ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตความตกลงอาเซียนด้านอาหาร ห่วงโปร่งใส-ครอบคลุมน้อย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือประเด็นความตกลงอาเซียนว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร โดยสนับสนุนในหลักการแต่ตั้งข้อสังเกตเรื่องความล่าช้า ขอบเขตที่จำกัด และการไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญอย่างอาหารอินทรีย์ สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียกร้องให้มีความโปร่งใสและชี้แจงรายละเอียดก่อนการลงมติ อีกทั้งตั้งคำถามถึงความมั่นคงด้านอาหารของไทย การมีส่วนร่วมในความตกลงภูมิภาค การรองรับภาวะฉุกเฉินด้านอาหาร บทบาทของภาคประชาชน และอำนาจต่อรองของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการคุ้มครองผู้เรียกร้องสิทธิและป้องกันการผูกขาดในระบบอาหาร

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหาร อาเซียน ทั้งในฐานะส่วนตนแล้วก็ในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคร่วมฝ์ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎร แน่นอนว่าในเชิงหลักการนั้นเราเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน ถึงแม้เราเองก็มี ข้อสงสัยต่อความล่าช้าที่เกิดขึ้นในการลงนาม ตลอดจนการเข้าเปึนส่วนหนึ่งของการให้ สัตยาบันต่อกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถ้าดูจากกรอบความตกลงอาเซียนนั้นเสมือนว่าเราใช้เวลาถึง ๑๐ ป้ในเรื่องที่เรากำลังจะบอกต่อพี่น้องประชาชนว่าเรามีความสำคัญยิ่ง แน่นอนด้านหนึ่ง อาจจะมาจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความล่าช้าดังกล่าวนั้น อาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ ซึ่งเราเองก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ ผมอยากจะแบ่งให้เห็นแบบนี้ครับว่าในแง่ ของความตกลงฉบับนี้โดยวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายนั้นมันต้อง Balance กันครับ ระหว่างประเด็นเรื่องการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภค และประเด็นเรื่องของความสะดวก ของการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของอาหารปลอดภัยในอาเซียน เราเข้าใจและตระหนักดีครับ แต่อย่างไรก็ตามเราคงต้องพูดในฐานะตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนชาวไทยเช่นเดียวกันว่ามันมีเหตุผลมีประเด็นใดที่ท่านผู้ชี้แจงควรจะให้ความ กระจ่าง หรือให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์ต่อการลงมติ ตลอดจนเปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน ผมยกตัวอย่างบางเรื่อง บางเรื่องเช่นกรณีเมื่อสักครู่ที่ท่านจรยุทธ์ จตุรพรประสิทธิ์ เพื่อนสมาชิกกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชนท่านได้พูดถึง เราอ่านอย่างไรก็แล้วแต่ เราเองก็สงสัยว่าข้อ ๓ ที่พูดถึงขอบข่ายหรือข้อจำกัดว่าความตกลงนี้จะไม่ครอบคลุมถึง เรื่องใดบ้าง เพราะเหตุใดถึงมีการระบุว่า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องคุณภาพอาหาร อาหารอินทรีย์ สวัสดิภาพสัตว์ ความยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร การปกปัองสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดประเด็นเรื่องอาหารที่เปึนอันตรายหรือไม่เหมาะต่อการ บริโภคอยู่นอกขอบข่ายของความตกลงนี้ เพื่อนสมาชิกก็สงสัย พวกผมก็สงสัย มันสามารถ เขียนในเชิงบวกได้ครับ ภาษาในทางการทูต ท่านประธานก็เปึ้นนักการทูต จบรัฐศาสตร์ โดยตรง ท่านทราบดีว่า จริง ๆ แล้วมันมีภาษาในเชิงบวกที่เขียนได้ว่า กรณีของเงื่อนไข เหล่านี้นั้นสามารถออกอยู่ในพิธีสาร เช่น ในข้อ ๑๐ ซึ่งผมยังไม่แน่ใจว่าในข้อ ๑๐ ที่พูดถึง พิธีสารนั้นคือพิธีสารแบบใด อย่างไร และจะทำให้เวลาเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ หรือมัน อาจจะพูดในเชิงบวกก็ได้ว่ากรณีเหล่านี้ที่อยู่นอกขอบข่ายความตกลงนี้นั้นก็สามารถอยู่ใน เงื่อนไขความตกลง ไม่ว่าจะเปึนพันธกรณี อนุสัญญา หรือเงื่อนไขความตกลงอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่พวกเราห่วงกันมากเรื่องการผลิตห่วงโซ่อาหาร ผมเองข้ามชายแดน ไทยไปในประเทศเพื่อนบ้าน ผมก็ทราบดีว่ามีการทำเรื่องอาหารจำนวนมากที่นำมาสู่อาหาร เลี้ยงสัตว์หรืออาหารที่ให้ต่อสัตว์ แล้วส่งผลกระทบต่อ PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ พี่น้องประชาชนคนไทย แต่เราเขียนเงื่อนไขว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่นอกขอบข่ายความตกลงฉบับนี้ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมเองมีข้อสงสัย ก็ยังอยากให้ท่านได้กรุณาชี้แจงให้พี่น้องประชาชน คนไทยได้ทราบ

