ชวน เปิดย้อนเหตุการณ์ประชุมรัฐสภา ชี้การพิจารณากฎหมายต้องค้างวาระ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ชวน หลีกภัย ชี้แจงกระบวนการพิจารณากฎหมายและรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอแนวทางการประชุมแยกเป็นวันเฉพาะเพื่อความคล่องตัว ย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์และเคารพขั้นตอน รวมถึงการลงมติอย่างโปร่งใสโดยไม่หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางวาระ

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ผมคิดว่าเราประเมิน ถ้าพูดไปนะครับ ท่านจุลพันธ์ก็ประเมินไม่ผิด เพราะว่าถ้าจำได้วันที่เราประชุม ๓ ฝ่ายของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลแล้วก็รัฐบาล เราคิดว่าเราบรรจุระเบียบวาระกฎหมายฉบับนี้ก่อน เมื่อพิจารณา จบแล้วเราจึงพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... คุณจุลพันธ์จำได้ไหมครับ โดยผมให้เหตุผลว่าเมื่อจบกฎหมายฉบับนี้แล้ว เราก็พิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญต่อ แล้วคุณจุลพันธ์เป็นคนเสนอว่าการพิจารณาอย่างนี้ เกรงว่าจะใช้เวลาในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นาน ในที่สุดรัฐธรรมนูญก็จะพิจารณาไม่ทัน ผมก็บอกว่าความประสงค์ของผมนั้นต้องการให้การ พิจารณารัฐธรรมนูญนั้นจบวันนั้นแล้วลงมติ แต่เมื่อคุณจุลพันธ์ให้เหตุผลผมก็เห็นด้วยว่าใช่ ถ้าเราพิจารณากฎหมายจริยธรรมของสื่อยาว กฎหมายลูกจะพิจารณาไม่จบ อาจจะไม่ได้ พิจารณาในวันนั้นก็ได้หรือพิจารณาก็ไม่จบ ลงมติต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง ก็เลย เห็นด้วยว่าถ้าอย่างนั้นเราแยกประชุมพิเศษ โดยพิจารณากฎหมายจริยธรรมของสื่อก่อน ๑ วัน แล้วรัฐธรรมนูญอีก ๑ วัน ความจริงแล้วถ้าเราพิจารณากฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่วันแรก จบไปนะครับ สามารถพิจารณาได้จบทัน แต่ว่าเป็นครั้งแรกที่องค์ประชุมรัฐสภาไม่ครบ จึงได้เลื่อนมา นี่คือที่มานะครับ ส่วนผลก็คือว่าสมมุติว่าวันนี้องค์ประชุมไม่ครบไม่ได้มีปัญหา อะไรยากนะครับ ปิดประชุม เรื่องนี้ก็ค้างบรรจุในวาระปกติต่อไป นั่นก็หมายความว่าในการ พิจารณาครั้งต่อไปนั้นจะประชุมนัดพิเศษเฉพาะเรื่องนี้ก็ได้แต่คงไม่มีใครทำแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็จะบรรจุในวาระปกติใหม่ซึ่งจะมีลำดับไปว่าพิจารณาไปตามลำดับเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว แล้วมาเรื่องด่วนที่ค้างอยู่ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ส่วนวันพรุ่งนี้ไม่มีปัญหาครับ พรุ่งนี้องค์ประชุมจะครบหรือไม่ครบก็เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่ในการหารือตามคำแนะนำของคุณจุลพันธ์เมื่อสักครู่นี้ก็ได้พบกันอย่างดีนะครับ พรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย ๓ ฝ่าย ได้ไปร่วมหารือกัน ผมก็บอกว่า ขออภัยนะครับถ้าจะบอกว่าพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่จะพิจารณา