ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงชี้แจงจุดยืนของพรรคในการพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยย้ำถึงความสำคัญของคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริต พร้อมยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อ จึงถือว่าผู้นั้นยังคงบริสุทธิ์และเหมาะสมตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่เห็นชอบด้วย เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองและบริบทการจัดตั้งรัฐบาล พร้อมเสนอแนวทางปรองดอง ย้ำความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านประชามติ และผลักดันให้จัดตั้งรัฐบาลที่รวมพลังทุกฝ่ายเพื่อทำงานร่วมกันเพื่อชาติในบรรยากาศของประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานในนามของพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้า พรรคเพื่อไทยที่ได้เป็นผู้เสนอชื่อผู้ซึ่งสมควรจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ในวันนี้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ทั้งทางส่วนของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กรุณาแสดงความคิดเห็นในวาระ ที่เราจะให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่เสนอ ในที่ประชุมแห่งนี้ ในนามพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมที่จะจัดตั้งรัฐบาลทั้ง ๑๑ พรรค ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านที่ได้ให้ความเห็น ได้มีข้อห่วงใย ซักถามในข้อสงสัย แม้ในสิ่งที่เรากำลังพิจารณากันอยู่เป็นเรื่องของการให้ความเห็นชอบ บุคคล ซึ่งตัวรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๙ ก็ดี มาตรา ๒๗๒ ก็ดี ก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ ตัวบุคคลในเรื่องของคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม แต่ก็เป็นความสวยงามของสภาแห่งนี้นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยก็ย่อมจะมีสิทธิทำหน้าที่แทน พี่น้องประชาชนในการที่จะสอบถาม ในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงก่อนที่ทุกท่าน จะตัดสินใจเลือกบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำของประเทศ มาเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ของคนไทยทุกคน ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนอยู่ ๓ ประเด็น ในฐานะ ที่เป็นพรรคการเมืองที่เสนอชื่อ จะขอใช้สิทธิตรงนี้ได้กราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน
ประเด็นที่ ๑ เป็นข้อสงสัย เป็นข้อซักถามเกี่ยวกับเรื่องของคุณสมบัติลักษณะ ต้องห้ามของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ หรือเป็นผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ในเรื่องที่หลายท่านให้ความสนใจเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เรื่องของมาตรฐานจริยธรรม ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานจริยธรรมที่ทุกท่านเห็นว่ามันน่าจะเกี่ยวโยงเกี่ยวข้องไปในเรื่องของพฤติการณ์ พฤติกรรมของการประกอบอาชีพในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นภาคเอกชน ในบริษัทมหาชน ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ได้ยกกรณีตัวอย่างขึ้นมาหลายกรณี และที่สำคัญเป็นประเด็นที่ถกเถียง เป็นประเด็นที่เผยแพร่ในสังคมอย่างแพร่หลาย สังคมโดยรวมก็มีความรับรู้ มีความสนใจ ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย มีการให้เหตุให้ผลกันในมิติของเชิงสังคมมาเยอะแยะ วันนี้ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธาน ในประเด็นนี้จะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในฐานะของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ในการตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ที่เราเห็นว่ามีเรื่องสำคัญเป็นเรื่องประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะเสนอชื่อบุคคลนั้นให้มาเป็นผู้นำ ของประเทศ เรื่องนี้เราให้ความสำคัญครับ ทางฝ่ายกฎหมายของเรา บุคคลที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมไม้ร่วมมือกันในการที่จะตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ อย่างถี่ถ้วน ครบถ้วน ยืนยันกับท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้ เพราะถือเป็น เรื่องความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มากของพรรคต่อพี่น้องประชาชน และต่อประเทศชาติ บ้านเมือง