในเอเชียที่ลดทอนความผิดการปลูก ครอบครอง แล้วแถมยังมีนโยบายในการหาเสียงเมื่อปี ๒๕๖๖ บอกว่าจะแจกต้นกล้ากัญชา ให้ประชาชนและเกษตรกร ซึ่งผมเองได้มีโอกาสไปฟังคำปราศรัยของท่านอนุทิน ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าพรรค ขณะนั้นยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ครับ ท่านปราศรัยบนเวทีหาเสียงครับว่า กัญชานั้นปลูกได้บ้านละ ๖ ต้นให้มีรายได้ นอกจากนั้นแล้วถ้าอยู่ที่บ้านเอามาพี้ต่อได้อีก นี่ครับหรือว่าที่ท่านแถลงนโยบายเศรษฐกิจ นี่คือนโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลการนำของ ท่านในระยะเวลา ๔ เดือนกว่า ๆ ที่เหลืออยู่ครับ นอกจากนั้นเข้าไปดูในอดีตหลังจากที่ นายกเศรษฐาได้รับตำแหน่งแล้ว ท่านอนุทินเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย มีนักข่าวสัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ท่านก็บอกว่าท่าน ไม่เห็นด้วยกับการนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดครับ สิ่งเหล่านี้เกิดคำถามที่เป็นข้อสงสัยว่า รัฐบาลชุดนี้จะเห็นด้วยและจะปราบปรามในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง หรือไม่ ถ้าผมเข้าใจผิดก็กราบขออภัยท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่สิ่งที่ท่านทำผ่านมา ในอดีต ทั้งปัจจุบันและในอนาคตครับ ทำให้ผมต้องเกิดข้อสงสัยและคำถามมากมายว่า ท่านจะปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ครับ อย่างที่บอกเรื่องนี้ทำลายเศรษฐกิจของ ประเทศครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านบอกว่าท่านอยาก แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ อยากจะส่งออก อยากจะอะไร แต่ถ้าเกิดประชาชน เยาวชนของเรา ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมีปัญหาแน่นอนครับ เศรษฐกิจที่ท่านบอกว่ามีเวลาเป็นรัฐบาล เฉพาะกิจเพียงไม่กี่เดือนนั้นท่านไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ แล้วผมเรียนครับ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อครู่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศตอบท่านคุณหมอชลน่าน ท่านเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศชาติ รักษาเกียรติภูมิของประเทศ เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียนว่าผมไม่ทราบว่าผู้นำต่างชาติจะมองท่านอย่างไรในสายตา เวทีโลก ผมเรียนว่าเพราะท่านเองเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการเอากัญชาออกจากบัญชี ยาเสพติด และข่าวต่างประเทศก็เคยลงเรื่องนี้ผมขอไม่พูดถึงแล้วกัน เพราะผมเองก็รักแล้วก็ เป็นห่วงศักดิ์ศรีของผู้นำประเทศของเราครับ เพียงแต่ว่าท่านจะทำอย่างไรในอนาคตให้เขา มองว่าประเทศไทยนั้นเป็นเมืองที่ปลอดยาเสพติดอย่างจริงจัง แล้วผมเรียนครับท่านบอกว่า ท่านได้เข้ามาเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลเก่าทำไว้ ผมเรียนเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลปัจจุบันจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาในรัฐบาลในอดีต ที่ทำไว้ ในรัฐบาลท่านนายกเศรษฐาก็ต้องเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องการเงินการการคลังที่รัฐบาล ก่อนหน้านี้เจอวิกฤติในเรื่องของโควิดครับ แม้แต่ในอดีตเราเคยมีรัฐบาลที่ลอยตัวค่าเงินบาท ไว้แล้วรัฐบาลต่อมาก็มาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ครับ แล้วถามว่าคิดว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ต้อง แก้ปัญหาที่ท่านก่อไว้หรือครับในเรื่องของกัญชา ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ ทันทีที่ท่านอนุทินได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน จากพรรคเพื่อไทยได้ลงนามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขคุมช่อดอกกัญชา ให้ใช้ในการแพทย์เท่านั้น ใครซื้อต้องมีใบรับรองพร้อมเดินนำหน้าเอากัญชานั้นกลับคืนสู่ ยาเสพติดครับ วันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่มั่นใจว่านโยบายนี้ยังมีผลหรือไม่ แน่นอน อาจจะถูกยกเลิกไปแล้วครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมได้ยินท่านแถลงบอกว่าท่านอยากฟัง เสียงประชาชนเป็นใหญ่ เป็นประชาธิปไตยต้องฟังเสียงประชาชน ท่านมีการแถลงว่าท่านจะ ทำประชามติยกเลิก MOU ๒๕๔๓ ๒๕๔๔ ซึ่งถ้ารัฐสภาเห็นด้วย เชิญครับ จะได้แก้ ข้อขัดแย้งความข้องใจในสังคม ไหน ๆ จะทำแล้วครับ ถ้าท่านจะฟังเสียงประชาชนอาจจะ ลองทำประชามติหัวข้อหนึ่งลองดูไหมครับว่าอยากให้เอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ ก็ลองถามประชาชนดูครับแล้วท่านจะได้คำตอบว่าสิ่งที่ท่านเป็นนโยบายในการหาเสียง ในอดีตที่ผ่านมาท่านมาผิดทางหรือถูกทาง อย่างที่ผมเรียนไปแล้วครับ วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ เราปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด มีผลงานอย่างหนึ่งที่เป็นที่ไม่น่าชื่นชมเท่าไร แล้วไม่น่าพึงพอใจสำหรับสังคมไทยเท่าไร การทำให้กัญชาถูกกฎหมายครับ มีร้านกัญชา เกิดขึ้นในประเทศไทย ๑๘,๗๐๐ ร้านทั่วประเทศ บางร้านอยู่ใกล้ชุมชน ใกล้แหล่งศึกษา ซื้อง่ายขายคล่องและเข้าถึงได้ง่ายครับ นี่คือสิ่งที่จะมอมเมาพี่น้องประชาชน และตามสถิติ ที่ผมได้เรียนไปแล้วตั้งแต่เปิดกัญชาเสรี ผมก็ไปทำการศึกษาหาข้อมูลมาครับ พบว่าสัดส่วน ของผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี ได้รับพิษจากกัญชาเพิ่มขึ้นสูงถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ครับ และมีผู้ป่วยจิตเวชจากกัญชาในโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์เพิ่มขึ้น อย่างมาก จาก ๔ เปอร์เซ็นต์กว่าเป็น ๑๖.๓๑ เปอร์เซ็นต์ครับ เห็นไหมว่านี่คือสิ่งที่ท่านฝาก ไว้กับประเทศไทยและเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคท่าน ท่านประธานครับ เรียนว่า ผมอภิปรายเรื่องยาเสพติดมาพอสมควรแล้วครับ มาอีกนโยบายหนึ่งครับ เรื่องของ แก๊ง Call Center อันนี้หนักกว่าครับ ในคำแถลงนโยบายนั้นไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้เลย แม้แต่คำเดียว มีแต่ใช้คำว่าภัยไซเบอร์ กล่าวถึงอย่างกว้าง ๆ เท่านั้นเอง แล้วก็อดเป็นห่วง ไม่ได้ครับ เพราะว่าในรัฐบาลที่ผ่านมานั้นเราให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไขปัญหา แก๊ง Call Center อย่างมากครับ ท่านอดีตนายกแพทองธารได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติต่อต้าน อาชญากรรมออนไลน์หรือ AOC 1441 ครับ โดยมีการพัฒนาระบบการอายัดบัญชีคนร้าย ทันที รวมทั้งติดตามความคืบหน้าเร่งรัดกระบวนการคืนเงินและนำเงินนั้นคืนผู้เสียหายได้ อย่างรวดเร็ว และแน่นอนครับ เมื่อไม่กี่อาทิตย์นี้ก็มีปัญหาตามมาว่าเวลาโทรไป ๑๔๔๑ นั้น มันมีปัญหาว่าการหว่านแหที่ไปกวาดเอาบัญชีม้านั้นไปเจอกับบัญชีคนปกติด้วย ในคณะกรรมาธิการสามัญ ในชุดของการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ผมเองได้เชิญทางธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ปปง. มาครับ ท่านทราบไหมครับโทรศัพท์ที่เข้ามานั้นมีทั้งหมด ๑๓,๔๙๕ สาย ที่โทร เข้ามาแจ้งครับ ปรากฏว่ามีการปลดล็อกหรือว่าปลดออกจากบัญชีม้าเพียงแค่ ๕๐๐ สาย เท่านั้น ที่เหลือคืออะไร