พรุ่งนี้มีเรื่องเดียวคือบทบาทของวุฒิสมาชิก ซึ่งแน่นอนก็เป็นประเด็นที่วุฒิสมาชิกส่วนหนึ่ง บอกว่าเป็นกฎหมายด่าวุฒิสมาชิก อันนี้คือความรู้สึกที่ผมได้ยิน แต่ผมก็บอกว่าปกติถ้าใคร พูดแรงอีกฝ่ายหนึ่งก็ตอบได้จากที่เคยผ่านมา แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ผมก็เรียนพวกเราที่เป็น ตัวแทนว่าผมคิดว่าในช่วงสุดท้ายพรรคการเมืองต้องทำงานสร้างสรรค์นะครับ การอภิปราย อะไรก็ตามอย่าไปหยาบคายหรือรุนแรง เพราะอาจจะเป็นนาทีเงินนาทีทองนาทีวิกฤตของ พรรคการเมือง โดยนักการเมืองที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสมก็ได้ ผมเรียนท่านสมคิดกับตัวแทน พรรคก้าวไกลไว้ด้วย และตัวแทนพรรคพลังประชารัฐไว้ด้วยครับว่าเมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ต้อง ดำเนินการไปตามปกติ แนวคิดที่เราวิตกว่ากฎหมายฉบับนี้จะพิจารณายาว มันมาจริงครับ คุณจุลพันธ์ เพราะฉะนั้นในวันที่เราจัดพิเศษ ๒ วันนี้จึงเป็นเรื่องที่เราทำถูกต้องตามความ เป็นจริงที่เราคาดหมายไว้ได้ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าคุณจุลพันธ์เป็นคนเสนอเองและผมก็เห็นด้วย อันนี้ก็กระบวนการ พรุ่งนี้ในการคำนวณเวลาท่านสมคิดบอกผมว่าพรรคเพื่อไทยจะอภิปราย โดยท่านหัวหน้าพรรคเสนอสักครึ่งชั่วโมง แล้วก็สมาชิกอภิปรายประมาณสัก ๕ คน ๗ นาที ถึง ๑๐ นาที พรรคก้าวไกลท่านปกรณ์วุฒิบอกว่าอาจจะมีผู้อภิปรายสัก ๔ คน ๗ นาที ถึง ๑๐ นาทีเช่นเดียวกัน ท่านสมคิดบอกผมยืนยันว่าเชื่อว่าเราลงมติไม่เกินบ่ายสอง เราก็ ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษในการลงมติ อันนี้คือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแต่ว่าสิ่งที่ผม ไม่อาจที่จะไปรู้ได้ก็คือองค์ประชุมครบหรือไม่ แต่ว่าขอพวกเราว่าทำตามที่ผมแนะนำนะครับ มันจะปรากฏบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของการทำงานของสภาคือเราไม่เห็นด้วยอะไร เราอย่าใช้วิธีไม่แสดงตน ไม่กดบัตร เพื่อไม่ให้ครบองค์ประชุม เพื่อไม่ให้เรื่องนั้นผ่าน เรื่องนั้น ไม่ผ่านวันนั้นแล้วมันก็ไม่ผ่านวันต่อไป แต่ว่าถ้าลงมติไม่รับมันก็จบ เราก็ทำงานได้ทั้งหมด อันนี้ก็คือเรียนย้ำกับพวกเรา ความจริงย้ำกับเพื่อนผู้แทนราษฎรเพราะไม่ได้คิดว่าจะต้องไป ย้ำกับท่านวุฒิสมาชิก แต่อย่างไรก็ยืนยันว่าถ้าสมมุติเราไม่เห็นด้วยกรุณาได้ลงมติไม่เห็นด้วย แล้วก็เห็นด้วยก็ลงมติ เห็นด้วย อันนี้คือแนวที่เราจะต้องปฏิบัติต่อไป ส่วนกฎหมายฉบับนี้ถ้าสมมุติวันนี้องค์ประชุม ไม่ครบนะครับ ปิดประชุมไปก็ยังอยู่ครับ แล้วก็จะพิจารณาบรรจุวาระปกติอย่างที่ผม เรียนแล้ว ซึ่งในวันนั้นก็ต้องไล่ตามกฎหมายที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็คือกฎหมาย การศึกษาแห่งชาติต้องขึ้นก่อนครับ แล้วกฎหมายฉบับนั้นจบจึงกลับมาพิจารณากฎหมาย ฉบับที่ค้างอยู่นี้ครับ ก็เรียนลำดับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามกระบวนการของข้อบังคับและ กฎหมาย ก็หวังว่าทุกคนคงเข้าใจนะครับ จุลพันธ์เชิญครับ