เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สะท้อนปัญหาจริยธรรมและสภาพการทำงานของสื่อมวลชนจากการพูดคุยกับนักข่าวใต้ถุนสภา พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายส่งเสริมจริยธรรมสื่อโดยคำนึงถึงเสรีภาพในการแสดงออกและสภาพความเป็นอยู่ของผู้สื่อข่าวอย่างแท้จริง
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสะท้อนเสียงจากใต้ถุนสภาของเรา ในเรื่องของ พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขา โดยตรง ก็มีหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว เพื่อนสมาชิกได้บอกว่า โอ้โฮ ฟังเสียงของสื่อมา เขาอยากให้มีโน่นมีนี่ ผมก็ตอนแรกไม่คิดจะอภิปราย เพราะอาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสักหน่อย แต่ก็ได้ฉุกคิดว่าในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างผมก็ต้องมีหน้าที่ส่งเสียงให้ทุกคนครับ ผมเลย ตัดสินใจครับท่านประธาน เดินลงไปตรงโน้นครับ ลงบันไดไป ๑ ชั้น แล้วก็ไปเจอพี่ ๆ นักข่าว ที่อยู่ข้างห้องแถลงข่าว แล้วก็ไปนั่งคุยกับเขาเรื่อง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐาน วิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... และความต้องการและความคิดเห็นของเขาจริง ๆ ผมเชื่อว่า ที่ผมไปนั่งฟังมาเมื่อสักครูนี้ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เยอะกว่าที่กฤษฎีกาไปฟังมาทั้งหมด ๑ คนแน่ ๆ ผมเลยขออนุญาตนำเสียงของพวกเขามาสะท้อนครับ จริยธรรมเป็นสิ่งที่ อันตรายมากนะครับท่านประธาน เพราะว่าสุดท้ายพี่น้องหลายคนมาจากหลายช่อง ก็มีความคิดไม่เหมือนกัน ร้อยพ่อพันแม่ ก็เป็นปกติคล้าย ๆ กับสังคมของบ้านเรา ที่มีความคิดอย่างโน้น คนนั้นรักอย่างนี้ ซึ่งใน พ.ร.บ. นี้จะมีเรื่องของจริยธรรมด้วย แล้วก็ศีลธรรมด้วย ผมก็ไปแลกเปลี่ยนครับ ศีลธรรมของผมก็คืออะไรรู้ไหมครับ เป็นสิ่งที่ ผมยึดถือมากที่สุดก็คือ การไม่ทำรัฐประหาร การฟังเสียงทุกคน นี่คือศีลธรรมของผมครับ อันนี้เป็นศีลธรรมของรัฐบาลนี้หรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ ช่วยตอบหน่อยนะครับ ว่าศีลธรรม ของท่านคืออะไร ทีนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกจริง ๆ ที่หลายคนคาดหวังกับสื่อเยอะ แล้วก็สื่อ ทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้คนในสังคมมากมายเหลือเกิน แต่ไม่มีใครทำหน้าที่เป็นปากเสียง ให้สื่อเลย ทุกคนรู้ไหมครับว่าหลาย ๆ ครั้งที่เขาไปทำข่าว ยิ่งในการชุมนุมนี่ เขาไม่กล้า ห้อยป้ายสื่อ เพราะว่าแม้ตัวเขาเองจะสนับสนุนการชุมนุมแค่ไหน แต่ช่องที่เขาสังกัดอยู่ คนที่จ้างงานเขา เขาอยากได้อีกแบบหนึ่ง เขาก็ต้องทำอีกแบบหนึ่ง อันนี้อยากให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจเขาด้วย สื่อมีหมดละครับ สื่อซ้าย สื่อขวา สื่อกลาง สื่อเสี้ยม สื่อตบทรัพย์ซึ่งผมไม่แน่ใจ ท่านรัฐมนตรีก็น่าจะเข้าใจในคำนี้ ซึ่งผมมองว่าจะเป็นสื่ออย่างไร ก็ตามครับ ผมว่าเราไม่ควรจะไปควบคุมเขา เพราะพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ทุกคน มีฟรีสปีช (Free speech) ไม่เฉพาะแค่สื่อ แต่คือประชาชนด้วย รวมถึงนักที่เรียกร้องด้วย รวมถึงน้องแบม หรือน้องตะวันที่เขาพูดเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมด้วย ทุกคนก็ควรจะมี ฟรีสปีช (Free speech) แล้วได้คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกันหมดครับ เรื่องที่สำคัญ กว่านี้ครับ ว่าเราจะแก้ปัญหาบอกว่าสื่อไม่มีความเป็นกลาง สื่อไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้ เรามามองปัญหาอันนี้ให้มันชัดเจน จะแก้ได้กฎหมายจริง ๆ หรือเปล่า ผมมาดูกฎหมายครับ มันไม่มีเรื่องอะไรที่ผมคิดว่ามันจะแก้ได้จริง ๆ เลย เสียงจากพี่ ๆ นักข่าวใต้ถุนสภาบอกว่า งานนักข่าวนี่ลำบากมากนะ ส.ส. เท่า เงินเดือนน้อย โอที (OT) ไม่มี สวัสดิการไปทำ ประกันสังคมเอา เวลาทำงานนี้ยิ่งหนักเลยครับ ไม่มีเวลาวันหยุด ไม่มีเวลาทำงานที่ชัดเจน แล้วไม่ได้โอที (OT) อย่างนี้ผมว่าไม่ยุติธรรม จนทำให้เกิดข่าวเศร้าที่นักข่าวท่านหนึ่ง ได้เสียชีวิต ขออนุญาตไม่ระบุช่อง ซึ่งอันนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นเพื่อนคนหนึ่งฟุบ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ (Computer) แล้วมันเป็นเรื่องปกติว่าอันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็ ไม่มีใครเอะใจเลยว่าเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว อันนี้คือผมว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจน มีพี่นักข่าว ท่านหนึ่งบอกว่า ๕ ปีที่ผ่านมานี้ทำงานมาไม่มีวันหยุดเลยนะ โบนัส (Bonus) ไม่มี ก็ว่ากันไป แต่เงินเดือน ๕ ปีขึ้นมา ๕๐๐ บาทเท่านั้นเอง อย่างนี้มันจะอยู่ได้อย่างไรครับ เด็กจบใหม่ ก็ไม่ได้เงินสตาร์ท (Start) ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ผมว่าสำนักข่าวหลาย ๆ แห่งก็ไม่ให้ตั้งสหภาพ ออกกฎห้ามเรียกร้อง ห้ามประท้วงด้วยซ้ำ เสรีภาพในที่ทำงานยังไม่มีเลย เสรีภาพสื่อที่ไหนจะมีได้ครับ จริยธรรมจะมีไม่ได้ถ้าปากท้องมันไม่ดีด้วย เพราะว่า ปากท้องไม่ดีผมก็อยากได้นอกได้ใน ได้นู่นได้นี่ ไปรับเงินมา ตรงนี้พรรคการเมืองนี้ให้เยอะ เอาพรรคการเมืองนี้แล้วเสนอข่าวไม่มีจริยธรรมก็ได้ ดังนั้นอย่างที่บอกว่าการเมืองดี ปากท้องดีถึงจะมีอนาคตครับอย่างที่พรรคก้าวไกลเราได้เสนอเป็นนโยบาย การที่จะทำให้ สื่อมวลชนทำงานได้เที่ยงธรรมตรงไปตรงมาก็ต่อเมื่อการเมืองดี คืออะไรครับ การมีประสิทธิภาพคุ้มครองจากอำนาจมืด อำนาจอำมหิตของรัฐต่าง ๆ ให้เขาได้มีโอกาส ได้พูด ใช้ฟรีสปีด (Free Speed) ของเขาได้พูด นี่คือเราต้องแก้ตรงนี้หรือเปล่าที่อยากจะให้ สื่อมีจริยธรรมคือการเมืองดี การที่จะทำให้นักข่าวได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและ คุณภาพก็ต่อเมื่อปากท้องของพวกเขาดีครับ มีค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล มีการให้โอที (OT) มีสวัสดิการที่ดี แล้วก็มีสิทธิเรียกร้องในการทำงานต่าง ๆ ของเขาดังนั้นปากท้องดี จึงเป็นคำตอบครับ แล้วเมื่อทุกอย่างที่ผมพูดมามันดีขึ้นครับ เมื่อสื่อสารมวลชนมันดีขึ้น ประเทศไทยเราก็จะมีอนาคต ทุกคนก็ได้รับรู้ความเป็นจริง รับรู้สิ่งที่ถูกต้อง แล้วสามารถ นำไปคิดว่าในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจ สังคมต่าง ๆ ว่า เขาอยากตัดสินเหตุการณ์นั้น ๆ อย่างไร เราก็จะมีประชากรที่มีคริติคัล ติงกิง (Critical Thinking) หรือความคิดที่จะตัดสินอย่างอื่นได้ รวมไปถึงวิธีการคิดที่ดีก็อาจจะแก้ปัญหาที่เรา คาดไม่ถึง อย่างเช่นเรื่องคอลล์เซ็นเตอร์ (Call Center) ก็ได้ใช่ไหมครับ ดังนั้นเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่มีเรื่องที่ผมพูดมาเลยว่าการให้เสรีภาพหรือการทำให้ปากท้องดีในเรื่องของสภาของ สื่อมวลชนผมและพรรคก้าวไกลเองก็คงไม่สามารถเห็นชอบในหลักการของร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ ขอบคุณมากครับ