ชวน แจงขั้นตอนโหวตแก้รัฐธรรมนูญ วาระสาม โปร่งใสตามเกณฑ์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ กันยายน ๒๕๖๔

ชวน หลีกภัย ชี้แจงขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ วาระที่สาม โดยกำหนดให้ไม่ต้องอภิปรายและให้ลงมติเห็นชอบตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมเน้นความโปร่งใสในการตรวจสอบองค์ประชุม การเรียกชื่อ และการลงคะแนนเสียงทั้งแบบมีชื่อและไม่มีชื่อ โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับผู้ตรวจนับคะแนน ๖ คน เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปตามระเบียบและเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ขอบคุณมากครับ เมื่อวานนี้ก็เป็น ปัญหาจริงนะครับ ท่านวีระกรก็ท้วงมาแล้วก็มีการแก้ไข เพราะเมื่อวานนี้เสียงมันดับไป ทั้งหมดเลยครับ ของคุณณัฐวุฒิ ของประธาน และทุกคนก็ดับไป แล้วมาฟื้นขึ้นมาใหม่ แต่ว่า อันนี้ก็ต้องยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่ ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ได้ยินนะครับ ผมขอเปิด ประชุมแล้วนะครับ

ระเบียบวาระวันนี้ก็จะเป็นเรื่องด่วนอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ๑ เรื่อง เป็นกังวลเรื่องเวลาอยู่ แต่ว่าเนื่องจากจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกที่เคยเป็นกังวลเรื่องการรวมคะแนนนั้นวันนี้น่าจะดีขึ้น ผมมาร่วม ทดสอบดูแล้วก็น่าจะดีขึ้น ประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว เป็นชั่วโมงนะครับ ผมขออนุญาต ไปตามลำดับเรื่อง

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

เรื่องด่วน

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) (เป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระที่สาม)

ขอเรียนท่านสมาชิกว่าในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) ในวาระ ที่สองเสร็จสิ้นแล้ว และบัดนี้ได้พ้นกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๕) และ ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ซึ่งบัญญัติให้รอไว้ ๑๕ วันแล้ว ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นการประชุม ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑) ในวาระที่สามโดยไม่มีการอภิปราย และให้ ที่ประชุมลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ อันนี้ เป็นข้อความตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ โดยมาตรา ๒๕๖ (๖) และข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ได้กำหนดเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ขั้นสุดท้าย และลงมติเห็นชอบด้วย ในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ดังนี้

ประการที่ ๑ การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธี เรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย

ประการที่ ๒ มติเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญต้องมี คะแนนเสียงเห็นชอบตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

๑. ที่ประชุมรัฐสภาต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ คือต้องมากกว่า ๓๖๕ คน ปัจจุบันสมาชิก รัฐสภาทั้งหมดที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้มี ๗๓๐ คน เป็นวุฒิสมาชิก ๒๕๐ คน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๘๐ คน

๒. ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รวมแล้ว คือ ๒๔๒ คน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ก็คือ ๔๙ คน

๓. มีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือไม่น้อยกว่า ๘๔ คน ปัจจุบันสมาชิกของวุฒิสภามี ๒๕๐ คน ถ้าคะแนนเสียงเห็นชอบในวาระที่สามไม่ถึงตามจำนวนข้างต้นไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่ง ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ

อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมเรียนว่าพวกเรารู้กันดีอยู่แล้ว แต่ว่าเรียนย้ำเพื่อประชาชนทั่วไปได้ทราบและบันทึกในการลงมติต่อไปนะครับ

ส่วนการลงมติในวาระที่สามนั้นขอเรียนดังต่อไปนี้ วิธีการจะทำดังต่อไปนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๖) และข้อบังคับของรัฐสภา ข้อ ๑๓๒ กำหนดวิธีการออก เสียงลงคะแนนในวาระที่สามให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย ดังนั้นผมขอชี้แจง ขั้นตอนการลงมติให้สมาชิกได้ทราบ ดังนี้

