ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. พรรคการเมือง โดยเน้นความเสมอภาคทางเพศและเรียกร้องให้มีโควตาในสภาเพื่อลดช่องว่างระหว่างชายหญิง
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ธัญจะมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในประเด็นเรื่องความเสมอภาค ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศคือเป้าหมายสำคัญของส่วนหนึ่งในการพัฒนาความยั่งยืน ซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) การส่งเสริมความ เสมอภาค การสร้างความเข้มแข็ง การยุติความรุนแรง การขจัดการเลือกปฏิบัติ การให้ คุณค่างานที่ไม่ได้ถูกให้คุณค่าของผู้หญิง นี่คือความเสมอภาคทางเพศ ความเสมอภาค ทางเพศจะเกิดขึ้นได้ในสังคมต้องเกิดขึ้น ๓ ระดับ ระดับที่ ๑ คือพฤติกรรมคนในสังคมนั้น เปลี่ยนไป ระดับ ๒ นโยบายรัฐ มาตรการส่งเสริมความเสมอภาคที่ต้องออกแบบให้กับบุคคล ที่ถูกเลือกปฏิบัติหรือไม่เสมอภาค และส่วนสุดท้ายก็คือส่วนโครงสร้างรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอย่างที่เรากำลังจะอภิปรายกัน หรือเรากำลังอภิปราย กันในเวลานี้ หรือที่สำคัญส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง แล้วก็จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ก็คือฝ่ายนิติบัญญัติค่ะท่านประธาน ฝ่ายนิติบัญญัติคือ ๑ โครงสร้างสำคัญที่จะออกแบบ กฎหมายแล้วก็นโยบายให้เกิดความเสมอภาคทางเพศเกิดขึ้น คำถามในวันนี้ของธัญคือ ความเสมอภาคทางเพศเกิดขึ้นแล้วหรือยังค่ะ ตัวชี้วัดสำคัญทั่วโลกให้ความสำคัญความเสมอ ภาคในโครงสร้างในประเด็นทางเพศ ทั่วโลกได้มีการพูดถึงเก้าอี้ที่นั่งในสภาค่ะท่านประธาน ถ้าเกิดเราจะพูดถึงข้อมูล ณ วันนี้นะคะท่านประธาน เรามีผู้แทนราษฎรผู้หญิงเข้ามานั่ง ในสภาเพียง ๗๙ คน และผู้ชาย ๔๐๕ คน ผู้หญิงนี่คิดเป็นเพียงร้อยละ ๑๖.๓ จากผู้แทนราษฎร ๔๘๔ คนในขณะนี้ ซึ่งยังถือว่าน้อยมากถ้าเทียบกับอันดับทั่วโลก นายอมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ รางวัล โนเบล (Nobel Prize) ชี้ว่า การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในมิติสังคม ในมิติของเศรษฐกิจ และการเมืองนั้นเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ธัญอยากจะ ยกตัวอย่างก็คือ ประเทศรวันดาค่ะท่านประธาน จากข้อมูลปี ๒๕๖๒ มีผู้หญิงดำรงตำแหน่ง เก้าอี้ในสภามากกว่าผู้ชาย มีผู้หญิงถึง ๖๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ทำไมธัญถึงยกตัวอย่างประเทศ รวันดา เพราะว่าประเทศดังกล่าวนั้นเคยถึงจุดต่ำสุดจากการปกครองด้วยวิธีอำนาจนิยม สร้างความเกลียดชัง วิธีมุมมองของแบบโลกชายเป็นใหญ่ แล้วก็เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ๖๐๐,๐๐๐ คน ในเวลา ๓ เดือน แต่ ณ วันนี้ถ้าลองเข้าไปดูในเน็ต (Net) หรือในข่าวสาร การพัฒนาของประเทศรวันดานั้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นเพราะว่าประชาชน ตระหนักรู้ว่าอำนาจนิยมนั้นไม่สามารถที่จะนำพาประเทศไปสู่ความยั่งยืนมั่นคงได้ค่ะ สิ่งที่ธัญจะพูดถึงต่อไปนี้ ธัญต้องขออนุญาตออกตัวก่อนว่าธัญไม่ได้ต่อว่าผู้ชาย