เฉลิมชัย ชี้ร่างแก้ ส.ส. บัญชีรายชื่อยังคลุมเครือ ขอปรับให้สอดคล้องรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

เฉลิมชัย เฟื่องคอน อภิปรายแปรญัตติแก้ไขมาตรา 91 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยชี้ว่าร่างกฎหมายยังขาดความชัดเจน จึงเสนอให้มีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งเพื่อป้องกันปัญหาจากการตีความที่หลากหลาย และรับประกันว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่มีการยุบสภาหรือจัดเลือกตั้งใหม่ ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงการได้เปรียบเสียเปรียบจากคำตัดสินของ กกต. หรือการใช้พระราชกำหนดในช่วงรัฐบาลรักษาการ

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน และความมั่นคง

กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา ประธานรัฐสภาที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม เฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๙๑ ครับ ผมพิจารณาจากบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ในหลักการ เขาแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ โดยเฉพาะในมาตรา ๙๑ เขามีเหตุผลที่แก้ไข ก็เพื่อให้การคำนวณคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน แต่พอกลับมาดูมาตรา ๙๑ ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของกรรมาธิการแล้ว ผมเห็นว่า ยังมีหลักเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน ไม่เป็นไปตามเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ลองกลับมาดูมาตรา ๙๑ ขออนุญาตกล่าวอีกครั้งหนึ่งนะครับ กำหนดว่าการคำนวณสัดส่วน ผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนน ที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศ แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวน ผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจำนวน คะแนนรวมข้างต้น โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีรายชื่อในบัญชีรายชื่อของแต่ละ พรรคการเมืองได้รับเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่คำนวณได้ เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองนั้น

วรรคสอง หลักเกณฑ์และวิธีการเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมพูดแค่นี้คิดว่ามัน ชัดเจนหรือยังครับท่านกรรมาธิการ ผมอ่านแล้วผมก็ยังไม่รู้จะเอาจำนวน ส.ส. ทั้งหมด ๕๐๐ คน หรือจะเอา ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน มาเป็นฐานในการคำนวณหาสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมจึงขอแปรญัตติแก้ไขในมาตรา ๙๑ คำนวณสัดส่วน ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ผมย้ำนะครับ เหตุผลเขา แก้มาตรา ๙๑ เขาบอกให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ผมจึงขอแก้ไขเพิ่มเติมดังนี้

มาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามบัญชีรายชื่อของ แต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ดำเนินการดังนี้

๑. ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ

๒. ให้นำคะแนนรวมจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้รับตาม ๑ หารด้วย ๑๐๐ ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นจำนวนคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ คน

๓. ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแต่ละพรรคการเมือง จะพึงได้รับ ให้นำคะแนนรวมของบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองหารด้วยจำนวน คะแนนเฉลี่ยตาม ๒ ผลลัพธ์ที่เป็นจำนวนเต็มที่ได้รับ คือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ โดยเรียงลำดับจากรายชื่อแรกของบัญชีรายชื่อเป็นลำดับไป

๔. ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับรวมกันทุกพรรคการเมือง มีจำนวนไม่ครบ ๑๐๐ คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ตาม ๓ เป็นเศษที่มีจำนวนมากที่สุด ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก ๑ คน เรียงตามลำดับจนกว่าจะมีจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับรวมกันจำนวน ๑๐๐ คน ส่วนหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการสมัครรับเลือกตั้ง การออกเสียง การนับคะแนน การรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานครับ มาตรา ๙๑ ที่กระผมแก้ไขเพิ่มเติม เป็นหลักเกณฑ์ที่มีความชัดเจนสอดคล้องกับบันทึกหลักการเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙๑ และผมคิดว่าชัดเจนมากกว่าที่กรรมาธิการกำหนดไว้ คะแนนเสียงทุกคะแนน ไม่ตกน้ำ นำมาคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อได้หมด และโดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ในบทเฉพาะกาลก็ไม่ได้เขียนไว้นะครับว่ากฎหมายลำดับรอง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ทำให้แล้วเสร็จเมื่อไร ไม่เขียนไว้ ผมอยากทราบว่า หากมีกรณียุบสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้น แล้วต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปครั้งแรกภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๔/๑ เราจะใช้หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข รวมทั้งการคำนวณสัดส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่ออย่างไร ผมสอบถาม จากกรรมาธิการที่เป็นพรรคพวกกัน ท่านบอกว่ากรรมาธิการบางท่านบอกว่าให้ไปออก พระราชกำหนด คือยังไม่รู้ว่าจะเอา ๕๐๐ คน หรือจะเอา ๑๐๐ คนไปหาร หากไปออก พระราชกำหนดโดยรัฐบาลรักษาการก็จะเกิดปัญหาผลประโยชน์ได้เสียขึ้นมาอีก กระผม เห็นว่าจึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนในมาตรา ๙๑ จะได้เป็นไปตามเหตุผลของ ผู้ขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แล้วเมื่อมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้ง ทั่วไปก็สามารถดำเนินการเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญได้ จะไปให้ กกต. มาออกหลักเกณฑ์ก็เชื่อใจไม่ค่อยได้อีก คราวที่แล้วคำนวณ ส.ส. ๗๐,๐๐๐ คน คะแนนเสียง ๗๐,๐๐๐ คะแนน ได้ ส.ส. ๑ คน กกต. ก็ไปคำนวณ ๓๐,๐๐๐ คะแนน ก็ได้ ส.ส. ๑ คน เพราะฉะนั้นควรจะออกหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เป็นไปตามเหตุผลที่ผู้ขอแก้ไข อยากจะให้เป็นอย่างนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