ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องกระบวนการประชุมสภาแห่งชาติ และเรียกร้องการดำเนินการตามข้อบังคับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาชี้แจงต่อท่านสมาชิก ในขณะนี้ผมเข้าใจท่านประธานครับ นั่นคือผลที่ท่านประธานคาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ด้วยความเคารพครับ ขณะนี้เรากำลังอยู่ในกระบวนการของการประชุมรัฐสภา ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานกลับมาตรงกระบวนการนิดหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะได้ มีข้อพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการตามกระบวนการนี้หรือไม่ ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เรายังไม่ต้องพูดถึงครับ เพราะขณะนี้ท่านประธานได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม แจ้งให้ทราบตามวาระ คือวาระท่านประธานแจ้งให้ทราบเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่วาระ การพิจารณามีเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นเพื่อเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ญัตติที่ไม่ต้อง เสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือซึ่งทำชอบตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ (๑) มีผู้รับรองถูกต้อง ญัตตินั้น จะชื่ออะไรก็แล้วแต่นะครับ ผมจะไม่นำมาเป็นประเด็นอภิปราย แต่กระบวนการเสนอญัตติ ชอบด้วยข้อบังคับเป็นญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือด้วยวาจา เมื่อมีผู้รับรองถือว่า ญัตติชอบ ส่วนสภาจะรับ ไม่รับ จะพิจารณาอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องของสภาครับ ท่านประธานไม่มีหน้าที่และอำนาจจะไปวินิจฉัยว่านี่ไม่ใช่ญัตติ หรือจะรับญัตติ ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ นี่คือกระบวนการ เพราะฉะนั้นขั้นตอน ต่อไปเมื่อมีสมาชิกเสนอญัตติขึ้นมาแล้วนี่รับรองถูกต้อง สภาต้องพิจารณาครับ จะให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบญัตติที่เสนอ หรืออาจจะมีผู้เสนอญัตติคัดค้าน ขึ้นมา ก็เอาญัตติที่คัดค้านกับญัตติที่เสนอตรงนี้มาพิจารณากัน ก็ต้องให้สมาชิกช่วยกัน พิจารณาครับ ส่วนผลที่เกิดขึ้นนะครับ ผมเข้ามาที่ชื่อญัตติเลย จะวินิจฉัย ทบทวนมติของ สมาชิกรัฐสภาในการวินิจฉัยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ วินิจฉัยข้อ ๔๑ หรือไม่ก็ขึ้นกับ การอภิปรายให้ความเห็น การอภิปรายโต้แย้งกัน ถ้าสภามีมตินะท่านประธาน เห็นว่า การลงมติครั้งนั้นสมาชิกขณะนั้นเห็นว่าใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ได้ แต่กลับมาใหม่ มติเสียงข้างมากครั้งนี้บอกว่าใช้ไม่ได้ก็ต้องยึดมติล่าสุดเป็นเครื่องมือในการพิจารณา ดำเนินงาน กระบวนการเรามันเป็นอย่างนั้นมาตลอดท่านประธานครับ ไม่มีคำว่าเด็ดขาด มีแต่คำวินิจฉัยท่านประธานถือว่าเป็นเด็ดขาด มีคำในข้อบังคับ แต่คำวินิจฉัยของรัฐสภา ถือว่าเป็นเด็ดขาด ไม่มีครับ เราอาศัยมติเสียงข้างมากตลอด เพราะฉะนั้นผมอยากจะกลับมา ที่ท่านประธานต้องดำเนินการไปตามญัตติที่เสนอก่อน อาจจะมีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติ คัดค้านก็ได้ท่านประธานครับ เราก็มาพิจารณากัน ส่วนสิ่งที่ท่านประธานนำเสนอเรื่องผลนั้น นั่นคือผลครับ จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่นี่ผมก็ไม่แน่ใจ สภาแห่งนี้อาจจะลงมติว่าไม่เห็นด้วย กับที่ญัตติที่เสนอใหม่มา ด้วยเหตุผลว่ามันอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ นั่นก็เป็นเหตุผลที่สมาชิก แห่งนี้เอามาพูดกัน แต่ต้องตัดสินด้วยมติสภาครับ ขอบคุณท่านประธานจริง ๆ ที่จะกรุณา ให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติแล้วเรามาพิจารณากัน แล้วก็ถ้ากรณีมีผู้เสนอญัตติคัดค้าน เราก็มาพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลกัน ลงมติก็จบกันไปครับ ส่วนจะเข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องที่ ๑ หรือเรื่องที่ ๒ หรือไม่อันนั้นก็เป็นขั้นตอนต่อไป แต่ด้วยความเคารพท่านประธาน กรณีระเบียบวาระที่ ๑ ที่ท่านประธานกรุณาอ่านให้ฟังในวาระรับทราบนะครับ หรือประธาน แจ้งให้ทราบนี่ ท่านประธานแจ้งว่ามันมีคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญมา หรือมีหนังสือแจ้ง จากศาลรัฐธรรมนูญมา เรื่องรับไว้วินิจฉัยอีก ๒ สัปดาห์ คือวันที่ ๑๖ นั่นเราทราบ ส่วนเมื่อ เข้าสู่ระเบียบวาระเราแล้วนี่สภาจะพิจารณาหรือไม่ จริงอยู่ครับมันต้องอาศัยมติสภา ว่าจะพิจารณา แต่ถ้าท่านประธานจะขอมติว่าจะเลื่อนเรื่องนี้ออกไป ท่านประธานครับ มันต้องใช้มตินะครับ ไม่แตกต่างจากการที่ท่านประธานจะบอกว่าเราเลื่อนระเบียบวาระที่ ๒ ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้ยังมีข้อถกเถียงอยู่ให้มันค้างอยู่ในระเบียบวาระ สภาก็มีมติเลื่อนได้หรือไม่เลื่อนก็ว่ากันไป ถ้าไม่เลื่อน ไม่มีเรื่องอื่นมาสภาขอยุติการประชุมไป ถ้าท่านประธานเลื่อนในระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องเลือกนายกรัฐมนตรีให้สภามีมติเลื่อนออกไป เลื่อนไปที่ไหนครับ ไปไว้หลังระเบียบวาระที่ ๒ หรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจอย่างนี้มันจะมีปัญหา กับกระบวนการการประชุม ถ้าเอาออกจากระเบียบวาระท่านประธานต้องบรรจุใหม่นะครับ มีอย่างเดียวคือเอาออกจากบรรจุระเบียบวาระ มีมติให้เอาออกจากการบรรจุ ในระเบียบวาระซึ่งอาศัยอำนาจรัฐสภาถ้ากรณีอยู่ในระเบียบวาระแล้ว ถ้าจะประชุมอีกครั้ง ท่านก็บรรจุเข้ามาใหม่นั้นก็มีปัญหาอีก ผมคิดว่าดำเนินตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอไป เป็นกระบวนการในรัฐสภาก่อนเพื่อให้มีข้อยุติแล้วมาว่ากันใหม่ ขอบคุณท่านประธานครับ