สมชาย แสวงการ ตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมร่วมรัฐสภาโดยไม่ให้วุฒิสภายเข้าร่วม และคัดค้านการถอนร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชนออกจากวาระโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมกัน
ขอบพระคุณครับ เนื่องจากตามระเบียบวาระการประชุมที่กระผมมีอยู่เดิมนั้นเป็นระเบียบวาระการประชุม ร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ เป็นเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ เป็นร่างพระบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอมาเป็นร่างพระราชบัญญัติการปฏิรูป แล้วต่อด้วยร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกระผมตรวจสอบแล้วมี ความเห็นบางประการที่ขออนุญาตหารือท่านประธาน แล้วก็ขอทราบข้อเท็จจริงในการที่มี การเปลี่ยนแปลงวาระการประชุม ซึ่งผมได้ตรวจสอบแล้วเป็นการประชุมผลการหารือ ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนคณะรัฐมนตรี ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล และ ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยไม่มีตัวแทนของวุฒิสภาเข้าร่วม ประชุม ที่ประชุมได้มีการประชุมหารือกันเพื่อแก้ปัญหาองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร แต่มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวันนี้ โดยกำหนดให้มีการประชุม ในวันที่ ๒๔ คือร่างบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และวันที่ ๒๕ คือร่างพิธีสารแก้ไขข้อตกลง ซึ่งเราเพิ่งผ่านมติไปเมื่อสักครู่ ต่อด้วยร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐาน วิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….. ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ แล้วตามด้วยร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้เสนอ ในมติดังกล่าวบอกว่าที่ประชุมรับทราบข้อเสนอของผู้แทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการขอให้พิจารณากำหนดวาระประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ โดยให้เปลี่ยนวาระ ให้ความเห็นชอบร่างพิธีสารแล้วต่อด้วยร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจึงมีข้อสงสัยและตรวจสอบการทำงานร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งวุฒิสภา เป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ประการที่ ๑ คือวุฒิสภาไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมร่วม ดังกล่าว ประการที่ ๒ ผมได้ตรวจสอบแล้วไม่มีตัวแทนวิป (Whip) วุฒิสภา และท่านประธาน วุฒิสภาอาจไม่ได้รับทราบ ตรวจสอบเพิ่มเติมไปอีกพบว่าในข้อบังคับการประชุม ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงสิ่งที่เราปฏิบัติกันตลอดมาคือ เมื่อมีการกำหนดว่า จะมีการเพิ่ม แก้ไข หรือถอนญัตติของประธานรัฐสภาที่สั่งบรรจุระเบียบวาระเข้าสู่การ ประชุมรัฐสภาแล้วจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งทั้งหมดมี ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอย่างน้อย ๔ ครั้ง คือครั้งเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ ได้มีการขอถอนตามข้อบังคับ และที่ประชุมยินยอมให้ถอนได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๗ ครั้งที่ ๙ วันอังคารที่ ๒๖ ปี ๒๕๖๕ ประธานคณะกรรมาธิการขอถอนร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนร่างได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๗ การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นร่างที่คุณวิรัช พันธุมะผล ขอถอนออกจากระเบียบวาระ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนได้ตามข้อ ๓๗ การประชุม ครั้งที่ ๔ คือครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ท่านอนันต์ ผลอำนวย ก็เสนอขอถอนร่างข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาออก ที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนได้ตามข้อ ๓๗ ตรวจข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร มีทั้งสิ้น ๖ ครั้ง ต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ในการถอน ทั้งสิ้น กระผมสรุปว่าในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับวุฒิสภามีตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติการดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งเมื่อ คณะรัฐมนตรีได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ สื่อมวลชน เพื่อดำเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศต่อประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๕ เพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้พิจารณา และประธานรัฐสภาได้มี คำสั่งให้บรรจุญัตติดังกล่าวในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นเรื่องด่วน ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๖ และครั้งที่ ๕ เมื่อวันพุธที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ แล้ว หากจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือถอนญัตติดังกล่าวที่ประธานรัฐสภา ได้สั่งบรรจุระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาแล้วจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ทั้งนี้ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๓๗ ดังนั้น กระผม จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเป็นหนังสือ เรื่อง ขอให้ที่ประชุมได้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนกรณี ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. .... ถูกถอน ออกจากระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาว่า เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณา ขอผู้รับรองครับ