สุพิศาล ชี้ปัญหางบวิจัยไร้ความโปร่งใส หลังถูกตัด-คืนเงินปีเก่า

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กันยายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรทุนวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเสนอให้มีการกำหนดเงื่อนไขชัดเจนในการเปิดเผยและต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเรียกร้องให้ผู้ให้ทุนเร่งดำเนินการออกหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยอย่างทันท่วงที

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับ ในมาตรา ๘ นี้ผมก็ขอสิทธิในฐานะสมาชิก รัฐสภาที่จะร่วมอภิปรายในกรณีที่คณะกรรมาธิการได้มีการตัดสาระของเนื้อความใน วรรคสองไปต่อความในวรรคหนึ่งแทน แล้วก็เติมความในวรรคสาม แล้วปรับแก้ไขวรรคสี่แทน มีการเติมเนื้อความในวรรคหนึ่งด้วย ผมอภิปรายใน ๓ ประเด็นดังนี้ครับท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่องของเนื้อความที่เกิดขึ้นในมาตรา ๘ มันจะต้องเกี่ยวเนื่องเป็นมาตรา ๙ ด้วย เพราะว่าเปิดปฐมของประโยคก็คือภายใต้การบังคับของมาตรา ๙ คือผลงาน มาตร ๙ พูดถึง เรื่องของรัฐและเอกชนที่ให้ทุน ให้ทุนและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม ความเป็นเจ้าของ ผลงานเป็นไปตามสัญญาที่จะกำหนดในสัญญาร่วมให้ทุน กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเคยเข้าเป็นกรรมาธิการงบประมาณครับท่านประธาน กระทรวง อว. ที่นำเสนอ งบประมาณเข้าปีนั้น ปี ๒๕๖๓ เป็นปีแรกที่เป็นปีที่รวมการใช้งบประมาณเพื่อศึกษาวิจัย หมื่นกว่าล้านครับ ครั้งแรกเข้าห้องเล็กไปถูกตัดมาสูงมากเลยนะครับ แล้วมีการร้องทุกข์ อุทธรณ์กันจนกระทั่งต้องคืนไป ผมเปิดเอกสารเชื่อไหมครับ วันนั้นครับท่านประธาน เป็นปึ๊ง เลยครับ ตอนแรกไม่ได้ส่งเข้ามานะครับ ตอนถูกตัด พอเข้ามาปั๊บ โครงการที่มันเข้ามา เชื่อไหมครับ เป็นโครงการของปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๕๗ นะครับ แต่ปีนั้นผมพิจารณาเป็น ปี ๒๕๖๓ นะครับท่านประธาน แล้วมันไหลไปเป็นงานวิจัยของหลายมหาวิทยาลัย เป็นการ ติดต่อ ตรงนี้คือหัวใจสำคัญ เจ้าของเนื้อเงินคือรัฐบาล และในงบประมาณนั้นปรากฏว่ามีการ เปิดตัวผลสัมฤทธิ์ของผลงานปรากฏอยู่ ผมตามแต่ละเม็ดงานหาคำตอบไม่ค่อยได้ครับ แล้วงานวิจัยนั้นเป็นงานวิจัยอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายมหาวิทยาลัยที่ปรากฏ ซึ่งขณะนี้ ผมก็ทราบว่าเป็นการแจกเม็ดเงินลงไปให้กระทรวง อว. เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและ ผลงานให้กับผู้ขอทุนหรือผู้วิจัยต่าง ๆ นานา อันนั้นคือเป็นอันหนึ่งที่จะต้องมีสัญญาร่วม ให้ทุนถึงปรากฏพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็ประเด็นที่ ๒ ผู้รับทุนจะต้องทำสัญญา และมีสาระสำคัญที่ปรากฏในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง วรรคสอง ในบางส่วนที่ปรากฏจะต้องมา สิ่งสำคัญในประเด็นสำคัญคือการเปิดเผยผลงานวิจัยและนวัตกรรม กราบเรียนครับ ผมก็เคยทำงานวิจัย และสาระสำคัญของงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงวิจัยมันมีทั้งการทำงาน วิจัยในภาคสังคมศาสตร์ ภาควิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมในภาควิทยาศาสตร์ นั้นเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องของงานวิจัยเชิงทดลองซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ระยะเวลาจำนวนมาก เม็ดเงินสูงครับ แต่ถ้างานวิจัยในเชิงสังคมศาสตร์มันเป็นแค่ทำในเรื่อง ของด็อกคิวเมนทารี (Documentary) เรื่องของการศึกษา ทำการสัมภาษณ์ การไปเอาเครื่องมือ แล้วพรูฟ (Prove) เนื้องานของ เหตุการณ์ฟีโนมีนัล (Phenomenal) หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษาเพื่อเสนอต่อ สังคม แต่ประเด็นสำคัญส่วนใหญ่จะเป็นหอคอยงาช้างครับ พอเสนอปั๊บปรากฏว่างานวิจัย ระดับสูงเก็บไว้บนหิ้งครับ ไม่เอามาขับเคลื่อนจากเม็ดเงินที่ลงทุนไป นั่นคือสิ่งสำคัญ ฉะนั้น ตรงนี้สภาจะต้องออกข้อกำหนดหรือหลักการให้สำคัญเลยว่างานที่ลงทุนไปในงานวิจัยนั้น ผลงานนี้เมื่อถูกสภากำหนดเงื่อนไขแล้วสภาจะต้องล็อกประเด็น แล้วผลสัมฤทธิ์นั้นสามารถ เอาไปต่อยอดเป็นผลประโยชน์ของมวลมหาประชาชนของประเทศไทยได้หรือไม่ สาธารณประโยชน์จะได้ประโยชน์ขนาดไหน นั่นคือส่วนสำคัญ และประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง ในประเด็นตรงนี้คือแจ้งความประสงค์จะเป็นเจ้าของผลงานนั้น ซึ่งในหลักการนั้นปรากฏว่า จะต้องทำเป็นหนังสือแล้วเสนอแผนและกลไกลของการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยนั้น นี่คือ สาระสำคัญยิ่งที่ผู้วิจัยหรือผู้ขอทุนต้องทำให้ปรากฏ อันนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะไม่อย่างนั้น งานวิจัยมันก็เหมือนงานมาเล่าเรื่องให้ฟัง แล้วบางทีการวิจัยบางอันไม่ได้มาตรฐานครับ แล้วเป็นงานวิจัยที่เอออวยกันครับ ผมไม่ได้ว่าคณะกรรมการผู้สอบหรือตรวจสอบงานวิจัย นะครับ แต่มันเป็นการเอออวยเพื่อจะให้งบประมาณนั้นให้ผ่านไป ทั้งที่งบประมาณที่จะใช้ ในงานวิจัยหรือการสร้างนวัตกรรมมันเป็นเงินจำนวนมาก บางงบประมาณผูกพัน ๕ ปี ตอนที่ผมดูงบประมาณนะครับ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มาปี ๒๕๖๓ ขออีก ต่อไปถึงปี ๒๕๖๗ ๖-๗ ปี ผมก็เลยไม่รู้ว่างานวิจัยชิ้นนั้นที่เป็นงานวิจัยด้านเทคโนโลยี หรือเปล่า ถ้าเป็นด้านเทคโนโลยีพับไปเลยครับ ปีเดียวเขาก็เลิกแล้ว หรืองานวิจัยทาง ด้านแพทย์มันก็ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ฉะนั้นการทำหนังสือของผู้ให้ทุนมันก็เป็นผลกระทบของ มาตรหนึ่งที่เพิ่ม โดยเฉพาะในมาตรา ๘ ของวรรคสาม วรรคสามนั้นคือการที่ตัดเนื้อความ ตัดหรือปรับเนื้อความในวรรคสามใหม่ ใช้คำว่า ผู้ให้ทุนออกหนังสือแสดงความเป็นเจ้าของ ผลงานวิจัยแก่เจ้าของผลงานวิจัยตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง โดยเร็ว คือต้องออกหนังสือให้ โดยเร็วเพื่อคุ้มครองสิทธิ มันก็เลยเป็นเรื่องของการกำจัดสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๗ หรือเรื่องของสิทธิของทรัพย์สินและมาตรการสืบทอดทางมรดก เรื่องทรัพย์สินก็เป็น เรื่องอันหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ทีนี้ในเรื่องของงานวิจัยผมกราบเรียนเลยว่าจุดประสงค์สุดท้ายคือ การแก้ไขวรรคสามที่จะอภิปรายนะครับ ขอนิดเดียวครับ ถ้าไม่ทำอะไรเลยครับท่านประธาน มันก็กลายเป็นมาตรา ๘/๑ ที่กำลังต่อไป กราบเรียนแค่นี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