ฐิตินันท์ แสงนาค อภิปรายร่างกฎหมายพรรคการเมือง โดยเสนอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสมัครสมาชิกพรรคได้อย่างเสรี โดยไม่จำกัดรูปแบบ ไม่กำหนดคุณสมบัติเข้มงวด และไม่เรียกเก็บค่าสมัคร เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อบกพร่องของระบบไพรมารีโหวตที่ก่อให้เกิดปัญหาการบลัฟคะแนน การจัดตั้งสมาชิก และความซับซ้อนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากประสบการณ์จริงในการแข่งขันภายในพรรค
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปราย เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ญัตติวันนี้ผมมีส่วนหนึ่งที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการในการแก้ไข รู้เห็น ความต้องการมากพอสมควร
ผมจะพูดเรื่องแรกสำหรับวันนี้ คือเรื่องสมาชิกพรรคการเมืองครับ ผมอยากให้ กฎหมายฉบับนี้ พระราชบัญญัติที่ออกมาไม่ต้องกำหนดสมาชิกพรรคการเมืองว่าจะต้องมี ตลอดชีพหรือชั่วคราว เอาที่ความพอใจ ความสมัครใจของประชาชน เมื่อเขาศรัทธานโยบาย พรรคการเมือง ศรัทธาคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เขาก็จะมาสมัครเป็นสมาชิกเอง โดยธรรมชาติครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องคุณสมบัติของสมาชิกพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ไม่ต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์คุณสมบัติให้เลอเลิศเหมือน ส.ส. หรือรัฐมนตรี เอาแค่ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งแค่นี้ก็พอแล้ว
ข้อที่ ๓ สมาชิกพรรคการเมือง ไม่ต้องเสียค่าสมัครพรรคการเมือง เพราะเป็น ความพอใจของสมาชิก ไม่ใช่ซื้อสินค้า ไม่หวังกิฟเวาเชอร์ (Gift Voucher) สมัครด้วยใจ ด้วยอุดมการณ์ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเสียค่าสมัครสมาชิกครับ ผมสนับสนุนเต็มที่ ที่ผมพูดนี้ผมไม่ได้สนับสนุนร่างใดร่างหนึ่งใน ๖ ร่างนะครับ ผมพูดโดยความเห็นส่วนตัว และโดยประสบการณ์ที่พบมา เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ลงเลือกตั้งระบบ ส.ส. เขตมา หาสมาชิกพรรคการเมืองมาด้วยตัวเอง
ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่จะพูดในวันนี้ เรื่องระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote) ซึ่งเรื่องนี้พูดกันมาก ผมว่าผมคนหนึ่งในสภานี้ที่ผ่านระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote) มาตั้งแต่ต้นเลย ผมจะเล่าให้ฟัง นี่เรื่องจริงที่เกิดกับตัวเอง ก่อนจะไพรมารี โหวต (Primary Vote) ได้นี่คุณจะต้องหาสมาชิกให้ได้เสียก่อน ไม่ว่าพรรคจะกำหนดให้เป็น ๕๐ คน ๑๐๐ คน หรือ ๑๕๐ คน จากนั้นคุณก็ส่งคุณสมบัติของคุณ โพรไฟล์ (Profile) คุณเข้าไปยังพรรคการเมืองที่คุณต้องการจะเป็นสมาชิก เพื่อให้พรรคการเมืองพิจารณา เมื่อพรรคการเมืองพิจารณาคุณสมบัติคุณผ่านแล้วคุณก็ต้องมาสอบสัมภาษณ์ และต้องเอา