รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๖

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการรับทราบตามอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาเกี่ยวกับมาตรา 156 ที่บัญญัติไว้เพื่อการรับทราบคำชี้แจงและให้ความเห็นชอบตามหนังสือสัญญาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในอำนาจมาตรา 178 ในการรับรองร่างพิธีสารเพื่อแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียน สำหรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานวิธีการในการผลิตยา

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพื่อนสมาชิกมากระซิบผมบอกว่าช่วยอภิปรายหน่อย ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ในประเด็นของการรับทราบตามอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาเรา ว่าด้วยมาตรา ๑๕๖ ที่บัญญัติไว้เพื่อการรับทราบคำชี้แจงและให้ความเห็นชอบตาม หนังสือสัญญาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในอำนาจมาตรา ๑๗๘ ในการรับรองร่างพิธีสาร เพื่อแก้ไขข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมรายสาขาของอาเซียน สำหรับการตรวจประเมิน ตามมาตรฐานวิธีการในการผลิตยา ผลิตยานะครับ ขีดเส้นใต้ กราบเรียนว่าเราเป็น สมาชิกอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ต้องอยู่ในความควบคุมของเลขาธิการสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ภาษาอังกฤษที่ท่านประธานพูดจีเอ็มพี (GMP) นั่นแหละครับ แล้วก็เป็นการตรวจ ประเมินมาตรฐานในการผลิตยานั้นเป็นหลักนิยมมาจากของยุโรปอยู่แล้วเราเป็นสมาชิก ลำดับที่ ๔๙ แต่ประเด็นคือการยอมรับของการประเมิน สาระสำคัญของประโยชน์ ที่จะได้รับ แน่นอนครับ ในการรับรองพิธีสารนั้นเป็นเรื่องของขอบเขตหรืออาณาเขต ครอบคลุมของข้อตกลงนี้คงใช้ร่วมกันในอาเซียน (ASEAN) แน่นอน ซึ่งประเทศเรามีผลดี เพราะตอนนี้เรากำลังเปิดเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องผลดีของการเคลื่อนย้าย ประเด็นคือ การเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ยา เพราะฉะนั้นมาตรฐานตรงนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงาน สำหรับสังคมก็คงไม่ต้องพูด เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีท่านพูดไปแล้ว สิ่งสำคัญ คือหน่วยงานในภาครัฐเรา กองควบคุมยา สำนักงานอาหารและยา ตลอดจนกองชีววัตถุ แล้วก็สำนักงานยา และวัตถุเสพติดของกรมวิทยาศาสตร์ ทั้ง ๓ หน่วยงานนี้มีความพร้อม หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศได้ลงนามในฟูล เพาเวอร์ (Full powers) มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปลงนามอย่างไร ตรงนี้นะครับ อย่างไร นั่นคือประเด็นสำคัญ เพราะว่าในข้อห่วงใยเกี่ยวข้องกับการขาดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ยังขาดความ ชัดเจนในเรื่องของการขึ้นทะเบียนยาชีววัตถุ ซึ่งในยาชีววัตถุนั้นมีอยู่ ๒ อย่าง ที่เป็นไปตาม แนวทางของอาเซียน ฮาโมไนซ์เซชัน (ASEAN Harmonization) ซึ่งมียาชีววัตถุกับยาที่ไม่ใช่ ยาชีววัตถุทั้ง ๒ ตัว ฉะนั้นการดำเนินการรวมถึงความสลับซับซ้อนของตัวยาชีววัตถุนั้น มันเป็นสิ่งที่หน่วยงานในภาครัฐทั้งหมดต้องเอาใจใส่ โดยเฉพาะในเรื่องของการผลิต และแนวทางในการพิจารณาเพื่อให้คนในชาติแล้วก็คนในอาเซียน (ASEAN) ได้เกิดความ มั่นใจในการผลิต โดยเฉพาะยาชีววัตถุบางอย่าง ซึ่งถูกระบุในข้อตกลงในพิธีสารมีข้อยกเว้น บางส่วน โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่เกี่ยวกับพิธีสารก็เป็นยาที่เกี่ยวข้องมี ๒ ประเด็น ของยาชีววัตถุ ที่ปรากฏอยู่ ที่สำคัญคือเป็นยาชีววัตถุที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยโปรตีนหรืออินทรีย์วัตถุ ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่มาก เมื่อเทียบกับยาสังเคราะห์ที่มีโมเลกุลทั่วไป นี่คือประเด็น ๒ ประเด็น ที่หน่วยงานภาครัฐทั้ง ๓ หน่วยงาน เข้าไปควบคุมการผลิตจากผู้ที่ผลิตนั้น อย่างไร เพราะว่าการผลิตนั้นมีประเด็นสำคัญของการผลิตในยาชีววัตถุนั้น ในข้อมูล ที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการคือส่วนสำคัญในประเด็นทั้ง ๕ ประเด็น ในเรื่องของมาตรฐาน มีข้อกำหนดอย่างไร เพราะว่าประเด็นสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการต้านยา ในประเทศไทยที่รายงานอยู่ในฉบับนี้ได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการขึ้นทะเบียนยา ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานชุดเอกสาร รายละเอียดผมไม่ลง แล้วก็เป็นเรื่องของ การแสดงสลากต่าง ๆ ตลอดจนคุณภาพ ข้อกำหนดของคุณภาพของมาตรฐานยาที่เกี่ยวข้อง แล้วก็การติดตามเฝ้าระวังในการผลิต ทั้ง ๔ ประเด็นนี่เป็นหัวใจหลักอันหนึ่งที่หน่วยงาน ทั้งหมดมีความพร้อมที่จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สถานะของการดำเนินการตามพิธีสาร ดังกล่าวนี้ครบถ้วนหรือไม่ นั่นคือเป็นส่วนหนึ่งที่อยากได้คำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเราเองจะต้องติดตามเรื่องของมวลผู้ประกอบการ เรื่องการผลิตยาอย่างครบถ้วนอย่างไร จึงเป็นคำถามทิ้งไว้ให้ท่านรัฐมนตรีได้ให้เจ้าหน้าที่ ช่วยตอบและยืนยันในการที่จะลงพิธีสารดังกล่าวนี้ ที่จะเกิดประโยชน์แก่คนไทย อย่างไร อย่างเต็มที่ เพราะว่าอย่างน้อยเราก็เพียงแต่รับทราบตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้เท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธานครับ