รัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ ชี้แจงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของไทยต่อมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนชายแดน (CBAM) ที่จะมีผลในปี 2569 โดยเน้นความจำเป็นในการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อลดผลกระทบต่อสินค้าส่งออก 6 กลุ่มสำคัญ พร้อมทั้งอธิบายถึงการรองรับข้อกำหนด EUDR ที่จะบังคับใช้ในปี 2567 ต่อสินค้าเกษตรและไม้ และย้ำความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในด้านการค้าที่เป็นธรรมและการตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างโปร่งใส รวมถึงเรื่องสิทธิบัตรยาและการเข้าถึงยาภายใต้กรอบการเจรจา FTA ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิผู้ป่วยกับพันธะสัญญาระหว่างประเทศ โดยยืนยันการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในกระบวนการเจรจา
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศนะครับ ผมขอตอบประเด็นที่ท่านภัณฑิล และท่านเปรมศักดิ์ได้เอ่ยมานะครับ
ขอไปประเด็นแรก เรื่องของมาตรการเก็บคาร์บอนที่ชายแดนของสหภาพยุโรป หรือว่ามาตรการ CBAM มาตรการ CBAM จะเริ่มใช้บังคับในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙ ก็จะเก็บกับภาษี ๖ กลุ่มสินค้า มีเหล็ก เหล็กกล้า อลูมิเนียม ไฟฟ้า ปุ๋ย และไฮโดรเจน ประเทศไทยเราส่งออกสินค้า ๖ กลุ่มไปสหภาพยุโรป คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๒๖,๓๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓.๔ ของสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหภาพยุโรปทั้งหมด แล้วก็ประมาณร้อยละ ๔.๘ ของสินค้าที่ไทยส่งออกไปโลก ปัจจุบันทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนะครับ ก็อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการยกร่างกฎหมาย รวมถึงร่วมมือกับองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก ออกแบบร่างกฎหมาย แล้วก็ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการ CBAM แล้วก็การรองรับ CBAM อันนี้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมก็ร่วมด้วยนะครับ เพื่อให้ความรู้กับภาคเอกชนในการปรับตัว แล้วเราร่วมกับทางคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย หรือผู้เชี่ยวชาญของสหภาพยุโรปเดินทางมาให้ความรู้ด้วยนะครับ ในการปรับตัวเข้ากับมาตรการของทางสหภาพยุโรป
ในเรื่องของมาตรการ EUDR ก็จะใช้บังคับในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ ก็จะใช้บังคับกับสินค้า ๖ กลุ่ม จะมีโค โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง ไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้ ก็ใช้กับสินค้าต้นน้ำและปลายน้ำ สำหรับโทษถ้าเผื่อว่ามาตรการ EUDR ก็คือกำหนดว่า ผู้นำเข้าจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ ๖ กลุ่มนี้ว่า ไม่ก่อให้เกิด การทำลายป่าไม้ที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน โทษอาจจะมีการเก็บค่าปรับไม่น้อยกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ของบริษัทที่เกิดจากในสหภาพยุโรป ในปัจจุบันทางหน่วยงานทั้งทางกระทรวง การต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็การยางแห่งประเทศไทย เราก็ร่วมมือกับทางคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ที่เป็นเจ้าของมาตรการ ให้ความรู้กับเกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการไทยในเรื่องนี้ ทางการยางแห่งประเทศไทย ก็ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูล Thai Rubber ไทยเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายยางนะครับ รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับด้วยนะครับ
ประเด็นในเรื่องของ Anti-Dumping รวมถึง Competition เรื่องของภาษี ตอบโต้การทุ่มตลาด เรื่องของการแข่งขันที่เป็นธรรม ใน PCA เป็นกรอบความร่วมมือ เรื่องของการตอบโต้การทุ่มตลาด ยืนยันว่าทั้งไทยกับสหภาพยุโรปก็จะปฏิบัติตาม แล้วก็ รักษาสิทธิของทั้ง ๒ ประเทศภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดขององค์การ การค้าโลกที่ทั้ง ๒ ประเทศเป็นสมาชิกอยู่นะครับ ที่มีเพิ่มเติมมาก็คือ ให้มีความร่วมมือ ในเรื่องเกี่ยวกับการตอบโต้การทุ่มตลาด ตามที่ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เรื่องของการแข่งขัน ก็กำหนดว่า ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายมีกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขัน แล้วก็มีการเผยแพร่ รวมถึง มีการให้ความรู้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายของตัวเองให้อีกฝ่ายหนึ่งด้วย ก็เป็นเรื่องที่ ทั้ง ๒ ฝ่ายสามารถปฏิบัติได้แน่นอนนะครับ
เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องยาในกรอบ PCA เน้นย้ำถึงสิทธิของทั้งไทย กับสหภาพยุโรปนะครับ ในเรื่องความยืดหยุ่นภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าและทรัพย์สิน ทางปัญญา หรือว่าความตกลง TRIPS ในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการการบังคับใช้สิทธิ หรือสิทธิบัตร หรือว่าที่เราเรียกสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า CL Compulsory Licensing การบังคับใช้สิทธิบัตรยา อันนี้ก็ยืนยันว่าสามารถที่จะทำได้ ก็เป็นการยืนยันสิทธิในการเข้าถึงยา ของผู้ป่วยตามกฎเกณฑ์ กติกาขององค์การการค้าโลก สำหรับการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป เรื่องยาก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ทางสหภาพยุโรปผลักดัน ทางคณะเจรจาประกอบไปด้วย ทั้งทางผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ อย. รวมถึงภาควิชาการ แล้วเราก็มีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเราตระหนักถึงความสำคัญที่ว่า ประเทศไทยจะต้องสามารถพึ่งพิงตัวเองได้ ในเรื่องของการสาธารณสุข แล้วก็เรื่องยา รวมถึงเรื่องสิทธิในการเข้าถึงยาของผู้ป่วย ก็ขอให้ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านมั่นใจได้ว่า คณะเจรจาจะทำการเจรจา ต่อรอง แล้วก็ตัดสินใจบนพื้นฐานทั้ง ๒ เรื่อง แล้วก็จะดูแลผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน อย่างสมดุลนะครับ แล้วก็จะมีการมาหารือ ขออนุญาตปรึกษาหารือกับทางท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผ่านทางคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ด้วยในการเจรจา เป้าหมายในเบื้องต้น FTA ไทย-สหภาพยุโรป กำหนดไว้ว่าอย่างเร็วก็คือ ภายในปลายปีหน้า เพราะฉะนั้นเราก็จะทำการ Outdish แล้วก็ปรึกษาหารือทางท่านผ่านคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ด้วยนะครับ เพื่อขอรับฟัง ความเห็น ข้อกังวล ข้อเสนอแนะจากทุกท่านด้วยครับ กราบขอบพระคุณทุกท่านมากครับ