หรือคนที่นั่ง อยู่ในสภาแห่งนี้ แต่งานวิจัยที่ธัญจะพูดถึงมันเป็นประเด็นในเรื่องของการส่งเสริมความเสมอ ภาคทางเพศ เพราะฉะนั้นเรื่องเพศของทุกคนจึงถูกเอามาเป็นประเด็นสำคัญในการที่จะเป็น เป้าหมายในการศึกษาเพื่อส่งเสริมความเสมอภาค มีงานวิจัยจำนวนมากบอกว่าในภาวะผู้นำ ของผู้หญิงสามารถสร้างความหลากหลายได้ มีวิธีแก้ไขความขัดแย้งที่ต่างจากผู้ชาย แล้วก็ เหมาะสมไปได้ดีกับกระบวนการประชาธิปไตย เวลาทำงานผู้หญิงก็ไม่ค่อยยึดติดกับลำดับชั้น มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมได้มากกว่า แสวงหาความร่วมมือได้ดีกว่า นอกจากนั้น การมีรัฐมนตรีผู้หญิงหรือการที่มีส่วนร่วมของผู้หญิงนั้นลดปัญหาเรื่องคอร์รัปชันได้ อันนี้เป็น ผลของงานวิจัย และที่สำคัญในนิติบัญญัตินั้นก็จะมีการคิดประเด็นนโยบาย แล้วก็กฎหมาย ที่มีความหลากหลาย ในสวีเดนผู้แทนผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในประเด็นสวัสดิการเด็ก และผู้สูงอายุ และในประเทศสวีเดนก็มีการเปลี่ยนแปลงจัดสรรงบประมาณให้กับเด็ก และผู้สูงอายุมากขึ้น ถือว่านักการเมืองหญิงหรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ จะหาความร่วมมือผลักดันเรื่องสวัสดิการสิทธิมนุษยชนได้กว้างขวางกว่าในสภาค่ะ ธัญจะยกตัวอย่างอย่างประเทศเม็กซิโกในขณะนี้ กฎหมายการเลือกตั้งของเขานั้นก็มี การกำหนดเพศชาย เพศหญิงต้องจำนวนเท่ากัน และที่สำคัญเมื่อปีที่แล้วก็เพิ่มกติกาในเรื่อง ของต้องมีบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย เพราะวันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องความเสมอ ภาคระหว่างชายหญิงเท่านั้น แต่เราพูดถึงความเสมอภาคของคนทุกเพศ อย่างในร่างของ พรรคก้าวไกล ซึ่งมีความแตกต่าง แล้วก็ให้ความสำคัญมาตลอดในเรื่องของผู้หญิงแล้วก็ บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในเรื่องของผู้เข้าสมัครเกี่ยวกับพรรคการเมืองเป็น ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้แทนราษฎรหรือตำแหน่งต่าง ๆ เราต้องพูดถึงในประเด็นของเพศหญิง ในประเด็นของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งพรรคก้าวไกลถ้าท่านได้อ่านดูเราจะ กำหนดไว้อย่างชัดเจน และต้องมีโควตาในเรื่องของความหลากหลายทางเพศ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ธัญกำลังจะสรุปให้ท่านประธานฟังก็คือว่า ความเสมอภาคนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น ในสังคมไทย และที่สำคัญมาตรการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศนั้นเป็นไปตามกลไก มาตรา ๒๗ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญว่าการส่งเสริมมาตรการความเสมอภาคทางเพศให้เกิด ความเป็นธรรมในสังคมนั้นไม่ได้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นอยากฝากท่าน กรรมาธิการที่จะพิจารณา แล้วก็ผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาได้คำนึงถึงประเด็นดังกล่าว ด้วย เพื่อทำให้สังคมเราเกิดความเสมอภาคทางเพศอย่างแท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน