นพดล ปัทมะ แถลงว่า การตีความกฎหมายไม่จำเป็นต้องตามภาษาอังกฤษ และมีหลักการสำคัญในการปฏิบัติตามข้อบังคับของรัฐสภา โดยอ้างถึงหลักการตีความกฎหมายและหลักนิติธรรม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๗๒ ที่เกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น สส. สมัยแรกเมื่อ ๒๗ ปีที่แล้ว ท่านประธานทำหน้าที่แล้วให้เวลาผม ๗ นาทีนะครับ วันนี้ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้เวลา ๗ นาทีเช่นกัน จะพยายามใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด ท่านประธานครับ ผมคิดอยู่นานว่าจะลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้หรือไม่ แต่มีความจำเป็น ที่จะต้องมาอภิปรายเพราะเป็นเรื่องของหลักการที่สำคัญ ผมจำเป็นจะต้องทำหน้าที่สมาชิก รัฐสภาในการปกป้องหลักการความสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และปกป้องหลักนิติธรรม โดยเฉพาะเกี่ยวกับการตีความกฎหมาย
ท่านประธานครับ ประเด็นในวันนี้มีอยู่ว่าญัตติตกไปหรือไม่ เสนอคุณพิธา อีกครั้งหนึ่งได้หรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนครับ ถ้าเราดูถ้อยคำญัตติกับการเสนอชื่อ ภาษาไทยก็แตกต่างกันแล้วครับท่านประธาน ญัตติและการเสนอชื่อตามมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าดูภาษาอังกฤษคำว่า ญัตติ ใช้คำว่า Motion นะครับ การเสนอชื่อใช้คำว่า Nomination ก็ยิ่งแตกต่างกันไปอีก ดังนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้น เรื่องนี้ ไม่จำเป็นจะต้องตีความเลยครับ
ถ้าขออนุญาตใช้ถ้อยคำว่าถ้าเราดูกฎหมายแทบจะไม่มีข้อสงสัยที่จะต้อง ตีความ แต่เอาละท่านประธานครับ การเสนอชื่อเพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบผู้ที่สมควร เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๗๒ มันมีข้อบังคับซึ่งเป็นข้อบังคับของรัฐสภาที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ หมวด คือหมวด ๒ กับหมวด ๙ หมวด ๒ ว่าด้วยเรื่องมติ แต่หมวด ๙ ว่าด้วยเรื่อง การเสนอหรือพิจารณาให้ความเห็นชอบ หมวด ๙ ถือว่าเป็นบทบัญญัติพิเศษ หลักการ ตีความกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม บทบัญญัติพิเศษจะต้องมาก่อน หรือเขา เรียกว่า Override ใช้บังคับก่อนบทบัญญัติทั่วไป เพราะฉะนั้นถ้าเราดูบทบัญญัติ ของข้อบังคับ หมวด ๙ จะชัดเจนครับ ไม่มีคำว่า ญัตติ ในการเสนอชื่อให้ความเห็นชอบ ตัวนายกรัฐมนตรีในครั้งแรกในบัญชีของพรรคการเมือง เว้นแต่เป็นการให้ความเห็นชอบ ตัวนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีพรรคการเมืองซึ่งอยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๓๘ ถ้าจำเป็นจะต้อง เป็นญัตติ ในการเสนอครั้งแรกผมคิดว่าผู้ร่างก็น่าจะมีสติปัญญาที่จะใส่ข้อความนี้เข้าไป ตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่เห็นว่าจะต้องใช้เป็นญัตติในการเสนอชื่อให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้น ญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๑ จึงไม่ตกไป
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน การตีความกฎหมายเราตีความตามอำเภอใจ ไม่ได้ มันมีหลักการการตีความที่จะต้องเข้มงวด หลักการตีความก็คือถ้าบทบัญญัติ กฎหมายใดที่เป็นบทบัญญัติกฎหมายจำกัดสิทธิจะต้องตีความอย่างเคร่งครัด ถ้าเป็น กฎหมายที่ก่อให้เกิดสิทธิก็สามารถตีความอย่างกว้างขวางได้ อันนี้เป็นหลักกฎหมายทั่วไป ที่นักกฎหมายเรียนกฎหมายปี ๑ ก็ทราบกันดี ทีนี้พอมาดูกรณีของข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ครับ ท่านประธาน มันเป็นกฎหมายจำกัดสิทธิ ดังนั้นเราจึงตีความอย่างกว้างขวางไม่ได้ จะตีความ ว่าญัตติที่ตกไปตามข้อ ๔๑ เป็นญัตติเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จึงไม่สามารถตีความเช่นนั้นได้ การตีความว่าญัตติตกไปจึงเป็นการขัดกับหลักการตีความอย่างชัดเจน ไม่สอดคล้องกับ หลักนิติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลและจะสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง
ประเด็นที่ ๕ ครับท่านประธาน พวกเราต่างปฏิญาณตนว่าจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ในมาตรา ๕ เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ดังนั้นมิพักต้องไปตีความเลย บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ ซึ่งต้องใช้บังคับเหนือกว่าข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา ซึ่งในบทบัญญัติของ มาตรา ๒๗๒ มิได้มีข้อจำกัดมิให้เสนอชื่อมากกว่า ๑ ครั้ง หรือให้ทำเป็นญัตติ ดังนั้นกระผม จึงอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อตีความว่าข้อบังคับอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เราจึงไม่มีบทบัญญัติ ใด ๆ เลยที่ห้ามในการเสนอชื่อมากกว่า ๑ ครั้ง การตีความว่าเสนอชื่อมากกว่า ๑ ครั้งไม่ได้ ไม่ใช่เป็นการตีความ แต่เป็นการเพิ่มบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภาทำเช่นนี้ไม่ได้
ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เราจำเป็น ที่จะต้องใคร่ครวญ รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติจำเป็นที่จะต้องผดุงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ในการตีความ ในอดีตตัวกระผมเองสมัยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีการตีความในช่วงนั้น ซึ่งกระผมก็ไม่เห็นด้วยในหลายเรื่อง แต่ไม่อยากรื้อฟื้นกลับไป จึงขอสรุปอย่างนี้ครับ การตีความว่าญัตติตามข้อ ๔๑ ตกไปแล้วจึงเป็นการจำกัดอำนาจ ของสมาชิกรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี มีคำว่า รอนสิทธิ ผมอยากใช้คำว่า เป็นการรอนอำนาจครับท่านประธาน แล้วนอกจากนั้นเป็นการตีความซึ่งขัดกับ หลักนิติธรรม เป็นการเติมข้อความไปในรัฐธรรมนูญ เป็นการสั่นคลอนหลักนิติธรรม ถ้าหลักนิติธรรมสั่นคลอน ชีวิตของประชาชนจะสั่นคลอนไปด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