สมเจตน์ บุญถนอม ระบุกลไกสำคัญ 3 ประการในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ช่วยป้องกันนักการเมืองทุจริตคดโกง ได้แก่ การให้วุฒิสภามีอำนาจเห็นชอบนายกรัฐมนตรี, การตรวจสอบโดยศาลและองค์กรอิสระ และมาตรการลงโทษเด็ดขาดเช่นตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิตพร้อมไม่มีอายุความสำหรับคดีอาญา โดยหารือเรื่องการเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้แกนนำพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทันทีจนกว่าสังคมจะสงบสุข แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับจริยธรรมและคุณธรรมของบุคคลดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะขออภิปรายแสดงความเห็นเหตุผลประกอบการพิจารณาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีดังนี้ ท่านประธานครับ การพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี กระผมยึดหลัก การพิจารณา ๒ ประการ
ประการแรก หน้าที่และอำนาจที่ได้รับมอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ที่จะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติ จริยธรรม คุณธรรมของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประกอบกับนโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะต้อง ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตินั้นเป็นประการแรก
อีกประการหนึ่ง เป็นสิ่งที่ผมจะต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน คือผลการเลือกตั้งทั่วไปและการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จากผลการลงมติเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีของรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา กระผมลงมติ ไม่เห็นชอบนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล เนื่องจากเห็นว่านโยบายของพรรคก้าวไกล มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง ซึ่งกระผมจะไม่ขอกล่าวรายละเอียดในที่นี้ หลังจากการลงมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรีในวันนั้น กระผมมีความตั้งใจมาโดยตลอดว่า เมื่อกระผมไม่เห็นชอบนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ผมจำเป็นจะต้องให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เพราะผลของการเลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนลงคะแนนเสียง เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ๑๕๐ เสียง จากพรรคเพื่อไทย ๑๔๑ เสียง ทั้ง ๒ พรรค มีคะแนนรวมกันถึง ๒๙๐ เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ในการจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างมากเพื่อให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งที่จะบริหารประเทศต่อไป จึงจำเป็นจะต้อง มีพรรคใดพรรคหนึ่ง ระหว่างพรรคก้าวไกลหรือพรรคเพื่อไทยเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล หรือทั้ง ๒ พรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เมื่อกระผมไม่เห็นชอบให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล ผมก็มีความจำเป็นจะต้องให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศตามที่ประชาชนรอคอย เพราะผลของการเลือกตั้ง เสียงของประชาชนบังคับให้กระผมจะต้องลงมติเช่นนั้น แม้กระผมจะไม่มีความเชื่อมั่น ในพรรคเพื่อไทยเลยว่าจะมีอิสระในการบริหารประเทศ ดำเนินนโยบายพรรคการเมือง ของตนเองหรือเปล่า แต่กระผมไม่มีทางเลือกที่จะมีความเห็นเป็นอื่น กระผมจึงคิดว่า นี่เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่กระผมจะสามารถชี้แจงต่อสังคมได้ว่าเหตุใดผมจึงเลือก นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ทันทีที่พรรคเพื่อไทยได้เสียงสนับสนุน จากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยแถลงทันทีว่าจะเสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก โดยอ้างว่า เป็นวิกฤติรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่พรรคภูมิใจไทยมิได้มีเงื่อนไขนี้แต่ประการใด จึงเกิดคำถามขึ้นว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงให้ความสำคัญต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นวาระเร่งด่วนมากกว่าการรีบเร่งในการจัดตั้งรัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาปากท้องสร้างความอยู่ดีกินดี