ตำรวจก็เลยแจ้งว่าที่เหลือน่าจะเป็นบัญชีม้านี่ละครับ เห็นว่า ประชาชนเดือดร้อนก็เลยใช้โอกาสนี้ในการโทรที่จะมาปลดบัญชีม้าเอาไปใช้หลอกคนอื่นอีก ในอนาคต ซึ่งผมเรียนครับ แต่ท่านยังจำได้ว่าท่านนายกแพทองธารนั้นได้ตัดตอนต้นทางครับ ตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดน้ำมัน ปิดช่องทางสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยได้รับความสนับสนุนจากประเทศจีนครับ เราปิดชายแดนทั้งเมียนมาและกัมพูชาครับ แล้วก็เรียนว่าท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเองก็มีการปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดไซเบอร์ให้ทันสมัย มากขึ้น และผมเรียนครับ หลายคนก็ถามว่าแล้ว AOC 1441 ที่มีปัญหาแล้วเราแก้ไขกันมานี่ ได้ประโยชน์หรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้ครับ AOC ของไทยที่ผ่านมาคว้ารางวัลที่หนึ่งของโลก ประเภทสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จาก ITU เป็น ๑ ใน ๑๙ โครงการ ที่ได้รับการชนะเลิศครับ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดก็คือเป็น นโยบายที่ดีแล้วเราก็หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นจะนำเรื่องนี้ ไปดำเนินการต่อครับ นอกจากนั้นแล้วยังไม่รวมถึงเรื่องของการพนันผิดกฎหมายที่สมัย ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ผมยังไม่ค่อยเห็นข่าวเท่าไรครับว่ามีการจับ รายใหญ่ได้ แต่ท่านภูมิธรรมมาอยู่ไม่นาน ท่านได้ปิดบ่อนเป็นข่าวครึกโครม บ่อนดอนเมือง สรงประภา ๑ ๒๗ สิงหาคมที่ผ่านมานี่ครับ มีเงินหมุนเวียน ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท ต่อเดือน แล้วเปิดแล้วก็ปิด เปิดแล้วก็ปิด วันนี้เราหยุดยั้งได้ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมานั้น ปี ๒๕๖๗ รัฐบาลภายใต้การดูแลของพรรคเพื่อไทย ปิดเว็บพนันออนไลน์ไป ๖๒,๐๐๐ กว่าเว็บ ปี ๒๕๖๘ ปิดไปอีก ๖๔,๐๐๐ เว็บ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าการต่อสู้กับผู้ร้ายที่อยู่บนออนไลน์ ไม่เห็นตัวเป็นการกระทำที่ยากมากครับ แต่ท่านหยุด ถ้าท่านหยุดเมื่อไรครับ เราจะแน่ใจได้ อย่างไรครับว่า ๑๐๐,๐๐๐ กว่าเว็บไซต์ที่ปิดมานั้นจะไม่กลับมาเปิดอีก เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตวิงวอนท่านคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี แทนพี่น้องประชาชนครับว่า อยากให้ท่านได้ให้ความสำคัญถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจอยู่ไม่กี่เดือน แต่อยากให้ท่านใช้เวลานี้ได้ปราบปรามยาเสพติด ภัยสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง ถึงแม้ว่า ผมเข้าใจดีครับ MOA ที่ท่านไปเซ็นมากับพรรคประชาชน ขออภัยนะครับ ที่เลือกมาบอกให้ เลือกให้ท่านมายุบสภาไม่ได้ให้มาบริหาร แต่ท่านก็ได้ตอบสื่อไปแล้วครับว่าขออนุญาตขัดใจ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชนครับว่าจะขอบริหารหน่อย ผมก็อยากเห็นครับว่า ๔ เดือน ที่เหลืออยู่ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีของท่านนั้นจะดำเนินการ อย่างไร ผมเรียนว่าพรรคเพื่อไทยนั้นในฐานะฝ่ายค้านตัวจริงเราก็จะไม่อุ้มท่านโดยไร้เหตุผล แต่เราจะคอยดูการบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล อย่างใกล้ชิดครับ เราจะติดตามตรวจสอบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำร้ายเยาวชนและพี่น้องประชาชน อย่างเรื่องของยาเสพติดอย่างใกล้ชิด ก็ฝากความหวังของประเทศไว้กับท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้ที่มีเวลาเพียงแค่ ๔ เดือน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