ข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับเรื่องประเด็นข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยงภาษีการจัดซื้อขายที่ดินที่มีการกล่าวหา กล่าวอ้างว่า มีการแต่งตั้งบุคคล ตัวแทน หรือ Nominee ขึ้นมารองรับ มีการดำเนินการในสิ่งที่ไม่ชอบ เช่นมีเรื่องของสะพานอะไรต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในมุมของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ละเลยทั้งก่อนหน้า และขณะที่มีการนำเรื่องนี้มาพูดคุยในสังคม ต้องขอบคุณคนที่เขานำเรื่องนี้มาเปิดเผย ถ้ามองในแง่ดีพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ คุณเศรษฐา ทวีสิน ได้ประโยชน์ และพรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ แล้วที่สำคัญเรื่องนี้เข้าสู่สภา ผมขอยืนยันกับท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราได้ตรวจสอบในข้อกฎหมายทุกอย่าง ล่วงเลยไปถึงเรื่องของจริยธรรม เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ นำเรื่องนี้มาตรวจสอบ ยืนยันกับท่านประธานครับ ไม่มีเรื่องใด ๆ ที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่มีข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ รายละเอียดผมอาจจะมีเวลาไม่มากครับ แต่ว่าเราสามารถ จะชี้แจงพูดคุยกันได้เยอะมากในมิติของสื่อสังคมทั่วไป ท่านประธานครับ ยืนยันกับท่านประธานครับ ไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ หรือหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้ที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีแต่ข้อกล่าวหา ที่โน้มเอียง เอาหลักฐานในการประกอบธุรกิจมาเป็นตัวกล่าวอ้าง เป็นลักษณะการเชื่อมโยงกัน แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เป็นเพียงข้อกล่าวหา ไม่สามารถ พิสูจน์ได้ว่ามีความผิดเช่นนั้นก็ยังถือว่าคุณเศรษฐา ทวีสิน หรือนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ในประเด็นที่ ๑ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เป็นที่พูดคุยกันเยอะในสภาแห่งนี้ สมาชิกหลายท่านอาจจะ แสดงความเห็นในฐานะพรรคการเมืองด้วย ได้แสดงเหตุผลว่า ไม่สามารถให้ความเห็นชอบ บุคคลซึ่งได้ถูกเสนอชื่อ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยได้ ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม เป็นเรื่องของ จุดยืนทางการเมือง เป็นพฤติการณ์พฤติกรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในประเด็นนี้นะครับ เพราะมีหลายท่านเองก็ให้ความสนใจ พรรคเพื่อไทยเอง เคารพในเสียงของพี่น้องประชาชนทุกเสียงครับ ผมขีดเส้นใต้ว่า ทุกเสียง ประเทศเรา ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จริงอยู่ครับในพฤติการณ์พฤติกรรม ในอุดมการณ์ ในการแสดงออก ในบ้านนี้เมืองนี้หลายคนอาจจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายว่า กลุ่มนั้นเป็นเสรีนิยม กลุ่มนี้ เป็นอนุรักษ์นิยม แต่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นเสรีนิยม เป็นอนุรักษ์นิยมล้วนแต่เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ขีดเส้นใต้นะครับ มุ่งเน้นด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเอง ได้ยึดมั่นยึดถือก็คือระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข สำคัญที่สุดคือระบบรัฐสภา สส. ที่ถูกเลือกมาในสภาแห่ง ในขณะนี้ ๔๙๘ คน ๔๙๙ คนล้วนมาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนที่ทุกคนก็ถือว่าเป็นปวงชนชาวไทย มีอำนาจอธิปไตยตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เขาเหล่านั้นเป็นผู้ให้สิทธิให้เสียงกับตัวแทน เขาเข้ามาในระบบตัวแทน เขาเป็นประชาชนในระบอบประชาธิปไตย เขาไม่ได้เป็นเผด็จการ จริงอยู่พฤติการณ์พฤติกรรมที่ผ่านมาเรามีเรื่องของการแบ่งแยกความเห็น การแตกต่างความคิด แม้จะเป็นประชาธิปไตยในระบอบการปกครองที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ความคิดความเห็นของคนในชาตินี้ ในบ้านนี้เมืองนี้ใน ๒ ทศวรรษที่ผ่านมามีความแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง กลุ่มที่อ้างเป็นเสรีประชาธิปไตยก็มีแนวคิด วิธีการไปอีกรูปแบบหนึ่ง กลุ่มที่อ้าง เป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็มีแนวคิดวิธีการไปอีกอย่างหนึ่ง ๒ แนวนี้ใน ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ท่านประธานครับ มีความแตกต่าง มีความขัดแย้ง มีการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ทางการเมือง