อันเป็นปัญหาเร่งด่วนของประชาชน ทำไม พรรคเพื่อไทยจึงกล่าวอ้างว่าวิกฤติรัฐธรรมนูญเกิดจากประชาชน ไม่มีเสรีในการออกเสียง ลงประชามติ หากรัฐบาลในขณะนั้นใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ทำให้ประชาชนไม่มีเสรี ออกเสียงได้จริง ทำไมจึงปล่อยให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาแล้วถึง ๒ ครั้ง ดังนั้นคำกล่าวอ้างว่าการออกเสียงประชามติไม่เป็นธรรม ประชาชนไม่มีเสรีในการออกเสียงลงประชามติจึงไม่เป็นความจริง จึงเป็นเพียงวาทกรรม ที่จะสร้างความชอบธรรมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น และเกิดคำถามต่อไปอีกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นปัญหา อุปสรรคอะไรของพรรคเพื่อไทยหรือ จึงจำเป็นจะต้องรีบเร่ง ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกรณีเร่งด่วนเช่นนี้
ท่านประธานครับ จากประสบการณ์ทางการเมืองของผม ผมพบว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีกลไกสำคัญ ๆ อย่างน้อย ๓ กลไกที่นักการเมืองทุจริตคดโกงไม่ต้องการและเห็นว่า เป็นอุปสรรค ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริตของเขาเหล่านั้น กลไกแรก คือการให้สมาชิก วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ประเด็นนี้กระผมไม่ติดใจ เพราะอำนาจนี้จะหมดสิ้นภายในระยะเวลาอันใกล้ ตามวาะการดำรงตำแหน่งของสมาชิก วุฒิสภาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ ที่จะมาถึง กลไกที่ ๒ คือการให้ศาลและองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต และเที่ยงธรรม กลไกที่ ๓ กลไกนี้มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่ทุจริตคดโกง โดยตรง มีกลไกที่จะป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบที่เข้มงวดเด็ดขาด ไม่ให้นักการเมืองที่ทุจริตคดโกงเข้าไปมีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง นักการเมืองที่ทุจริตคดโกง จะถูกลงโทษอย่างรุนแรงเด็ดขาดด้วยการตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ให้นักการเมืองเหล่านั้น ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต นอกจากนี้คดีต่าง ๆ ยังไม่มีอายุความสำหรับ นักการเมืองที่ทุจริตคดโกง หลบหนีคดีอาญาไปเสวยสุขยังต่างประเทศ
ท่านประธานครับ จะเป็นด้วยกลไก ๒ ประการนี้ ของรัฐธรรมนูญนี้หรือเปล่า คือศาล องค์กรอิสระ และมาตรการป้องกันนักการเมืองที่ทุจริตคดโกงที่เข้มงวดเด็ดขาด กลไกนี้หรือเปล่าที่พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการ ทำไมกระผมจึงคิดเช่นนั้น เพราะการบริหาร ประเทศของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมามีเรื่องกล่าวหาการทุจริตคดโกงเกิดขึ้นอย่างมากมาย จนปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่า นักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยหลายคนต้องถูกศาลพิจารณา ลงโทษจำคุก ตัดสิทธิทางการเมือง หลายคนอยู่ระหว่างการหลบหนีคดี และบางคน ที่เป็นคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยก็ยังหลบหนีคดีอยู่ซึ่งไม่มีอายุความ ด้วยเหตุของ การไม่มีอายุความนี่แหละจึงทำให้บุคคลสำคัญบางคนของพรรคเพื่อไทยจำเป็นที่จะต้อง เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยเพื่อรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม มิฉะนั้นเขาจะต้อง หนีออกจากประเทศไทยที่เป็นแหล่งที่มีความสงบสุขเป็นความสุขที่สุดของคนไทยไม่สามารถ มาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้ หากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กลไกที่ขจัดนักการเมือง ที่ทุจริตคดโกงจะหายไป จะเปิดโอกาสทำให้นักการเมืองที่ทุจริตคดโกงเข้ามามีบทบาท ในการบริหารประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจริงเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องการ เป็นรัฐบาล มีภารกิจเร่งด่วนสำคัญที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา ให้กับนักการเมืองที่ทุจริตคดโกงมากกว่าการต้องการเป็นรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นอกจากนี้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังไปสอดคล้องกับความต้องการของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่ต้องการจะร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ไม่เว้นแม้แต่การแก้ไขความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว