มณเฑียร สนับสนุนสัดส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อตาม รธน.60

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

มณเฑียร บุญตัน แสดงความเห็นสนับสนุนการคงสัดส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมอย่างหลากหลายและเป็นธรรมของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเช่น คนพิการ พร้อมเสนอให้แยกการลงคะแนนเสียงระหว่างระบบเพื่อความชัดเจน และคงจำนวนที่นั่ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไว้ 150 ที่นั่ง เพื่อรักษาโอกาสในการมีส่วนร่วมของกลุ่มที่ไม่มีช่องทาง รวมถึงการกำหนดกติกาให้ชัดเจนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในวาระแรกนั้นกระผมได้ลงคะแนนให้ความเห็นชอบ ๑๑ ร่าง จาก ๑๓ ร่าง ไม่เห็นชอบเพียง ๑ ร่าง และงดออกเสียงอีก ๑ ร่าง เพราะฉะนั้นผมจึงกล่าวได้ว่าตัวเองนั้น แม้ว่าไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะเหตุความจริงทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้มีความคิดคัดค้านในเชิงเนื้อหาแต่ประการใด ความเป็นจริงทางการเมืองก็คือ ความพยายามที่จะแก้ไขอะไรทั้งหมดแบบสุดโต่งนั้น มักจะนำไปสู่ความขัดแย้ง รุนแรง และนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงปรารถนา อย่างไรก็ตามในวันนี้เนื่องจากผม ไม่ได้แปรญัตติไว้ ผมจึงทำได้แค่อภิปรายในส่วนมาตราที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ โชคดีที่ผมเป็นคนในลำดับเกือบท้ายสุด ได้มีโอกาสฟังคำอภิปราย ชี้แจงจากท่านสมาชิกทั้ง ๒ สภา กระผมมีความโน้มเอียงไปในทางสนับสนุนสัดส่วนระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตและสมาชิกที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคเท่ากับจำนวนที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันครับท่านประธาน ดังที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้กล่าวไว้นะครับว่า รัฐธรรมนูญบางฉบับก็มี แม้ว่าจะมีความดีก็ยังมีส่วนเสียอยู่บ้างรัฐธรรมนูญที่หลายคนอาจจะ ตั้งข้อรังเกียจ แม้จะมีส่วนเสียก็มีส่วนที่ดีอยู่ ตั้งแต่สนใจการเมืองและได้มีโอกาสเข้ามา ทำงานการเมือง กระผมเองก็ยังไม่เคยเห็นว่ามีพี่น้องที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความหลากหลายในเรื่องของเชื้อชาติหรือกลุ่มชาติพันธุ์ ความหลากหลายทางเพศ หรือแม้กระทั่งผู้แทนคนพิการ ซึ่งผมเองก็เป็นคนพิการ ได้รับการเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ ในรัฐสภาแห่งนี้ ยกเว้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นสัดส่วนที่กำหนดไว้ในปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ก็ต้องยอมรับนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชน ในลักษณะที่เราเรียกว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายเชิงประเด็น ซึ่งเป็นอีกดุลอำนาจหนึ่ง ในการสร้างดุลของการมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศชาติ การที่เราเปิดโอกาสให้คนที่ ไม่มีโอกาสได้แสดงถึงปัญหาความต้องการจุดยืน และแม้กระทั่งได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับการพัฒนานั้นเป็นความงดงามอย่างยิ่งของระบอบประชาธิปไตย กระผมเอง ยังแอบหวังลึก ๆ นะครับว่าถ้าผมมีโอกาสมาจากการเลือกตั้งบ้าง กระผมก็สามารถจะพูด ได้อย่างสง่าผ่าเผยว่าผมเป็นตัวแทนคนพิการจากทั่วประเทศ อันที่จริงผมก็เป็นตัวแทน คนพิการจากทั่วประเทศนะครับ ในกระบวนการสรรหาซึ่งก็ได้รับการเสนอชื่อผ่านกระบวนการ มาก่อนที่จะสมัครเข้ารับการสรรหา