มาตลอด พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มา อย่างเจ็บปวด คนที่เจ็บปวดที่สุดครับท่านประธานคือพี่น้องประชาชนคนไทย ถามว่าเราขัดแย้งกันเราสู้กันแล้วได้อะไรขึ้นมา นี่คือจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทย เราเห็นความย่อยยับ เห็นความสูญเสีย เห็นโอกาสของพี่น้องประชาชนที่เสียหายไป เพราะเพียงแต่มีความคิดต่างกัน และมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน แต่แยกกันเดินบนพื้นฐาน ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แน่นอนครับ ถ้ามีความเชื่ออย่างนี้ฝ่ายที่บอกว่าต้องการ ปกป้องรักษาเอกราชประเทศชาติบ้านเมืองสถาบันหลักของชาติเขาก็ต้องปกป้อง เขาก็ต้อง แสดงออกเต็มที่ ถ้าคุณมีพฤติการณ์พฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงไปที่จะเป็นอันตรายต่อสถาบันหลัก ของชาติก็ย่อมมีการต่อสู้ ย่อมมีการทำลายล้าง นั่นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมาครับ แล้วเรา จะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปหรือท่านประธานครับ นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย เราต้องนำเรื่องนี้มาคิดหนักครับ จริงอยู่ครับเรายินดีและส่งเสริมในสิ่งที่เป็นอำนาจประชาชน เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับ ๒ ๑๔๑ เสียงเรายินดีครับได้จับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมบอกกับท่านประธานเลยก็ได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีทางจับมือกับพรรคก้าวไกล ในการจัดตั้งรัฐบาล เรารอครับ เราเป็นพรรคอันดับ ๒ เราสามารถที่จะแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ได้ถ้ากลไกการเมืองและรัฐธรรมนูญมันเป็นปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญอย่างนี้ เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราก็คิดผิดครับ เราคิดผิดว่ายิ่งเราจับมือกันยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เราเอาหัวชนฝามาเราเจ็บครับ เราเกิดก่อน เรามีประสบการณ์ครับ แล้วเราจะเอาหัวชนฝาทำให้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน เสียหายไปเราไม่ทำแล้วครับ สิ่งที่ดีที่สุดเราหันหน้ามา ฐานอำนาจ ดุลอำนาจที่มีอยู่ในประเทศนี้ ดีที่สุดคือจับมาดุลอำนาจ มาประนีประนอมอำนาจ และให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ บ้านเมืองให้สูงสุด ผมว่านั่นน่าจะเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดในโอกาสนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เราต้องปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของชาติ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ท่านประธานครับ ทุกคน พูดเหมือนกัน แต่วิธีการทำไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะวิธีการที่มีความคลางแคลงสงสัยในชาตินี้ มันทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยอาสาเข้ามาสลายความขัดแย้งตรงนี้ จัดตั้งรัฐบาลในนามของทุกฝ่ายที่สามารถร่วมมือกันได้ ขณะนี้เราได้ ๑๑ พรรค และมั่นใจ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ พรรคก็จะตามมา เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ความแข็งแรงของการเป็นรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาล เราเชื่อมั่นครับว่าแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลเราต้องการแก้วิกฤติ ของประเทศ ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดวิกฤติความขัดแย้ง ท่านอาจจะ มีสมมติฐานว่าการตั้งรัฐบาลอย่างนี้จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งสมมติฐานนั้นมันตรงข้าม กับสมมติฐานของพรรคเพื่อไทย และพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ๑๑ พรรค ถ้าจะสลาย ความขัดแย้งได้ต้องใช้กลไกนี้เท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน นี่คือเหตุผลข้อที่ ๒
เรื่องที่ ๓ ข้อห่วงใยเรื่องของนโยบาย ขอเวลาอีกนาทีเดียวครับ หลายท่าน มีความห่วงใยเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อเท็จจริง ขณะนี้เป็นเพียงนโยบายที่เราใช้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นโยบายของรัฐบาล จะเกิดการร่วมมือกันจัดทำเป็นนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ตรงนั้นท่านสามารถ วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ เพราะจะต้องถูกนำไปใช้ แต่ก็เป็นข้อดีที่ท่านได้สะท้อน มาในขณะนี้ มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การไปเขียนนโยบายรัฐบาลในสิ่งที่ท่านมีข้อกังวล มีข้อห่วงใย ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลายท่านอาจจะมีความคลางแคลงสงสัยเข้าใจผิด เราปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทุกเรื่องครับ วิกฤติหนึ่งคือรัฐธรรมนูญที่ทำให้บ้านเมืองเรา เป็นอย่างนี้ ผมเข้าใจครับว่าฝ่ายที่เขาเขียนรัฐธรรมนูญมาอย่างนี้เขาต้องการที่จะปกป้อง คุ้มครองในสิ่งที่เขาเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ถึงระยะหนึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้ในการปกป้องคุ้มครอง ในช่วงเวลาหนึ่งต้องถูกสลายออกไป มันจะเป็นการดุลอำนาจที่ดี เพราะฉะนั้นการแก้ไข รัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพบนพื้นฐานที่เรา จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แน่นอนครับ เราแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมพูดชัด ๆ แก้รัฐธรรมนูญเพื่อไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการที่จะทำอย่างนี้ได้ ต้องผ่านกระบวนการทำประชามติ เพราะฉะนั้นเราเลยประกาศว่าถ้าเราเป็นรัฐบาล ๒ เรื่องที่เราจะทำควบคู่พร้อมกันไป เร่งด่วนคือด้านเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้อง แต่เรื่องที่จำเป็นต้องทำควบคู่กันไปเพราะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีขึ้นไปเราเนิ่นช้าไม่ได้ ก็เริ่มทำประชามติ เพื่อถามพี่น้องประชาชนว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะคำถามตรงนี้ก็จะเป็นรายละเอียดที่ต้องไปคุยกัน ทำ ทำโดยใคร เขาจะทำเป็นคำถาม ในประชามติ ถ้าได้รับมติจากพี่น้องประชาชนก็เข้าสู่กระบวนการการแก้รัฐธรรมนูญ เขียนรายละเอียดไปในสิ่งที่เราต้องการแก้ และไปจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความตั้งใจเราครับ เราจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดเราค่อยไปคุยกันอีกทีว่ามาอย่างไร จำนวนเท่าไร ให้มีดุลยภาพที่ดี มีความมั่นใจทุกฝ่ายว่าเราสามารถทำงานร่วมกันได้ ประเด็นนี้ผมเลย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า บนพื้นฐานที่เราจะเริ่มต้นเป็นรัฐบาล แห่งความปรองดอง เป็นรัฐบาลแห่งความสมัครสมานสามัคคี เห็นคนในชาติทุกคนมีค่า มีคุณค่าเท่ากัน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เราหันหน้าเข้ามาหากันครับ มาเริ่มต้นตรงนี้ แล้วผม ก็เชื่อว่าทุกคน โดยเฉพาะทุกท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว มีจิตปรารถนาดี ต่อประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอนครับ ไม่แตกต่างครับ หรือไม่เป็นประเด็นอะไรที่จะมีความเห็นต่างกัน ความเห็นต่างเป็นสีสันที่สวยงามในระบอบ ประชาธิปไตย โดยเฉพาะในระบบเสียงข้างมากภายใต้องค์พระมหากษัตริย์ที่เป็นประมุข ต้องมีความเห็นต่างครับ แต่เราจะแปลงความเห็นต่างตรงนั้นมาเป็นความเห็นร่วมอย่างไร นั่นคือขึ้นกับพวกเรา ๗๕๐ คนที่อยู่ตรงนี้ โอกาสนี้ละครับ ถ้าทุกท่านได้มอบความไว้วางใจ ให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นบุคคลซึ่งสมควรที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีจากมติของพวกเรา ๗๕๐ ท่านในวันนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ ความเห็นต่างมาเป็นความเห็นร่วม เพื่อหันหน้าเข้าหากัน มาทำงานร่วมกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนมาทั้งหมดในนามของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้ง รัฐบาลทั้ง ๑๑ พรรค ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ผ่านไปยัง พี่น้องประชาชน ทุกอย่างเราหวังว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุดครับ แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่หวัง มันไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะในมิติของสังคมไทยที่มีความแตกต่างหลากหลายมาอย่างนี้ เราต้องรับความแตกต่างหลากหลาย และนำสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้มาทำหน้าที่ในการบริหาร จัดการให้เป็นโอกาส และความหวังที่ดีของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ผมกราบขอบคุณ ผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกที่เคารพทุกท่านที่กรุณาจะขานชื่อให้ความเห็นชอบ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๐ ของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