ของประเทศไทยที่จะแบ่งแยกมิได้ ไม่เว้นแม้แต่หมวดคุ้มครองสถานะขององค์พระมหากษัตริย์ ให้ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย สังคมไม่ไว้วางใจกัน ประชาชนมีความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง การแตกแยกทางความคิดเหล่านี้ลุกลามเข้าไป ถึงครอบครัวซึ่งเป็นสังคมขนาดเล็ก โดยการปลุกปั่นของนักการเมืองผู้สูญเสียอำนาจ ทุกวิถีทางไม่ว่าฝ่ายใด ผมไม่ได้ตำหนิทุกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้สื่อทาง Online ที่เข้าไปถึง ความคิดของเยาวชนผู้เยาว์วัยได้ง่าย สิ่งนี้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง เมื่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงจะเป็นการเพิ่มประเด็นความขัดแย้งในสังคม ให้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าทุกรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตาม หลักการสำคัญ ในการบริหารประเทศที่รัฐบาลจะต้องดำรงอยู่เสมอก็คือ ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ผมเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลใดต้องการบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งของประชาชน ปัจจุบัน ตามที่ได้เรียนแล้วว่าปัญหาความขัดแย้งของประชาชนนั้นมีอยู่มากมาย เหตุใดรัฐบาลเพื่อไทย จึงราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟแห่งความขัดแย้งให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้นด้วยการทำประชามติ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น แล้วเช่นนี้รัฐบาลเพื่อไทย จะมีเวลาพลังความคิดไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่รอคอยอยู่ข้างหน้า ได้อย่างไร
ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ผมเชื่อว่าเป็นช่องทางของการล้มล้าง อำนาจของศาลและองค์กรอิสระต่าง ๆ ให้ไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของ นักการเมืองที่ไม่สุจริตและเป็นการลบล้างความผิดให้นักการเมืองที่ทุจริตคดโกง นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มประเด็นความขัดแย้งเข้าไปในสังคมของไทยที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น ผมจึงมีความเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ อย่างร้ายแรง ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ อีก เมื่อเกิดผลกระทบต่อความมั่นคง ของชาติอย่างร้ายแรงเช่นนี้ ผมที่ยึดหลักการ ๒ ประการตามที่กล่าวไว้เบื้องต้น จะให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร
ท่านประธานครับ แต่ยังไม่ถึงทางตัน ยังไม่สิ้นหนทาง เพราะตัวผมเอง ก็มีความต้องการที่จะให้การมีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนที่ประชาชนรอคอยอยู่ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภา ไปยังแกนนำของพรรคเพื่อไทยว่าท่านได้เสียสัตย์เพื่อประเทศชาติมาแล้วหลายครั้ง เพื่อต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้สำเร็จ โดยอ้างเหตุของการเข้าไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ผมเข้าใจและเห็นใจหากท่านจะได้เสียสัตย์เพื่อความสงบสุข ของประเทศชาติและประชาชนอีกครั้งหนึ่งด้วยการยืนยันในสภาแห่งนี้ว่า ท่านจะไม่เสนอ ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที แต่จะไปเสนอในห้วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อสังคมเกิด ความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความแตกแยกและไว้วางใจกัน การเสียสัตย์ของท่านครั้งนี้ ผมเชื่อว่าจะได้รับคำสรรเสริญว่าเป็นการเสียสัตย์เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เป็นการเสียสัตย์เพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของพรรคการเมือง ของท่าน หากท่านยืนยันต่อรัฐสภาเช่นนี้ ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้หนึ่ง ที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย แม้ว่ากระผมจะมีเครื่องหมายคำถามติดใจ เกี่ยวกับคุณสมบัติ จริยธรรม คุณธรรมของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมคิดว่า ประเทศชาติรอคอยไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นปัญหาของพรรคเพื่อไทยที่พรรคเพื่อไทย จะต้องไปแก้ไขเองในข้างหน้า ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