ข้อมูลต่าง ๆ มาให้พรรคการเมืองนั้นดู จนกระทั่งว่าพรรคการเมืองตกลงรับคุณเป็นสมาชิก พรรค เป็นว่าที่ผู้สมัครไพรมารีโหวต (Primary Vote) ก่อนนะครับ ของเขตนั้น จังหวัดนั้น ของผมเขต ๑ ขอนแก่น มีผู้สมัครไพรมารีโหวต (Primary Vote) แข่งกับผม ๖ ท่าน ผมได้เบอร์ ๖ ปรากฏว่าเมื่อส่งโพรไฟล์ (Profile) คุณสมบัติเข้าพรรคแล้วถูกตัดสิทธิไป ๓ คน ผ่านเกณฑ์ ๓ คน การทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ทำอย่างไรหรือครับท่านประธาน ถึงวันทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) พรรคจะส่งรหัสเข้ามาให้ผู้สมัครในวันที่กำหนด ให้รับรู้ว่าวันนี้ เวลานี้เราจะมีการไพรมารีโหวต (Primary Vote) โดยให้สมาชิกที่ท่านหาได้ เป็นผู้โหวต แน่นอนทั้ง ๓ คนที่แข่งกับผมนี่เขาก็หาสมาชิกของเขา ผมก็หาของผม เชื่อหรือไม่ครับว่า บางครั้งมีการบลัฟ (Bluff) กัน มันเป็นจุดแรกของการซื้อเสียง เพราะว่า การหาสมาชิกพรรค เสียค่าสมัคร ๑๐๐ บาท เงินไม่มากหรอกครับ แต่ว่าคนที่จะตัดสินใจมา เป็นสมาชิกพรรค มาเลือกเราต้องเป็นใครครับท่าน อันดับแรกเลยครับ ญาติพี่น้อง ทุกคนเล็งมาที่ญาติพี่น้องตัวเองก่อน ต้องอยู่ในเขตเลือกตั้งตัวเองนะครับ อันดับที่ ๒ ก็คือเพื่อนฝูง และอันดับที่ ๓ ก็คือคนที่รู้จักชื่นชอบในตัวเรา เขาเหล่านั้นถึงจะมาเป็นสมาชิก ให้เรา สมัครสมาชิกพรรคการเมืองให้เรา แล้วจะต้องโหวต (Vote) ในไพรมารีโหวต (Primary Vote) วันที่กำหนด การทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ทำอย่างไรครับ การทำ ไพรมารีโหวต (Primary Vote) ก็คือพรรคจะส่งรหัสของเรามา ให้กับสมาชิกที่เป็นสมาชิก ของเราเพื่อจะเลือก เขตผมมี ๓ เบอร์ มี ๓ คน มี ๖ คน ถูกตัดสิทธิ ๓ คน เหลือ ๓ คน เพราะฉะนั้นถึงเวลาระฆังดัง ทุกคนก็จะโหวตคนที่ตัวเองชอบ คนที่ตัวเองรัก หรือคนที่ไปหาเขา มาเป็นสมาชิก ท่านเชื่อไหม ต้นเหตุของการซื้อเสียงเลย บลัฟ (Bluff) กันตั้งแต่วันแรกเลยครับ ผมนี่โดนเลย คุณฐิตินันท์ คุณ ส.ส. หน้าใหม่คุณไม่เคยลงสนาม ผมอยู่ในวงการนี้มานาน มีเพื่อนฝูง มีหัวคะแนน มีกลุ่มก้อน ผมจัดตั้งได้ ๔๐๐ คน โหวตอย่างไรผมก็ชนะไพรมารีโหวต (Primary Vote) ผมจัดตั้งได้ ๔๐๐ คน คนที่ ๒ ผมเป็นข้าราชการ ผมลาออกมา ผมมีพรรคพวก ที่อยู่ในหน่วยราชการเยอะแยะที่จะช่วยผม เพราะฉะนั้นโหวตเมื่อไร ผมก็ชนะ คุณถอนตัวเถอะ ผมก็บอกผมก็จะสู้ครับ เท่าที่ผมหาได้ ผลปรากฏออกมา ปรากฏว่าผมหาสมาชิกได้แค่ ๕๐ คน แต่มีผู้โหวตเลือกผม ๔๐ คน คนที่ว่าหาสมาชิกได้ ๔๐๐ คน ได้ ๒๘ เสียง อีกคนหนึ่งได้ ๘ เสียง เพราะฉะนั้นผมผ่านไพรมารีโหวต (Primary Vote) เข้ามาเป็นตัวแทนของพรรค ที่จะลงสมัครเขต ๑ ขอนแก่น ท่านประธานรู้ไหมครับว่า แค่หาสมาชิกที่จะโหวตตัวเอง ก็เริ่มมีการบลัฟ (Bluff) กัน จะซื้อเสียงจะจูงใจอะไรหรือเปล่าผมไม่ทราบ ที่ยุ่งยากที่สุด ก็คือระบบในการทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ซึ่งต้องใช้ช่องทางทางอิเล็กทรอนิกส์ ท่านเชื่อหรือไม่ครับของผมนี่เว็บ (Web) ล่มตั้งแต่ตีสอง สมาชิกผมรอจะโหวต โหวตตอน เวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ปรากฏว่าโหวตได้ประมาณสัก ๑๐ คน เว็บ (Web) ล่ม ต้องรอถึง บ่ายสองของวันรุ่งขึ้น ถึงจะสามารถเข้าโหวตในเว็บ (Web) ได้ นี่แค่พรรคการเมือง พรรคเดียวนะครับ ถ้าเกิดไพรมารีโหวต (Primary Vote) ทุกพรรคการเมือง ณ วันนี้ พรรคการเมือง ๘๐ กว่าพรรคที่จดทะเบียนอยู่ และที่ลงเลือกตั้งกับผมวันนั้น ๔๒ พรรค แข่งกับผม ๔๒ พรรค ถูกยุบไป ๑ พรรค เหลือ ๔๑ พรรค ท่านประธานลองคิดดู สี่แยก ไฟแดงหนึ่งมีป้ายผู้สมัคร ๔๒ ป้าย ท่านนึกภาพ มันจะยิ่งใหญ่อลังการ เกะกะ สกปรก แค่ไหน นั่นผมก็ผ่านมาได้ เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนให้ท่านประธานและสมาชิกที่ไม่รู้ไม่เคย ปฏิบัติได้รับทราบว่านี่ของจริง ทำมาแล้วครับ เจอปัญหาอุปสรรค ผมมาพูดวันนี้ เพื่อจะเล่า ให้ท่านฟังว่าท่านเห็นปัญหาแล้วจากผู้ปฏิบัติจริงท่านเห็นอย่างไร ในพระราชบัญญัติ ทั้ง ๖ ฉบับนี้ ผมไม่ได้บอกว่าของใครฉบับไหนดี ผมพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการรับสมัคร สมาชิกพรรคการเมืองและการทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ส่วนผมจะเลือก จะยกมือ ผ่านอันไหน อยู่ในใจผมแล้ว ส่วนท่านอื่น ๆ ผมไม่รู้ ผมมาเล่าให้ฟังว่าถ้ามีไพรมารีโหวต (Primary Vote) มันเจออย่างนี้ เป็นแบบนี้ ผมเจอมาแล้ว และเมืองไทยพร้อมหรือยัง ท่านประธานครับ มีสมาชิกเปรียบเทียบให้ดูว่าการทำไพรมารีโหวต (Primary Vote) ในต่างประเทศ ใช่ครับ ดี เหมาะสม นั่นก็เป็นระบบประธานาธิบดี เป็นระบบมลรัฐ ของเรา ประเทศไทยเป็นเขตจังหวัด ซึ่งท่านจะลองทำดูก็ได้นะครับ ลองทำดูสิครับ ท่านจะรู้ ผมรู้ และผมทำมาแล้ว ผมรู้แล้ว ผมสู้ได้ทุกรูปแบบ จะไพรมารีโหวต (Primary Vote) หรือไม่ ก็ตาม วันนี้เป็นการสะท้อนประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติผู้ผ่านการเลือกตั้งแบบเขตมา และรัฐธรรมนูญฉบับนี้พยายามแก้ไขกันมาหลายครั้ง ส่วนมากก็ตั้งเป้าว่าจะแก้เพื่อปากท้อง ประชาชน สุดท้ายก็มาแก้เพื่อการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย ผมหาเสียงมาผมจะแก้ ทั้งฉบับ จะยกร่างใหม่ ผมเคยอยู่คณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๘ ของอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาซึ่งยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นพวกผมทำได้ค่อนข้างดีครับ แต่ไม่ผ่าน จึงต้องล้มและมายกร่าง ปี ๒๕๖๐ ขึ้นมา พอประกาศใช้ปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมา วันนี้ผมแค่ มาเล่าประสบการณ์สะท้อนปัญหาที่เจอกับตัวเองให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบว่า จะเลือกแบบใด แบบไหน อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน