ปรเมษฐ์ สนับสนุนกรอบความปลอดภัยอาหารอาเซียน เห็นห่วงสารเคมีในอาหาร

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ปรเมษฐ์ จินา อภิปรายสนับสนุนกรอบความปลอดภัยอาหารอาเซียน โดยตั้งข้อห่วงใยต่อคุณภาพและสุขภาพของประชาชนจากปัญหาสารเคมีในอาหาร เช่น สารเร่งเนื้อแดง สารกันรา ฟอร์มาลิน และสารฆ่าแมลง พร้อมเสนอให้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดและร่วมมือกันอย่างบูรณาการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178

นายปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในบทบาท ของสมาชิกรัฐสภา ก็ขอร่วมอภิปรายในส่วนของความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้าน ความปลอดภัยอาหารอาเซียน สืบเนื่องจากว่านโยบายของรัฐบาล แล้วก็ในหลายพื้นที่ของ ประเทศไทย เรามีอาหารพื้นเมืองแล้วก็เราตั้งเปัาไว้ว่าจะเปึนครัวโลก เพราะฉะนั้นเราก็ จะต้องมีการทำให้มันมีคุณภาพ มีความมาตรฐาน มีความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในเรื่องของความเพียงพอ ทีนี้ถามว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศเราสามารถสร้างความร่วมมือกัน ได้หรือไม่ ก็คงจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง สืบเนื่องจากว่าเราก็ได้ดำเนินการมาแล้วหลายเรื่อง แต่ด้วยวัฒนธรรมประเพณีแล้วก็ในส่วนของข้อตกลงต่าง ๆ นั้นมันก็จะมีเงื่อนไข แล้วก็ ข้อจำกัดมากมาย ก็เห็นด้วยที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญตรงนี้ แต่ก็จะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ตั้ง ข้อห่วงใย เนื่องจากว่าอาหารเปึนเรื่องของสุขภาพ แล้วก็สุขภาพเปึ้นเรื่องที่สำคัญที่สุดของ ชีวิตมนุษย์ ถ้าสุขภาพไม่ดี เราจะมาทำการเมืองก็คงจะไม่ได้ มาทำเรื่องเศรษฐกิจก็คงจะ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญเกี่ยวข้องกับสุขภาพก็คืออาหารที่เรากินเข้าไป ทีนี้ถามว่า ไม่เหลือบ่ากว่าแรงในฐานะที่เปึน ๑๐ ชาติในอาเซียน เพราะว่าถ้าเราศึกษาดูในส่วนของ สหภาพยุโรปหรือว่ากลุ่ม EU ก็พบว่าเขามีถึง ๒๗ ประเทศ เขาสามารถที่จะทำหลาย ๆ เรื่อง ให้มันมีคุณภาพ มีมาตรฐาน แล้วก็เปึนสังคมเดียวกัน เปึนครอบครัวเดียวกัน อันนี้ก็เปึ้นส่วน ที่สำคัญนะ็ครับ

ทีนี้ถามว่าในเรื่องของข้อห่วงใย สืบเนื่องจากว่าในส่วนของอาหารเหมือนที่ได้ กล่าวข้างต้นว่าถ้าดูเฉพาะในด้านของการเกษตร ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของสารเคมีนะครับ โลหะหนักเมื่อก่อนเราเคยได้ยินเฉพาะคำว่า แคดเมียม หรือตะกั่ว แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็เกิดวิกฤติอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาในส่วนของผู้ที่ค้าทุเรียนนะครับ ได้ยินคำว่า BY2 นั่นก็คือ Basic Yellow 2 อันนี้ก็เปึนอีกตัวหนึ่งที่จะต้องระมัดระวัง ์แล้วก็มั่นคงจะไม่หยุดแค่นี้ ในเรื่องของอาหารหรือว่าสารเคมี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีองค์กรในการเฝั้าระวัง แล้วก็ ๑๘ ข้อที่จะลงนามความตกลงกันนี้ เราก็ต้อง List แล้วก็ดูในเรื่องของรายละเอียดว่าจะทำ อย่างไรให้สามารถที่จะทันเหตุการณ์ที่สารเคมีตัวใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา ทั้งนี้ทั้งนั้นสารเคมี ตัวเก่าในฐานะที่เคยเปึนบุคลากรด้านสาธารณสุข เรามีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในเรื่องของสารปันเปุ๋อน ๖ ชนิด ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของสารเร่งเนื้อแดง ประเทศไทยเราก็ จะมีพ่อค้าหัวใสที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ถามว่ามันมีอันตรายหรือไม่ แน่นอนว่าสารเร่งเนื้อแดง ถ้าเราใช้ปริมาณเยอะแล้วก็บ่อย แล้วก็นำเข้าสู่ร่างกายด้วยความรวดเร็วก็จะทำให้กล้ามเนื้อ กระตุ๊ก แล้วสุดท้ายก็จะทำให้เปึนสารก่อเกิดมะเร็ง แล้วก็ทำให้ตายได้นะครับ

