รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ตวง อันทะไชย เรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและให้มีมติ พร้อมหารือเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงผมว่าประเด็นที่ท่านสมาชิกที่ได้กรุณา เสนอต่อที่ประชุมนั้นเป็นประเด็นในอนาคต แต่ประเด็นที่ท่านประธานทั้ง ๒ ท่านผู้เป็น ประธาน ผมเรียนท่านประธานก่อนว่าผมกับท่านประธานวุฒิสภาและท่านประธานชวน ไม่ได้มีประเด็นกัน เพียงแต่ผมเห็นว่าถ้าเราไม่ตกลงกัน ไม่ได้คุยกันก่อนหน้านี้มันจะทำให้เกิด ธรรมเนียมใหม่ที่เกิดขึ้นในอนาคตและเป็นอันตรายต่อรัฐสภาอย่างเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ซึ่งผมเห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกัน ผมเริ่มต้นอย่างนี้ท่านประธานครับ ความจริง ท่านประธานมีอำนาจในการกำหนดวันประชุม ระเบียบวาระการประชุม แต่เมื่อกำหนด ระเบียบวาระการประชุมเสร็จเรียบร้อยตามข้อ ๑๕ (๑) จะเปลี่ยนอย่างไร จะทำอย่างไรนั้น อำนาจของท่านประธานต้องถามที่ประชุมนะครับ ยกตัวอย่างที่ท่านประธานกรุณาได้บรรจุ เอาไว้ในวันที่ ๑๐ มกราคมนั้นคือระเบียบวาระการประชุมที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วว่า มีร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีร่างพระราชบัญญัติสื่อ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระบวนการในการพิจารณาก็ควรจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของการพิจารณา แต่ได้ นำมาใช้กระบวนการในการพิจารณาแบบใหม่ก็คือนัดประชุมพิเศษขึ้นมา ๒ ครั้ง แล้วก็ ไม่ได้มีร่างพระราชบัญญัติที่ต่อเนื่องกันมา ความจริงถ้าย้อนไปครั้งที่ ๔ วันที่ ๑๐ ครั้งที่ ๕ และครั้งที่ ๖ เราพิจารณามาจนถึงมาตรา ๑๔ ครับ ถ้าผมจะขอประทานอนุญาตเสนอ ท่านประธานก่อนที่จะนำเสนอกราบเรียนถึงญัตติก็คือท่านประธานผู้เป็นประธาน ในที่ประชุมก็ควรจะต้องพิจารณาว่าร่างกฎหมาย ๓ ฉบับนั้นมีกฎหมายใดบ้างที่จะ เป็นมรรคเป็นผลต่อประเทศชาติบ้านเมือง มีกฎหมายใดบ้างที่ผ่านกระบวนการพิจารณา ของสภาแล้วสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จแล้วประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ ถ้าเทียบกฎหมาย ๓ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้นได้ผ่านที่ประชุมใหญ่แล้ว กรรมาธิการ ได้พิจารณา ๑ ปี ๑ เดือน เสร็จเรียบร้อยแล้ว รอมติที่ประชุมในวาระที่สอง วาระที่สาม แล้วประกาศใช้ กับอีกกฎหมาย ๒ ฉบับ คือกฎหมายสื่อ ผมขอเรียกสั้น ๆ และกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ฉบับซึ่งเป็นวาระที่หนึ่ง ท่านประธานครับ ยังมีขั้นตอนในการพิจารณา ที่จะต้องให้แล้วเสร็จนานครับ ทั้งกฎหมาย ๒ ฉบับ ต้องไปตั้งกรรมาธิการ ต้องไปทำตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ต้องทำตามขั้นตอน ท่านผู้เป็นประธานทั้ง ๒ ท่านจะต้องพิจารณา และหารือทั้งวุฒิสภาและวิป (Whip) ร่วมกันว่ากฎหมายใดบ้างที่จะเป็นมรรคเป็นผลที่จะ ประสบความสำเร็จ เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่คาดหวังต่อประชาชนได้ ผมเขยิบมาที่ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ประเด็นสำคัญก็คือว่าถ้าที่ประชุมวันนี้ไม่ชัดเจนมันจะ ทำให้เกิดปัญหาในอนาคตว่ากระบวนการในการพิจารณานั้นมันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับหรือไม่ ข้อเสนอของผมก็คือว่าผมขอเสนอญัตติด่วนที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้า หรือเป็นหนังสือตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ (๑) เพื่อขอให้ที่ประชุมได้พิจารณามีมติให้นำ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จนั้น ขึ้นมาพิจารณาก่อนให้เป็นไปตามมติที่ประชุมและตามข้อบังคับของรัฐสภาแห่งนี้ ผมมีเหตุผลที่จะต้องขออธิบายถึงข้อเสนอที่เป็นญัตติด่วนของผมดังต่อไปนี้ครับ

ประการแรกก็คือผมเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เป็นกฎหมายฉบับสุดท้ายในการปฏิรูป ประเทศที่สภาแห่งนี้ได้ผ่านไปหมดแล้ว เป็นกฎหมายฉบับสุดท้ายที่จะตอบคำถามว่า เราจะปฏิรูปประเทศในหมวด ๑๖ ด้านการศึกษาของประเทศเราอย่างไร มีแนวทางในการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการที่ตอบคำถามว่าเอาเข้าจริงกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีบางคนบางฝ่ายไปทำให้เกิดความเสียหาย บิดเบือนได้ใช่หรือไม่ ผมเรียนท่านประธานเพื่อประกอบการพิจารณาในญัตติของผมดังต่อไปนี้ครับ ความจริง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ตั้งแต่คนยกร่างคือคณะกรรมการอิสระ มาจนถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะรัฐมนตรีเสนอมานั้นมีเจตจำนงสำคัญก็คือว่า ไม่แตะต้องโครงสร้างการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการครับ ไม่มีสักมาตราเลยครับ ท่านประธานครับ ไม่ทำเหมือนการปฏิรูปการศึกษาเมื่อปี ๒๕๔๒ ที่ทำจากข้างบน ลงมาข้างล่าง แต่คราวนี้ก็คือปฏิรูปจากข้างล่างขึ้นไปข้างบนใน ๔ เรื่องที่เราพิจารณา