วลัยพร รัตนเศรษฐ หารือเรื่องกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของร่างพระราชบัญญัติ และเรียกร้องการปรับปรุงกระบวนการนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้น
ท่านประธานคะ วลัยพร รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะอภิปรายและตั้งข้อสังเกต ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ วันนี้ก็ได้รับฟังเพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาได้อภิปราย หลาย ๆ ท่าน แต่มีประเด็นที่คิดว่าน่าจะเป็นข้อสังเกตทั้งในชั้นนี้ ในชั้นรับหลักการ หรืออาจจะถึงขั้นแปรญัตติก็ตาม หรือว่าตั้งกรรมาธิการ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ กระบวนการค่ะ กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นของของผู้ที่เกี่ยวข้องของประชาชน หรือการที่เราเรียกว่าพับลิก เฮียริง (Public Hearing) เมื่อสักครู่ที่บอกว่ามีคนที่เข้าไปให้ ความคิดเห็น ๑ ท่าน แล้วก็มีอีก ๒ ท่านจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี่แบบมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อถือ ในกฎหมายได้นะคะ ดังนั้นไม่ใช่เฉพาะกฎหมายฉบับนี้ แต่เป็นเรื่องของกฎหมายทั่ว ๆ ไป หรือการกำหนดนโยบายก็ตาม เลยอยากที่จะเรียนเพื่อที่จะไปตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า การออกแบบการรับฟังความคิดเห็นเราควรที่จะต้องออกแบบให้ครบกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น การวิเคราะห์ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าผู้เกี่ยวข้องมีกี่ประเภท กี่กลุ่ม เพื่อที่เราจะได้เข้าถึง และที่แน่นอนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในที่นี้ก็คือบุคลากรของสื่อมวลชนต่าง ๆ ประชาชน ทั่วไปหรือแม้แต่องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งวิธีการเมโทรโลจี (Metrology) ที่จะ เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็นมีในเรื่องของออนไลน์ แน่นอนตอนนี้เราเป็นโลกของ ดิจิทัล (Digital) ค่อนข้างเยอะ เราใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) ค่อนข้างมาก ในชีวิตประจำวัน และตอนนี้การรับฟังความคิดเห็นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในลักษณะของ อีซิติเซน (e-Citizen) หรือดิจิทัลซิติเซน (Digital Citizen) พลเมืองดิจิทัลไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นกระบวนการเหล่านี้เป็นกระบวนการที่รับฟังที่สำคัญ แต่ถ้ามีคนเข้าถึงเพียงแค่ ๑ ท่าน อันนั้นหมายความว่าเป็นจุดอ่อนในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ในการที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงทั้งในเรื่องข้อจำกัดในเรื่องของเวลาแค่ ๑๖ วัน อาจจะต้องขยายเวลาให้มากขึ้น ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น แล้วก็การเจาะเข้า ไปที่กลุ่ม นั่นก็คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ นั่นก็คือการเรียนเชิญกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิของ สื่อมวลชนต่าง ๆ เข้ามาในลักษณะของสนทนากลุ่มเป็นเฟซ ทู เฟซ (Face to face) ในลักษณะที่จะให้ข้อมูล สิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างไร เรามีทั้งออนไลน์ (Online) เมื่อกี้นี้คือ สนทนากลุ่ม นอกนั้นก็เป็นเรื่องของออนแอร์ทีวี (On-air TV) วิทยุ โทรทัศน์ สิ่งเหล่านี้เป็น กระบวนการควบคู่กันในการรับฟังความคิดเห็น กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็น มิใช่เป็นเพียงกระบวนการที่เราทำขึ้นเพื่อทำให้ครบกระบวนการ แต่ทำให้กระบวนการ ในการรับฟังความคิดเห็นเป็นกระบวนการสำคัญในการสื่อสารข้อมูล ๒ ทาง ทั้งในส่วนที่เรา ให้ข้อมูลไปและในส่วนที่เรารับฟังความคิดเห็น ความคิดเห็นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ดี ถ้าเราให้ข้อมูลที่ไม่ครบหรืออาจจะไม่ถูกต้อง ดังนั้นเป็นกระบวนการที่จะสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นทูเวย์ คอมมูนิเคชัน (Two-way communication) คือการสื่อสาร ๒ ทางของผู้ที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด อันนี้คือส่วนหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการเปิดเวทีรับฟังความคิด สาธารณะ เวทีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทั่วไป ซึ่งตรงนี้ก็สำคัญเพราะทำให้ได้รับการ ยอมรับมากยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นเราก็จะเกิดปัญหาแล้วยิ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับ สื่อสารมวลชน ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้คนวงกว้างมากของทั้งประเทศ ทั้งใน ๓ สื่อ ทั้งออนแอร์ (On-air) ออนไลน์ (Online) แล้วก็ออนกราวด์ (On-ground) สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างที่ว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการ ร่างกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมซึ่งเป็นธรรมาภิบาลอย่างหนึ่ง ที่สำคัญ ดังนั้นดิฉันอยากเรียนว่าอยากให้มีการปรับปรุงตัวนี้ไม่ว่าจะเป็นชั้นกรรมาธิการ หรือในชั้นของร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ตามในเรื่องของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพราะเราจะได้รับฟังความคิดเห็นที่ครอบคลุมครบถ้วนและเป็นผลประโยชน์ทั้งของ เวทีสาธารณะและผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือบุคลากรของสื่อสารมวลชนทั้งหมด แล้วก็ประชาชนทั้งหมดด้วย เป็นความมั่นคงของประเทศค่ะ ดังนั้นดิฉันขอตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