ประเด็นที่ ๒ กรณีของความตกลงฉบับนี้จะไม่เกิดผลถ้าความปลอดภัย อาหารนั้นไม่มาพร้อมกับความมั่นคงทางอาหาร วันนี้ยังมีพี่น้องประชาชนอยู่หลายส่วน ในช่วงโควิดที่ผ่านมาพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนจำนวนไม่น้อยเลย ไม่มีแม้แต่ข้าวสาร ร้องเรียนมาที่สภาผู้แทนราษฎร พวกผมจะต้องส่งสิ่งเหล่านี้ไปให้ความ ช่วยเหลือ ผมขอถามท่านแบบนี้ครับ เอากรณีในปัจจุบันก็ได้ท่านประธานเองก็ใกล้ชิดกับ พี่น้องชาวอ่างทอง น้องชายท่านก็อยู่เทศบาลเมืองอ่างทองมาก่อน เรื่องข้าว ท่านเห็นไหมครับ ว่าเรื่องข้าวขณะนี้ราคาข้าวตกลงมาอยู่ที่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท บางที่ขายกัน ๕,๐๐๐ บาท แต่เรากำลังพูดถึงการเปึนครัวของโลก เรากำลังพูดถึง ๑๐ ประเทศอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าในการ ผลิตข้าว มีจำนวนในการผลิตข้าวเปึนจำนวนไม่น้อยแน่นอน ไม่พูดถึงผลกระทบจากอีก ประเทศหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาข้าวตกลง แต่ความมั่นคงด้านอาหารแบบนี้ละครับ ความมั่นคง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่บางข้อ บางประการ ผมคงไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่ผมเห็นว่า มันสามารถชี้ประเด็นในเรื่องของจุดติดต่อ ชี้ประเด็นในเรื่องของคณะกรรมการ ชี้ประเด็น ในเรื่องที่เรียกว่า ภาวะฉุกเฉินความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งท่านดูแต่ความปลอดภัย แต่ความมั่นคงนั้นคือส่วนหนึ่งของความปลอดภัย เราสามารถใช้กรณีของข้าวเปึนตัวอย่าง ได้ไหมครับ ในรายละเอียดที่พรรคประชาชนได้ทำในกรณีของศูนย์นโยบายของพรรค พูดแม้กระทั่งว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการหุงข้าวสุกเพื่อส่งไปช่วยเหลือยามเกิดภัยพิบัติ ในประเทศตนเองและประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ด้วยซ้ำ แต่ไม่เห็นรายละเอียดในความตกลง ฉบับนี้ หรือมีจุดใดในความตกลงฉบับนี้ที่เอื้ออำนวยให้เกิดกรณีแบบนี้หรือไม่ นั่นเปึ้น ประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของคณะกรรมการ คณะกรรมการประสานงานด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน ข้อ ๗ เราไม่เห็นรายละเอียด เรื่ององค์ประกอบ ท่านอาจจะพูดถึงการประสานงานอย่างเดียว แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้อง กับประชาชนที่อยู่ในประชาคมอาเซียน คณะกรรมการนั้นเปึนรูปแบบของรัฐต่อรัฐ เปึ้นรูปแบบของข้าราชการต่อข้าราชการ หรือเปึนรูปแบบที่เป่ดให้มีการมีส่วนร่วมของภาค ประชาสังคมต่าง ๆ เรื่องอาหารเปึนเรื่องใหญ่มาก เรื่องอาหารไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง Ant-SLAPP Law หรือกฎหมายที่ปัองกันการผูกขาดจากการถูกฟัอง ซึ่งเราเองก็ยอมรับว่า ในปัจจุบันนั้นมีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปมีส่วนผูกขาดทางด้านอาหาร และอาจจะนำไปสู่ การฟัองร้องต่อคนที่ลุกขึ้นมาปกปัองสิทธิต่าง ๆ คณะกรรมการชุดนี้มีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนหรือภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่

ประเด็นที่ ๔ คืออำนาจต่อรองในทางระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเชิงรัฐศาสตร์มันมีการพูดถึงกลุ่มประเทศ ผมย่อเรียกง่าย ๆ ว่า Pack Asiana ก็แล้วแต่ กรณีของประชาคมอาเซียนนั้นถือว่ามีอำนาจต่อรองในทางเศรษฐกิจเปึน จำนวนหนึ่ง อาจจะไม่ได้มากนัก เพราะว่าหลายข้อตกลงนั้นเปึนข้อตกลงที่เราไม่ค่อยได้ ประโยชน์ ผมก็ต้องถามท่านว่าอำนาจต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศไปไกลกว่าแค่ใน ประเทศไทย อำนาจต่อรองในเชิงครัวของโลก อำนาจต่อรองในเชิงความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัยทางอาหาร ทางสุขภาพของโลกนี้ สถานะของความตกลงนี้อยู่ในระดับไหน มีอำนาจต่อรองในเชิงเศรษฐกิจ มีอำนาจต่อรองในเชิงสังคม มีอำนาจต่อรองในทางการเมือง ระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งอันนี้มีส่งผลกระทบเยอะถึงการเลือกในการสนับสนุนด้านใด ด้านหนึ่ง สิ่งเหล่านี้เปึนประเด็นที่ทางพรรคร่วมฝ์ายค้านเองถึงแม้ในเชิงหลักการนั้น จะสนับสนุนการลงมติเห็นด้วยกับความตกลงฉบับนี้ แต่อยากได้ยินจากท่าน อยากได้ยินจาก ตัวแทนกระทรวง อยากได้ยินจากตัวแทนท่านรัฐมนตรี อยากได้ยินจากตัวแทนกระทรวงอื่น ช่วยตอบคำถามของพี่น้องประชาชนว่าเราจะได้อะไรจากความตกลงนี้ เราจะได้อะไรในเชิง ระหว่างประเทศจากความตกลงนี้ด้วยครับ ก็เปึนกรอบใหญ่ ๆ ที่ผมอยากตั้งคำถามไปยัง ท่านผู้ชี้แจง ขอบพระคุณครับ