ธีรัจชัย พันธุมาศ คัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จัดสรรจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อไม่สมดุล พร้อมเสนอให้ปรับสัดส่วนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีของกระบวนการนิติบัญญัติ โดยย้ำถึงความสำคัญของ ส.ส. บัญชีรายชื่อในการเปิดโอกาสให้กลุ่มหลากหลายทางสังคมมีตัวแทนในสภา และสนับสนุนให้ปรับโครงสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันที่สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านระบบเลือกตั้งแบบปาร์ตีลิสต์ที่เน้นนโยบายและตัวแทนโดยตรง แทนการพึ่งพายชัยภาพหรือการต่อรองผลประโยชน์
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและเป็นกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในส่วนของมาตรา ๘๓ นั้น ทางกรรมาธิการได้มีการยืนยันตัวเลข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จำนวน ๔๐๐ คน และแบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ส่วนกระผมเห็นว่าไม่ควรที่จะมีการแก้ไข ควรจะใช้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ๓๕๐ คน สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ ๑๕๐ คน ขอเรียนเบื้องต้นอันแรกอาจจะไม่เกี่ยวกับ ตรงนี้ก่อน อันแรกคือเป็นเรื่องของกรณีของร่างที่ผ่านรัฐสภา ซึ่งจะต้องบรรจุหลักการและ เหตุผลไป ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าในส่วนหลักการและเหตุผลของร่างที่ผ่านสภาฉบับนี้ เขียนว่าหากมีการกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๔๐๐ คน ก็จะทำให้การดูแล ปัญหามีความใกล้ชิด ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในร่างที่ผ่านสภา ผ่านกรรมาธิการนั้น เขียนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด จำนวน ๕๐๐ คน
ประการที่ ๑ ผมตั้งคำถามแก่รัฐสภาแห่งนี้ว่าเราจะปล่อยให้ร่างอย่างนี้ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุดของประเทศให้มันขัดกันอย่างนี้หรือ ถ้าเป็น อย่างนี้อาจจะเป็นที่อับอายกับลูกหลานเรา คนรุ่นหลังที่จะเข้ามาดูว่าการทำกฎหมายสูงสุด ของประเทศทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้หรือไม่ผมไม่เห็นด้วยที่ให้คาไว้ แบบนี้ อยากให้รัฐสภาแห่งนี้หาทางแก้ไขให้ถูกต้องจะได้ไม่ต้องอับอายไปชั่วลูกชั่วหลาน
ประการที่ ๒ ในส่วนของที่ผมเห็นว่าเราไม่ควรจะเปลี่ยน คือสัดส่วนของ ส.ส. เขตและ ส.ส. ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) มันควรจะมีสัดส่วนไม่ห่างกันมากนัก เนื่องจากว่า ถ้าเราใช้แบบ ส.ส. เขต ๔๐๐ คน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน นั่นก็จะไปซับซ้อนกับ หน่วยการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. เทศบาล ซึ่งมีคนดูแลในกลุ่มที่ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ศักดิ์ศรีของการเป็น ส.ส. ซึ่งจะต้องเป็นตัวแทนระดับชาติควรจะใหญ่กว่า กว้างกว่าในเขต ของการเลือกตั้งท้องถิ่น และการดูแลจะไม่เหมือนกันในส่วนนี้
ประการที่ ๓ การที่ให้มี ส.ส. เขตในพื้นที่เยอะขึ้น นั่นหมายความว่า เราต้องการภาพสะท้อนแต่ในเชิงของพื้นที่ แต่ในการทำงานระดับชาติเรามีภาพสะท้อน มากกว่านั้น นั่นคือภาพรวมของระบบเศรษฐกิจภาพรวม สังคมภาพรวม การเมืองภาพรวม เรามีสะท้อนกลุ่มหลากหลาย เช่น กลุ่มเกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา เราจำเป็นต้อง มีคนเหล่านี้เข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน เราจำเป็นต้องมีชุมชนหลากหลาย เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งจะต้องมีตัวแทน ซึ่งมีเป็นล้าน ๆ ถึง ๒ ล้านคน กลุ่มศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนา อิสลาม หรืออื่น ๆ ซึ่งเขาสามารถรวบรวมกันเป็นคนหลายล้านคนและเป็นตัวแทนมา ในสภาแห่งนี้ได้โดยผ่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ กลุ่มหลากหลายทางเพศก็มีเป็นล้าน ๆ คน ถ้าไปเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิ ไม่มีโอกาสเข้ามาในประเทศไทย เพราะไม่ได้อยู่รวมกัน แต่ถ้าใช้เขตทั้งประเทศประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน ถ้าใช้ ๐.๒ เป็นขั้นต่ำ เขาจะสามารถส่งตัวแทนเข้ามา หรือตั้งพรรคการเมืองเข้ามาเป็นตัวแทนของประเทศได้ กลุ่มแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ซึ่งเขาอาจจะเป็นคนเล็กคนน้อย ถ้าใช้แบ่งไปลงเลือกตั้งเขต ไม่มีทางเป็นตัวแทนเข้าในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าสมมุติว่าให้โอกาสเขาใช้บัญชีรายชื่อ เขาอาจจะ ตั้งพรรคหรือมาส่งตัวแทนเข้าในพรรคการเมือง ส่งตัวแทนเป็นสะท้อนภาพของเขา ปัญหา หาบเร่แผงลอย เขาจะได้รับเป็นตัวแทนมาพูดในสภาแห่งนี้ กลุ่มแรงงาน พี่น้องแรงงาน อุตสาหกรรม แรงงานเกษตร แรงงานอะไรก็แล้วแต่ สามารถที่จะส่งตัวแทนเข้ามา พรรคก้าวไกล ได้ทำตัวอย่างนี้แล้วครับ เรามีตัวแทนแรงงาน เรามีตัวแทนความหลากหลายทางเพศ เรามีตัวแทนชาติพันธุ์ เรามีตัวแทนของผู้ที่ทำกับสิทธิเด็ก เรามีตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญ ทางเศรษฐกิจ เรามีตัวแทนของผู้เชี่ยวชาญทางสังคม ทางสิ่งแวดล้อม หลากหลายมากมาย เป็นตัวแทนสะท้อนความคิดในสภาผู้แทนราษฎรและควบคุมตรวจสอบรัฐบาล หรือเมื่อเป็น รัฐบาลเราก็มีตัวแทนในการจัดการปัญหาเหล่านั้นได้ดี การที่มีสัดส่วนบัญชีรายชื่อกับ ส.ส. เขตที่ไม่ห่างกัน จะเป็นส่วนช่วยเสริมให้มีความสมดุล นอกจากนั้นความที่ ส.ส. บัญชี รายชื่อกับ ส.ส. เขตนั้นมีไม่ห่างกันมากนัก ก็จะทำให้พรรคการเมืองนั้นจะเน้นการใช้นโยบาย ในการหาเสียง เพื่อจะให้คนเห็นภาพรวมว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะทำอย่างไร ไม่ใช่เป็นการคิดเฉพาะตัวบุคคลและใช้อิทธิพล หรือใช้ความอุปถัมภ์ในพื้นที่แล้วเข้ามา อย่างนั้นไม่ได้สะท้อนความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเรา
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการสุดท้ายก็คือในเรื่องของการเป็นสถาบัน ทางการเมือง ถ้าพรรคการเมืองเรามีจุดรวมทั้งสะท้อนความเป็นพื้นที่ สะท้อนความ หลากหลายโยบายภาพรวมประเทศอย่างสมดุล ภาพพจน์ของสภาก็จะเป็นภาพพจน์ ที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และพรรคการเมืองก็จะต้องมีการปรับตัวกลายเป็น สถาบันการเมือง ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคการเมืองที่รวบรวมกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย กลุ่มผลประโยชน์มาต่อรอง บางทีใช้คดีบ้าง ไปกดว่าให้มารวม บางทีใช้ผลประโยชน์บ้าง เข้ามา เหล่านั้นไม่ได้สร้างความศรัทธาโดยรวมของประชาชนเลย ผมจึงเรียนว่าการที่ใช้ ส.ส. เขต ๓๕๐ คน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๓๕๐ คน มันจะไปเหมาะสมกับการคำนวณแบบใหม่ ที่พรรคก้าวไกลเสนอ นั่นก็คือคำนวณโดยใช้ ส.ส. ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) เป็นหลัก เพื่อสะท้อนความต้องการตามหลักการที่ว่า เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่ ในสัดส่วน ที่เหมาะสมตามความต้องการของประชาชน ไม่มี ส.ส. ปัดเศษ อย่างนี้จะเป็นระบบ ที่พึงปรารถนาในการเลือกตั้งที่สะท้อนความเป็นตัวแทนของคนไทย เข้ามาทำหน้าที่แทน คนไทยทั้งประเทศ แทนประชาชนทั้งประเทศ และเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน โดยประชาชน ของประชาชนอย่างแท้จริงครับ