เกียรติ สิทธีอมร ขออนุญาตอภิปรายและตั้งข้อสังเกตเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สมาชิกรัฐสภา โดยซักถามถึงความล่าช้าในการผูกพันตามข้อตกลงโทรคมนาคมกับองค์การการค้าโลก พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลอุปสรรค ผลกระทบ และประโยชน์ที่ชัดเจนต่อผู้บริโภค รวมถึงความทันสมัยของแผนแม่บทและวิสัยทัศน์ในการกำกับกิจการโทรคมนาคมในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้บริการดาวเทียมจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตในไทย เรียกร้องให้ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงผ่านโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมทั้งสอบถามถึงผลการเจรจาการค้าของไทยกับองค์การการค้าโลกเพื่อให้สภาได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน และตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการประชาพิจารณ์ที่มีผู้เข้าร่วมจำกัด พร้อมตั้งคำถามถึงคุณภาพ ความโปร่งใส และการวิเคราะห์ผลกระทบตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 77 ก่อนให้ความเห็นชอบพิธีสารดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก็ขออนุญาตร่วมอภิปราย แล้วก็ ตั้งข้อสังเกต แล้วก็มีคำถามบางคำถามซึ่งจะให้ท่านผู้มาชี้แจงช่วยอธิบายเพื่อความสบายใจ ของตัวแทนของประชาชนที่อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ
ประการแรก ผมคิดว่าตารางข้อผูกพันสาขาบริการโทรคมนาของไทยรอบ อุรุกวัย ฉบับปรับปรุง ภายใต้องค์การการค้าโลกนี้รับรองได้ไหม ผมคิดว่ารับได้นะครับ อันนั้นคงไม่เป็นปัญหาอะไร จริง ๆ เราผูกพันไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ แล้วจริง ๆ เราพร้อม ความจริงกฎหมายเราแก้ไปตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ ถ้าจะทำให้พร้อมที่จะผูกพันตั้งแต่สมัยโน้นเลย มันก็อยู่ในวิสัยที่ทำได้นะครับ มันก็เลยมีคำถามว่าอะไรคืออุปสรรคที่ทำให้รอมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปัจจุบัน ถ้ามันเป็นเรื่องของการปรับปรุงกฎระเบียบภายใน ในส่วนของ กสทช. ในการกำกับดูแล อันนี้ช่วยบอกให้เราทราบนิดหนึ่งว่าความล่าช้ามันเกิดขึ้น เป็นเพราะอะไร เพราะพอมันล่าช้านี้เราก็ได้ยินท่านสมาชิกพูดว่ามันล้าสมัยไปหรือยัง พอมัน ล้าสมัยไปแล้วนำมาเข้าสภา ไปผูกพันกันตอนนี้กระทบภาพลักษณ์เราหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่า ก็ให้ผู้มาชี้แจงช่วยอธิบายให้พวกเราสบายใจนิดหนึ่งว่าอะไรคืออุปสรรคปัญหาที่ทำให้เรา ต้องรอจากปี ๒๕๔๙ ซึ่งแก้กฎหมายพร้อมอยู่แล้ว มาถึงปัจจุบันนี้มันคืออะไร แต่ในแง่ของ การผูกพันครั้งนี้ผมคิดว่าเราอยู่ในสถานะที่รับได้ ทีนี้ผลของการผูกพันอันนี้คืออะไร ตรงนี้ ผมคิดว่าในเอกสารที่นำเสนอต่อสภาไม่ค่อยชัดเท่าไรว่าผลทั้งกระทบและประโยชน์ที่จะ เกิดขึ้นจากการไปผูกพันครั้งนี้มันคืออะไร ถ้าท่านมองมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งรวมมาตรา ๗๗ ด้วยในการรับฟังความคิดเห็นนี้ ท่านก็จะเห็นนะครับว่าเราต้อง วิเคราะห์ครับ ต้องวิเคราะห์ทั้งประโยชน์และผลกระทบก่อนไปทำประชาพิจารณ์ แต่ตรงนี้ ในเอกสารที่ยื่นให้พวกเราดูอาจจะรายละเอียดน้อยไปหน่อย เพราะมันเป็นกิจการ โทรคมนาคมนะครับ คำถามมันก็เลยมีอยู่ว่าผู้บริโภคได้อะไร ค่าบริการที่เราจ่ายรายเดือน มันถูกลงไหม จะถูกลงเพราะมีการแข่งขันมากขึ้น มีการรับหลักการ ๖ ข้อ เราจะกำกับดูแล เข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการที่มีอยู่ไม่กี่รายตอนนี้ต้องปฏิบัติตนให้เป็นธรรมเกิดขึ้นมากขึ้น กับผู้บริโภคอย่างนั้นใช่ไหมครับ ถ้าใช่ ความจริงมันควรจะมีในรายงานที่บอกพวกเราว่า จากนี้ไปด้วยการไปผูกพันอย่างนี้ และการกำกับดูแลที่เข้มข้นใน ๖ หลักการนี้ค่าใช้จ่ายของ ประชาชนจะลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๒ ปีไหม หรือใน ๑ ปี หรือทันที อย่างนี้ครับเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าตัวแทนประชาชนในสภาแห่งนี้อยากทราบ เพราะประชาชน สงสัยว่าเรามาสภานี้ทำอะไรกันบ้าง และอะไรคือประโยชน์ที่เขาได้โดยตรง อันนี้ก็ขอให้ท่าน ช่วยกันชี้แจงนิดหนึ่งนะครับ ทีนี้ในมุมของกิจการโทรคมนาคมมันไม่ใช่มีเฉพาะผู้บริโภค มันมีเรื่องความมั่นคง มันมีเรื่องความครอบคลุมด้วย ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง ตรงนี้ครับ ๖ หลักการของท่านมันมีเป้าหมายไหม ผมก็พอทราบนะครับว่ามันมีแผนแม่บทอยู่ และใน แผนแม่บทนี้ก็พูดถึงว่าต้องทั่วถึงกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องไร้ร้อยต่อใน ๒๐ ปี คำถามก็เลยมีว่า แผนกิจการโทรคมนาคมของเรา แผนแม่บทนี้ผมคิดว่าต้องทบทวนนิดหนึ่งนะครับ ผมคิดว่า มันช้าเกินไป ถ้าเราบอกวันนี้เราต้องมี ๒๐ ปีเราถึงจะครอบคลุมไร้รอยต่อ ผมว่าช้าเกินไป มากเลยครับ เทคโนโลยีที่มีอยู่ และความถูกลงของเทคโนโลยี ของการเข้าถึงเทคโนโลยี มันเปลี่ยนไปหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งแผนแม่บทนี้เองก็ยังล้าสมัยอยู่ ผมคิดว่า อันนี้อยากขอฟังนิดหนึ่งว่าท่านมีวิสัยทัศน์อย่างไรที่จะไปกำกับดูแลในเรื่องเหล่านี้
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปมาก ผมเป็นกังวลในกรณี ที่หลาย ๆ ท่านคงทราบนะครับ สเปซเอ็กซ์ยิงดาวเทียมสัก ๖๐ กว่าดวง และเสนอบริการ ทุกอย่างในโลกนี้กับทุกคนในทุกประเทศ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมาผ่าน กสทช. แต่ถ้าตาม กฎหมาย ชัดเจน ถูกต้อง ต้องขึ้นทะเบียนครับ แต่ปัจจุบันทำกันแบบไม่ขึ้นทะเบียนเพราะ ทุกคนเข้าอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วไปจ่ายเงินเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีใบอนุญาต ตรงนี้ ครับ การกำกับดูแลของ กสทช. เอง และหน่วยงานรัฐ รวมทั้งกระทรวงดีอีด้วยทำอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ท่านทราบไหมครับ เขายังไม่สามารถให้บริการกับ ประเทศไทยได้ แต่รับเงินจากคนไทยไปแล้วนะครับ มัดจำ ๓,๐๐๐ บาท อย่างนี้ครับ เราปล่อยให้เกิดขึ้น ไม่ถูกต้อง อันนี้เป็นบทบาทของ กสทช. ทั้งสิ้น แต่ผมทราบนะครับว่า พอดีในคณะกรรมาธิการลิขสิทธิ์ที่ผมเป็นประธานวิสามัญอยู่ก็ได้ชี้ประเด็นนี้ แล้วก็ทาง กสทช. ได้มีการทำหนังสือไปถึงสเปซเอ็กซ์แล้วเพื่อเรียกร้องให้เขาทำถูกต้องตามกฎหมาย ไทย แต่สิ่งที่ผมยังไม่เห็นก็คือว่าการแจ้งให้ผู้บริโภคในประเทศทราบว่าอย่าเพิ่งเอาเงินไปเป็น สมาชิกเขาด้วยความหวังว่ามันจะมีบริการเกิดขึ้น แล้วมันจะดีอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น โฆษณาชวนเชื่อทั้งสิ้น กสทช. ต้องไม่ยอมให้มีการดำเนินกิจการอย่างนี้ในประเทศไทยภายใต้ การกำกับดูแล ของ กสทช. ครับ
ประการต่อมา อันนี้ท่านก็บอกว่าจริง ๆ เราก็ถูกกดดันนะครับ ผมมีส่วน ในอดีตก็เคยไปเจรจากับดับเบิลยูทีโอ (WTO) มันเป็นเรื่องของเจรจาแลกเปลี่ยนครับ เผอิญ ในรายงานของท่าน ท่านไม่ได้บอกว่าเราแลกเปลี่ยนอะไร เราบอกว่าเราไปทำสิ่งที่เราเคย ผูกพันไว้ ซึ่งที่จริงถึงแม้จะไปแลกเปลี่ยนกันวันนี้ ไปเจรจากันวันนี้ ไปผูกพันกันวันนี้ เราควร ต้องทราบนะครับ และสภาควรต้องทราบนิดหนึ่งว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้ในการเจรจาที่ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ในเชิงของการแลกเปลี่ยนมันคืออะไร เราไปเรียกร้องประเทศอื่นที่เขา เคยผูกพันในอดีตไหมในบางเรื่องแล้วยังไม่ได้ทำ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องอะไรบ้าง ผมคิดว่า บอกให้สภารับทราบก็น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ผมไม่เชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์ไปเจรจา แล้วยกให้ฝ่ายเดียว แต่ประเทศไทยต้องได้บางเรื่องจากบางประเทศ เรื่องนี้เป็นอะไร ขอทราบนิดหนึ่งนะครับ
ประการสุดท้ายที่อยากจะขอเสนอแนะก็แล้วกัน ผมตั้งข้อสังเกตว่าการทำ ประชาพิจารณ์ระบุในเอกสารค่อนข้างชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมีคนเข้ามาฟัง ผู้มีส่วนได้เสีย ๑๘๐ คน เท่านั้น และความเห็นออนไลน์ (Online) ๑๓๔ คน ผมคิดว่าการทำประชาพิจารณ์ ภายใต้ข้อกำหนดของมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วัตถุประสงค์ เขาเชิงคุณภาพนะครับ ผมคิดว่าการทำประชาพิจารณ์ลักษณะนี้อาจจะไม่เป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่เราอยากเห็นตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดนะครับ รับฟังความคิดเห็นของ ผู้เกี่ยวข้อง เสร็จแล้วต้องวิเคราะห์ผลกระทบและประโยชน์ เสร็จแล้วต้องเปิดเผยการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน ท่านเขียนไว้ ข้อเดียวครับ ผลของการทำประชาพิจารณ์คือไม่มีข้อขัดข้อง ผมว่ามันไม่ใช่ครับ เขียนแค่นี้ ไม่พอครับ เจตนารมณ์ไม่ใช่เพียงเท่านี้เลยครับ เจตนารมณ์ต้องบอกว่ามันจะมีผลอย่างไร ข้อบวกเป็นอย่างไร ข้อลบเป็นอย่างไร ใครจะกระทบบ้าง และกระทบต่อประชาชนอย่างไร กระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศอย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเนื้อหาและเชิงคุณภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ในแง่ของผม ผมคิดว่าควรรับรองนะครับ พิธีสารอันนี้ไม่ติดขัด เลยนะครับ เพียงแต่ว่าขอทราบข้อเท็จจริงแล้วก็เหตุผลของบางเรื่องที่ผมได้ซักถามต่อไป ขอบพระคุณครับ