สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ แสดงความเห็นต่อการเสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมเสนอแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเฉพาะเจาะจงที่เน้นกลุ่มเปราะบาง ร้านค้าชุมชน และสินค้าจำเป็น เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียม ขณะเดียวกันเน้นย้ำความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพัฒนาความเข้าใจของทุกภาคส่วนอย่างรอบคอบ ก่อนสนับสนุนให้เศรษฐา ทวีสิน ได้รับการเห็นชอบในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยอ้างอิงจากความสามารถในการบริหารธุรกิจที่สามารถต่อยอดสู่การบริหารประเทศได้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา วาระนี้ เป็นการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่ได้รับ การเสนอชื่อวันนี้คือคุณเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการบริหารธุรกิจ เป็นอย่างมาก แต่ในวันนี้กำลังได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องเป็นบุคคล ที่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแตกต่างไปจากการบริหารธุรกิจ กระผมขออนุญาตท่านประธานกล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่องเชื่อมโยงไปถึงทักษะ ในการบริหารของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ผมขออภิปราย เรื่องนโยบาย Digital Wallet หรือนโยบายกระเป๋าเงิน Digital ซึ่งกำหนดให้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท กับผู้ที่มีอายุเกิน ๑๖ ปี และให้ใช้จ่ายในเวลา ๖ เดือน ในรัศมี ๔ กิโลเมตร นโยบายเช่นนี้ ถือว่าเป็นนโยบายของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ออกนโยบายนี้ขณะนั้นเศรษฐกิจ กำลังฟื้นตัว ในปี ๒๕๖๓ นั้นเศรษฐกิจติดลบอยู่ที่ ๖.๒ และฟื้นตัวมาในปี ๒๕๖๔ ที่ขยายตัว ที่ร้อยละ ๑.๕ และในปี ๒๕๖๕ ขยายตัวร้อยละ ๒.๖ นโยบายนี้ออกมาในขณะที่เศรษฐกิจ กำลังฟื้นตัว ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะว่าในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นต้องคำนึงถึง จังหวะเวลา หรือ Timely แต่ ณ วันนี้ไตรมาสแรกความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ของปี ๒๕๖๖ นั้น ขยายตัวร้อยละ ๒.๖ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ในไตรมาสที่ ๒ นั้นการขยายตัวลดลงเหลือร้อยละ ๑.๘ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ของปีที่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นไปได้ว่าอยู่ในช่วงของการรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพราะว่า จากตัวเลขนั้นปรากฏว่าตัวเลขที่ด้อยลงไปก็คือตัวเลขของการใช้จ่ายภาครัฐ ตัวเลขของ การบริโภคภาครัฐ แม้กระทั่งตัวเลขของการส่งออกก็ลดลงไป มีเพียงแต่ตัวเลข ของการท่องเที่ยวเท่านั้นที่เติบโตขึ้นมา เพราะฉะนั้นในจังหวะนี้ก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจ เริ่มจะชะลอตัว ก็เป็นช่วงจังหวะเวลาที่ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้
หลักการประการที่ ๒ ของการกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือต้องเป็นการชั่วคราว หรือ Temporary เรื่องนี้ชัดเจนว่าเป็นการชั่วคราว เพราะว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้น ในเวลา ๖ เดือน
เรื่องที่ ๓ สำคัญก็คือ เรื่องของเป้าหมาย หรือ Target ซึ่งเรื่องของเป้าหมาย ในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นอาจจะมองเป็น ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือเรื่องบุคคลที่จะได้รับประโยชน์ ผมอยากจะเรียนว่านโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นสามารถที่จะทำควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้น การให้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้อาจจะคิดในกรอบเดิมที่เรียกว่า Helicopter Money ก็คือ โปรยเงินไปทั่ว แจกเงินให้ครบทุกคน แต่ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เรามีฐานข้อมูล ของคนจนอย่างเพียงพอที่สามารถจะแจกเงินให้ตรงเป้าไปกับคนจนเหล่านั้นได้ ก็หวังว่า ทักษะในการบริหารของคุณเศรษฐาในเชิงบริหารธุรกิจจะได้นำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณา ในการบริหารเศรษฐกิจ เพราะว่าในการบริหารเศรษฐกิจนั้นนอกจากคำนึงถึงความเติบโต ก็ยังคำนึงถึงการกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำอีกด้วย
Target หรือเป้าหมายประการที่ ๒ ก็คือ ร้านค้า หวังว่านโยบายนี้ คุณเศรษฐาจะได้พิจารณาว่าจะให้ไปซื้อของในร้านค้าที่เป็นร้านค้าชุมชนจริง ๆ ไม่ใช่ร้านค้า ที่เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ไปตั้งรกรากอยู่ในชุมชน มิเช่นนั้นแล้วประโยชน์ที่จะได้กับชุมชน ก็จะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าหากว่าจำกัดขอบเขตเฉพาะร้านค้าชุมชนแท้ ๆ แล้ว นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังกระจายเศรษฐกิจไปอีกด้วย
เป้าหมายประการที่ ๓ ก็คือสินค้า สินค้าที่กำหนดในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ควรจะเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มิใช่สินค้าเป็นการทั่วไป มิเช่นนั้นแล้วก็อาจจะไป ใช้เงินนี้ด้วยสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ด้วยสินค้าที่เป็นอบายมุข ซึ่งอาจจะสอดประสงค์กับการกระตุ้น เศรษฐกิจแต่ไม่ตอบรับกับเรื่องของการกระจายความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ตอบรับ กับการลดความเหลื่อมล้ำ
ประการถัดไป ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นก็คือต้องมีความโปร่งใส เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ต้องชมผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้นำมิติใหม่ ของความโปร่งใสมาใช้ในการบริหารเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ นั่นก็คือนำระบบ Blockchain มาใช้ เพราะว่าการบริหารเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินที่โปร่งใสนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้ระบบ Digital และระบบ Digital จนถึงทุกวันนี้ที่ถึงขั้นสูงสุดคือระบบ Blockchain ผมขอกราบเรียนท่านประธานสภาว่า Blockchain นั้นเป็น World Wide Web รุ่นที่ ๓ World Wide Web รุ่นที่ ๑ ก็คือ World Wide Web รุ่นที่อ่านอย่างเดียว หรือ Read only World Wide Web รุ่นที่ ๒ นั้นก็คือรุ่นที่อ่านได้ตอบได้ รุ่นที่ Read and Respond ส่วน World Wide Web รุ่นที่ ๓ ขยับไปอีกขั้นหนึ่งก็คือเป็นเรื่องที่กระจายในเรื่องของ ข้อมูลออกไปและทุกคนเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเอง ไม่มีตัวกลางที่เป็นเจ้าของข้อมูล เหมือนกับ Web ที่ ๒ เพราะเรื่องนี้ก็จะมีความโปร่งใสมาก แต่ผมก็อยากจะเรียนว่าประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น น่าจะต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบถึงการวางโครงสร้างพื้นฐาน Blockchain อันนี้ ที่จะต้องรอบคอบในเรื่องเทคโนโลยี ที่จะต้องระมัดระวังในเรื่องของกระบวนการต่าง ๆ ที่จะต้องพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่ใช้ระบบ Blockchain นี้ให้มีความเข้าใจ อย่างแท้จริง เพราะระบบ Blockchain นั้นมีอยู่คำหนึ่งเรียกว่า Private key หรือทั่วไป เรียกว่า Password ถ้าทำ Private key นี้หายทุกอย่างที่อยู่ใน Digital wallet ก็จะหายไปด้วย นี่ผมกำลังพูดถึงโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าหากว่าจะวางโครงสร้างพื้นฐานของ Blockchain ให้ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย ก็ฝากไว้ด้วยว่าคงจะต้องพิจารณาเรื่องของการวางโครงสร้างพื้นฐาน ของ Blockchain นี้ให้ดี และเชื่อว่าทักษะในการบริหารธุรกิจของคุณเศรษฐา ทวีสิน นั้น สามารถที่จะนำมาปรับใช้ด้วยความระมัดระวังในการวางโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ ของ Digital Money ในครั้งนี้
ผมขออนุญาตกล่าวถึงเรื่องในทางการเมืองว่า เมื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือพรรคการเมืองหลายพรรคได้รวมตัวกันเป็นเสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็แสดงว่าได้เป็นตัวแทนของคนไทยเกินกึ่งหนึ่งของ ผู้ที่ลงคะแนนเสียงทั้งหมด จึงมีความชอบธรรมที่พรรคที่รวมตัวกันเกินกว่ากึ่งหนึ่งนั้น จะได้เสนอชื่อบุคคลที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของ การเป็นนักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่เชื่อว่าสามารถปรับทักษะในการบริหาร ให้มาบริหารเศรษฐกิจของประเทศชาติได้แล้ว ผมจึงคิดว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้คือคุณเศรษฐา ทวีสิน สมควรที่จะได้รับความเห็นชอบ เป็นนายกรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