ตัวที่ ๒ ที่รณรงค์กันมาตลอด นั่นก็คือในส่วนของสารกันรา เราได้ยินคำว่า Aflatoxin ที่อยู่ในอาหารที่เปึนเชื้อรา เราก็เลยมีสารกันราขึ้นมา ถามว่ามันอันตรายมาก หรือไม่ มันก็เช่นกัน มันจะทำลายตับแล้วก็สารก่อเกิดมะเร็งเช่นกัน แล้วก็จะทำให้ตายได้ เช่นกันครับ

ตัวที่ ๓ เราเคยได้ยินคำว่า สารฟอกขาว อันนี้ก็มีการใช้สารฟอกขาว ในอาหารที่ต้องการให้สีมันข่าวขึ้น สีมันสดใส่ขึ้น ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของถั่วงอก หรือว่า อาหารอื่น ๆ ที่ใช้ในการฟอกขาวก็อันตรายเช่นกัน สารตัวนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข เขาก็ได้กำหนดไว้เช่นกันว่ามันจะเปึนอันตรายต่อไต่ แล้วก็เปึนสารที่ทำให้หมดสติ แล้วก็ จะทำให้ตายได้เช่นกัน

ตัวที่ ๔ สารที่เราเคยได้ยินก็คือในส่วนของบ่อแรกซ์ Sodium Borate ตัวนี้ก็จะเปึนสารที่อันตราย อันนี้ที่นำมาเรียนท่านก็คือว่าอยากจะให้ทบทวนตรงนี้ แล้วก็ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ ก็จะต้องจับมือร่วมกันว่าตัวไหนที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร ตัวไหนที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ ตัวไหนที่จะต้องใช้มาตรการทางการค้าหรือว่าในส่วนของ กระทรวงการต่างประเทศก็จะต้องมีการจับมือร่วมกัน ข้อกังวลก็คืออยากจะให้มีการ ประสานงานแล้วก็ทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ของไทยเรามีหน่วยงานเยอะแยะมากมาย แต่ว่าพอทำงานร่วมกันก็อาจจะติดขัดโน่น ติดขัดนี่ ก็อยากจะให้คณะกรรมการที่จะทำตรงนี้ แล้วก็ดูในรายละเอียด แล้วก็พยายามที่จะดึงความร่วมมือนะครับ

สารตัวต่อไปที่ทำมาตอนสมัยที่รับราชการอยู่กระทรวงสาธารณสุข นั่นก็คือ ในส่วนของฟอร์มาลิน เมื่อก่อนเราไม่มีหีบแอร์ ไม่มีโรงแอร์ ก็จะต้องใช้สารฟอร์มาลิน เพื่อฉีดศพ เพื่อที่จะให้ศพสามารถตั้งบำเพ็ญกุศลศพไว้ได้ ๕ วัน ๕ คืน ๗ คืน ๙ คืน ก็ว่ากันไปเพื่อไม่ให้ศพมันเน่าเป๋ือย อันนี้ก็เปึนอันตราย แต่ถามว่าสารทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะ มีทั้งประโยชน์แล้วก็โทษ เหมือนไฟฟัาเช่นกัน คุณอนันต์ก็มีโทษมหันต์ เพราะฉะนั้นถ้าเรา เอามาใช้ในเรื่องที่ผิดหรือว่าเรื่องที่มันไม่ตรงตามวัตถุประสงค์มันก็จะมีอันตรายต่อสุขภาพ ก็จะทำให้ตายได้เช่นกัน

สุดท้ายในเรื่องของสารฆ่าแมลง ได้นำเรียนไปแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะไม่ เพียงพอเฉพาะ ๖ สารนั้น เพราะว่าปัจจุบันเรายังมีเรื่องของจุลินทรีย์ เรื่องของเชื้อโรค มีอาหารเปึนพิษ มีอุจจาระร่วง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ณ ปลายป้ที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าประเทศ เพื่อนบ้านเรามีอุจจาระร่วงหรือว่าอหิว่าตกโรคระบาด อันนี้ก็เปึนส่วนที่สำคัญ เราจะไม่โทษ ว่าประเทศใดเก่งกว่า ประเทศใดด้อยกว่า แต่เรามาทำความร่วมมือกันให้เหมือนกับ EU ๑๐ ประเทศที่มาลงนามข้อตกลงร่วมกัน จะได้มีจิตสำนึก แล้วก็มีความรับผิดชอบต่อสินค้า ที่จะนำเข้าสู่ร่างกาย นั่นก็คืออาหารของมนุษย์ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เปึ้นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ ที่จะต้องให้รัฐสภาผ่านความเห็นชอบ แล้วก็อยากจะนำเรียนว่าในฐานะที่เปึน พรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นด้วยที่จะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ได้เร่งมือ เราจะได้มีผลในเรื่องของการคุ้มครองสุขภาพของพี่น้องทั้ง ๑๐ ประเทศ แล้วก็มวลมนุษยชาติในทั่วโลกด้วย ขอบคุณมากครับ