รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

นายระวี มาศฉมาดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายแนวทาง การแก้ไข พ.ร.ป. พรรคการเมือง ในนามกลุ่มพรรคเล็ก ซึ่งจุดมุ่งหมายในการอภิปรายครั้งนี้ เรามีเป้าหมายเพื่อที่เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.ป. พรรคการเมือง ให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ที่จัดตั้ง ขึ้น เพื่อที่จะเป็นพรรคการเมืองเพื่อมาสะท้อนปัญหาของประชาชนในรัฐสภาที่เขาจะ สามารถลดค่าใช้จ่าย ลดความยุ่งยาก ให้เขาสามารถยืนบนถนนการเมืองได้ รวมถึง พรรคใหญ่จำนวนมากด้วยในบางประการ

ประการแรก หมวดที่ ๑ ที่ผมจะพูดคือว่า การแก้ไขครั้งนี้ควรจะแก้ไขให้มี การลดค่าใช้จ่าย เช่น ๑. ค่าสมัครสมาชิก ควรจะยกเลิกค่าสมัคร ๑๐๐ บาท ปัจจุบันนี้ เราทราบว่าสังคมไทยอยู่ในรูปใด มันยังไม่ถึงเวลาไม่เหมือนต่างประเทศที่ประชาชนเอาเงิน มาให้กับพรรคการเมืองในการหาเสียง ถามว่าปัจจุบันนี้พรรคใหญ่ ๆ ในสภามีพรรคใดบ้าง ที่ประชาชนที่มาเป็นสมาชิกพรรคต้องจ่ายเงินเอง มีหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ ควรจะต้องแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้จริง ๆ ก็อาจจะคิดปีหนึ่งสัก ๑๐ บาท

ประการที่ ๒ การส่งผู้สมัคร ส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งกำหนดให้ทุกพรรค ต้องจ่าย ๑๐,๐๐๐ บาทต่อคน ท่านประธานครับ ถ้า ๔๐๐ เขตกับ ๑๐๐ บัญชีรายชื่อ รวมหมด ๕๐๐ คนละ ๑๐,๐๐๐ นี่ ๕ ล้านบาทนะครับ พรรคเล็ก ๆ จะเอาเงินที่ไหนครับ ที่จะมาสมัคร ดังนั้นอันนี้ผมคิดว่าควรจะแก้ไขเป็นเหลือแค่ ๑,๐๐๐ บาท ยังพอรับได้ครับ

ต่อไปคือค่าปรับครับท่านประธานครับ พ.ร.ป. พรรคการเมือง พรรคต่าง ๆ จะโดนค่าปรับเยอะแยะไปหมดครับ หัวหน้าพรรคทุกคนเหมือนยื่นขาข้างหนึ่งอยู่ในตาราง ทำอันนี้พลาด นับวันผิดนิดเดียวก็ถูกค่าปรับ ค่าปรับนี่ก็มหาศาลมากครับ บางพรรคถูก ๔๐๐,๐๐๐ ๘๐๐,๐๐๐ นะครับ จากการส่งเอกสารช้า รายงานเกิน ๑๕ วัน เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่โดนหมดครับ ดังนั้นผมก็เสนอว่า การปรับพรรคการเมืองควรจะยกเลิกออกไป หรือถ้า บางหมวดที่เป็นความผิดที่จำเป็นที่ต้องมีการปรับก็ปรับสัก ๒-๕ เปอร์เซ็นต์พอครับ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นภาระต่อพรรคเล็ก ๆ ทั้งหมด

ต่อไปครับท่านประธาน หมวดที่ ๒ ก็คือลดความยุ่งยาก

ประการที่ ๑ ก็คือปรับเรื่องการทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ซึ่งทุก พรรคก็ได้พูดตรง ๆ กันนะครับว่าหลักการดี ผมเป็นคนหนึ่งที่โหวตให้ทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) แต่ว่า ณ วันนี้ต้องคิดให้ดีครับ ถ้าจะทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) เต็มอัตรา ถ้าพรรคผมส่ง ส.ส. เขต ๔๐๐ เขต ผมต้องไพรมารีโหวต (Primary Vote) ๔๐๐ เขต ต้องมีสมาชิกประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ค่าสมัครสมาชิกก็ ๕ ล้านบาทแล้วครับ ค่าจัดการ ก็อีก ๕ ล้านบาทนะครับ ยังไม่ได้เลือกตั้งเลยครับ หมดไป ๑๐ ล้าน แล้วพรรคเล็ก ๆ ไหนจะอยู่ ได้ มันจะเหลือเฉพาะพรรคนายทุนครับ

ต่อไปครับ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. นี่ควรจะเปลี่ยนเป็นอำนาจของ กรรมการบริหารแต่ละพรรค

ข้อต่อไป สาขาพรรคกับตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ประจำเขต ควรจะ ยกเลิกตัวแทนพรรคการเมือง เหลือแต่สาขาภาคละ ๑ สาขาก็พอแล้ว และในแต่ละสาขานี้ ก็ควรจะลดจำนวนสมาชิกลงครับ จาก ๕๐๐ เหลือ ๑๐๐ เดียวพอ เวลาประชุมต้อง ๑๐๐ คน ก็เหลือสัก ๕๐ คนพอ หรือ ๓๐ คนพอครับ

ต่อไปครับ จำนวนสมาชิกพรรคบังคับไว้ว่าปีแรกต้องมีไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ครบ ๔ ปีต้องเกิน ๑๐,๐๐๐ ผมว่าอันนี้ก็ควรจะแก้นะครับ ไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกมาก มหาศาลครับ ปีแรกเหลือสัก ๑,๐๐๐ คน ๔ ปี สัก ๓,๐๐๐ คนก็พอแล้วครับ

ต่อไปครับ การประชุมใหญ่พรรคมันใช้เวลามาก ควรจะลดจำนวนเหลือสัก ๑๐๐ คน ก็ประชุมใหญ่พรรคได้ และการเลือกกรรมการบริหารพรรคในที่ประชุมใหญ่ควรจะ เลือกเฉพาะหัวหน้าพรรคที่เลือกลับ ตำแหน่งเลขา ตำแหน่งกรรมการอื่นควรจะเรื่องเปิดเผย ได้ครับ ไม่อย่างนั้นกินเวลาในการประชุมมากเลยครับ โหวตทีละคน กรรมการ ๓๐ คน ก็โหวตกันใช้เวลามากครับ

สุดท้าย เรื่องเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองควรจะต้องมีการปรับครับ พรรคการเมืองบางพรรคมีความผิดจุดนั้นจุดนี้ก็ควรจะลงโทษไปตามความผิดเขา แต่อย่าเอา ระเบียบว่าถ้าเขามีความผิดอย่างนี้แล้วมาตัดสิทธิไม่ให้เขารับเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ตรงนี้นะครับ แล้วก็สุดท้ายนะครับว่า เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไม่ใช่จะใช้ได้แต่ สาขาพรรคครับ มันควรจะใช้กับสำนักงานใหญ่ของพรรคแต่ละพรรคได้ เป็นเรื่องที่แต่ละ พรรคเมื่อได้รับการจัดสรรมาจะตัดสินใจว่าจะใช้อย่างไรดีที่ถูกต้องตามระเบียบที่สุดครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน