รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖

ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ หารือเรื่องการจัดตั้งสถานศึกษาให้ครอบคลุมถึงกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มชายขอบ โดยเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐไทยแก้ไขปัญหาการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะกลุ่มชายขอบและกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขอมาเป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงอภิปราย ในมาตรา ๑๔ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ขอเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ พี่น้องกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบที่ในมาตรานี้ผมอ่านยังไม่มีคำไหน มาตราไหนที่ระบุถึงในเรื่องการศึกษา ท่านประธานครับ มาตรา ๑๔ การจัดการศึกษาของ สถานศึกษาของรัฐต้องอยู่บนพื้นฐานดังต่อไปนี้ ทั้งหมดอนุ ๑๒ ข้อ ผมจะขอตั้งข้อสังเกต และคำถามผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการดังต่อไปนี้ ใน (๕) ผู้บริหารสถานศึกษารับฟังความคิดเห็นของครู นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากรทางการ ศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษา ไม่มีกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบอยู่ใน อนุนี้ ใน (๗) จัดตั้งให้มีค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมกับครูที่ปฏิบัติห่างไกล ปฏิบัติที่ยากลำบาก ในวิถียากลำบากนั้นพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบมีความยากลำบากมีบรรจุไว้ในนี้ หรือไม่ ไม่มีครับ ใน (๘) จัดการให้คนพิการหรือบุคคลที่มีความต้องการความจำเป็นพิเศษ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มีความจำเป็นพิเศษอย่างมากมาย จึงจำเป็นจะต้องถามคำถามผ่าน ท่านประธานไปยังกรรมาธิการ เด็กตัวจี (G) ทั่วประเทศ เด็กที่ไม่มีสัญชาติต้องจบปริญญาตรี ถึงจะมีสิทธิได้สัญชาติ ระหว่างที่การศึกษาทิ้งภาระให้เขาต้องหาการศึกษา หาเงิน หางบ หาการเรียน แล้วรัฐไทยค่อยมากอบโกยหรือมาได้ผลประโยชน์ตอนที่เขาจบการศึกษา ป. ตรี ขณะนั้นหรือครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะต้องถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการคือ การจัดการศึกษาไทย รัฐไทยเป็นการจัดการศึกษาที่ละลายวัฒนธรรมพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบหรือไม่ เพราะว่าตั้งแต่การเข้าเรียนในสถานศึกษาปั๊บบังคับให้เราต้องพูด ภาษาไทยกลาง ภาษากลุ่มชาติพันธุ์คือภาษาหนึ่งในภาษาไทยใช่หรือไม่ครับท่านประธาน ผมมองแล้วคือหนึ่งในวัฒนธรรมภาษาชาติพันธุ์ นี่คือการละลายและการศึกษาทำให้ วัฒนธรรมอันดีงามของเราเริ่มแรกจากภาษาถูกละลายและถูกครอบงำให้ละลายหายไป

ประเด็นสุดท้ายการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่ง ด้วย ๓ อนุนั้นกว่าจะจัดตั้ง สถานศึกษาการศึกษาที่จะได้มามีความขัดแย้งตั้งแต่การตั้งโรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่มี เอกสารสิทธิ ไม่มีกระดาษแม้แต่ใบเดียว ยกตัวอย่างโรงเรียนแม่กลองน้อย แม่กลองใหญ่ ที่อำเภอพบพระระหว่างช่วงรอยต่ออำเภออุ้มผาง พบพระ กว่าจะสร้างโรงเรียนมีความ ขัดแย้งกันกว่าจะโต้เถียงสร้างโรงเรียนได้ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นี่คือปัญหาร้อยแปดที่กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบางกว่าจะสร้างโรงเรียน กว่าจะได้ครูมา ครูอยู่ไม่กี่ปีครูก็ย้ายกลับ นี่คือปัญหา ของการศึกษาของประเทศไทยว่าครูที่มีคุณภาพและเด็กที่มีคุณภาพ เราต้องการเด็กที่มี คุณภาพใช่ไหมครับ แต่การศึกษานั้นคุณภาพไปไม่ถึงกลุ่มชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์เลย ยกตัวอย่างโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ได้เกริ่น เรื่องที่ท่านเรียนหนังสือมา วันนี้เรามานึกถึงว่าเราเรียนมาตั้งแต่ ป. ๑ แล้วเรามาอยู่วันนี้ ได้อย่างไร ผมคือเด็กโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบูรณ์โรงเรียนของรัฐ มีความขัดแย้งกัน รบราฆ่าฟันผมต้องหลบลูกระเบิด ลูกปืนมาเรียน ๔ เดือนกว่าจะได้กลับบ้าน โรงเรียนศึกษา สงเคราะห์ตอนนี้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ งบประมาณการศึกษาจะต้อง ให้การศึกษากับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ ท่านประธานครับ การศึกษาคือต้นทุนของชีวิต เด็กเราในวันนี้คืออนาคตของชาติ เด็กที่มีศักยภาพเขาสามารถที่จะเป็นพยาบาล สามารถ จะเป็นหมอรักษาผม รักษาท่านประธาน รักษานายกรัฐมนตรีได้ เขาไม่มีโอกาสครับ ทำอย่างไรให้โอกาสของกลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบางเท่าเทียมกับสังคมในเมืองอย่างไร ไม่มีบรรจุหรือไม่มีเขียนอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เลย ท่านประธานครับ คนเราเราเลือกเกิด ไม่ได้หรอกครับ ผมถ้าเลือกเกิดได้ผมก็อยากจะเกิดในโรงเรียนมีการศึกษาดี ๆ มีรถโรงเรียน มีเงินค่าเทอมที่เท่าเทียมกัน แต่เด็กต่างจังหวัด เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ต้องจ่ายค่าเทอมเท่ากับ เด็กในเมือง อันนี้เราจะแก้ไขอย่างไรกับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ ในมาตราต่าง ๆ ในนี้ ผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ช่วยแก้ไขใหม่ ให้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกเป็นในสิ่งที่เราเป็นได้ ขอบคุณครับท่านประธาน