อย่างไรก็ตามผมคิดว่า ๑๕๐ คนของปี ๒๕๖๐ นี้มีความสำคัญ เพราะมันเป็น ครั้งแรกที่เราได้เห็นความแตกต่างหลากหลายเหล่านั้นเกิดขึ้น กระผมมีความเห็นด้วยกับ การใช้วิธีการเลือกตั้งที่แบ่งระหว่างการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตกับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เมื่อสักครู่คุณหมอเฉลิมชัย ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ ท่านได้แสดงความห่วงใย ไปแล้วว่าการเขียนเฉพาะเจาะจงว่าเป็นบัตรแบบละ ๑ ใบ อาจจะเป็นปัญหา แต่ผมคิดว่า ถ้าเราได้มีความเข้าใจตรงกันนะครับว่า คำว่า บัตรเลือกตั้ง หรือคำว่า ใบ นั้น อาจจะ มีความหมายไปในทำนองวิธีการ ซึ่งถ้าผมสามารถกลับไปแปรญัตติได้ ผมจะแปรญัตติว่า โดยให้แยกการลงคะแนนออกเสียงสมาชิกทั้ง ๒ แบบออกจากกัน ถ้าแยกการลงคะแนน ออกเสียงออกจากกัน มันจะเป็นใบหรือมันจะเป็นการกดมันก็คือทั้ง ๒ อย่างแยกจากกัน ผมเห็นด้วยครับท่านประธาน ผมคิดว่าวิธีการที่เป็นการแยกการลงคะแนนเสียงระหว่าง แบ่งเขตกับบัญชีรายชื่อออกจากกันนั้นเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เพราะเหตุว่า ประชาชนสามารถตัดสินใจแยกแยะได้ว่า เขาต้องการให้ใครทำหน้าที่เป็นผู้แทนในพื้นที่ ของเขา ซึ่งอีกสักครู่ผมจะชี้แจงต่อนะครับ และเขาต้องการให้พรรคใดซึ่งมีนโยบาย เป็นประการใดได้ทำหน้าที่ในภาพรวม ซึ่งประการหลังนี้ล่ะครับที่ผมเห็นด้วยกับการ คงจำนวน ๑๕๐ คนเอาไว้ เพราะเห็นว่า ๑๐๐ คนนี้ มันอาจจะเป็นการลดโอกาส การกระจายการมีส่วนร่วมบนความหลากหลายของกลุ่มประชากร และในการเสนอให้มี การยกร่างหรือมีการรับฟังความเห็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ ผมก็มีความพยายามนะครับ ใช้ความพยายามที่จะให้คณะกรรมาธิการยกร่างในขณะนั้น ได้คำนึงถึงความแตกต่าง หลากหลาย แต่ว่าก็ไม่ได้เป็นผล โชคดีที่แต่ละพรรคการเมืองก็ไปใช้ดุลยพินิจในการที่จะ เลือกสรรบุคคลที่มีความหลากหลาย แต่ถ้าเราสามารถที่จะยังคงจำนวนไว้ ความหลากหลาย ที่จะสะท้อนออกมาก็จะมีโอกาสสูงยิ่งกว่าการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูก จำกัดลง ในชั้นต่อไปผมจะอภิปรายเมื่อถึงคราวอภิปรายร่างมาตรา ๔ ซึ่งเป็นการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๙๑ เกี่ยวกับเรื่องวิธีการคำนวณ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมที่จะนำมาอภิปราย ในชั้นนี้

เบื้องต้นผมก็ขออภิปรายสนับสนุน เรื่องของการรักษาดุลของ ส.ส. ในเขตพื้นที่ ซึ่งปี ๒๕๖๐ ได้กรุณานำมาใส่ไว้แล้วก็เกิดประโยชน์ จำนวนเขตไม่ได้มีผลดีผลเสียอะไรกับ พี่น้องประชาชน แต่จำนวน ส.ส. ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) นี้ มีประโยชน์ในการที่เปิดโอกาส ให้คนที่แทบจะไม่มีโอกาส ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองได้มากขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผมจะสนับสนุน

ส่วนในประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการแบ่งวิธีการลงคะแนน เพื่อความสบายใจ ก็ควรที่จะต้องเขียนให้หนักแน่นไปเลย หรืออย่างน้อยที่สุดในกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ถ้าจะมีการแก้ไขในลำดับต่อไปก็คือ