๑. ก่อนลงมติจะมีการตรวจสอบองค์ประชุม อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับรัฐสภา ข้อ ๕๔ เมื่อสมาชิกครบองค์ประชุมแล้วก็จะให้เลขาธิการรัฐสภาอ่านรายชื่อสมาชิกรัฐสภา เรียงตามลำดับตัวอักษรเพื่อให้สมาชิกได้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคล

๒. เมื่อเลขาธิการอ่านรายชื่อสมาชิกท่านใด ให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้น โดยขอให้ท่านสมาชิกออกเสียงลงมติว่า เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง โดยขอให้ท่านสมาชิกกล่าวเฉพาะ ๓ คำดังกล่าวข้างต้น กรุณาอย่ามีสร้อยนะครับ อย่ามี สร้อยว่า เห็นชอบอย่างยิ่ง ไม่เคยเห็นชอบ อะไรพวกนี้อย่าไปมีสร้อยครับ ๒. กรุณาอย่า ประกาศชื่อนะครับ เพราะว่าเลขาธิการได้อ่านชื่อท่านแล้ว อย่าประกาศซ้ำ เราจะประหยัด เวลาได้มาก ๓. เมื่อสมาชิกลำดับสุดท้ายได้ออกเสียงลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว หากยังมีสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ออกเสียง เช่น มาไม่ทัน เพิ่งมาทีหลัง หรือเหตุผลใดก็ตามก็ให้สมาชิก ท่านนั้นมีสิทธิลงคะแนนได้ก่อนประธานจะสั่งปิดการลงคะแนน เพราะฉะนั้นการสั่ง ปิดลงคะแนนนี้จะมีความหมายสำคัญมากว่าเมื่อสั่งปิดลงคะแนนแล้วสมาชิกถึงแม้จะมา ทีหลังก็ตามก็ไม่มีสิทธิลงคะแนนนะครับ เช่นเดียวกันก่อนสั่งปิดการลงคะแนนถ้าสมาชิก ท่านใดรู้สึกว่าลงคะแนนผิดไปและต้องการแก้ไขก็สามารถทำได้ครับ ซึ่งถึงตอนนั้นผมก็ จะให้เวลาเพื่อนสมาชิกที่มาไม่ทันหรือว่ามาทีหลังได้มีสิทธิลงคะแนนโดยครบถ้วนเท่าที่ สามารถจะทำได้นะครับ ประการที่ ๕ จะได้เชิญสมาชิกรัฐสภา ๖ คนเป็นผู้ตรวจนับคะแนน และเพื่อให้การตรวจนับคะแนนเป็นไปโดยความถูกต้อง รวดเร็ว สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผมมาร่วมทดลองแล้วครับ คิดว่าจะทำให้เรา ประหยัดเวลาไปได้มาก โดยการลงคะแนนในวาระที่สามจะมีการแสดงผลออกเสียง ลงคะแนนของสมาชิกแต่ละท่านปรากฏที่จอด้านซ้ายมือของท่าน ด้านขวามือของผมครับ เมื่อสมาชิกได้ลงคะแนนแล้วระบบจะส่งผลให้ผู้ตรวจนับคะแนนทำการตรวจนับคะแนน ตามข้อบังคับ และเมื่อสมาชิกทั้งหมดได้ออกเสียงลงคะแนนเสร็จเรียบร้อยระบบจะ ประมวลผลการลงคะแนนทั้งหมดส่งให้ผู้ตรวจนับคะแนนตรวจสอบและรับรองผล การลงคะแนนดังกล่าวแล้วก็แจ้งมาเพื่อให้ผมได้ประกาศต่อไป ซึ่งตามข้อบังคับผมก็ต้อง ประกาศผลนั้นทันที อันนี้หวังว่าพวกเราจะเข้าใจร่วมกัน ท่านเลขาธิการรัฐสภาครับ ตกลง รายชื่อของผู้ตรวจนับคะแนน ๖ ท่าน ท่านเลขาธิการรัฐสภากรุณาอ่านชื่อครับ