รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

นิยม เวชกามา อภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 3 และ 8 เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และลดจำนวนสมาชิกที่มาจากการเลือกแบบบัญชีรายชื่อ

นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติ เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๓ โดยให้ยกเลิกข้อความในมาตรา ๘ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ โดยข้อความเปลี่ยนแทน แต่เนื่องจากผมจะอภิปรายต่อไปนี้ เพื่อให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่า ผมจะปรับไม่เอาตามที่แปรญัตติ โดยเหตุโดยผลที่ผมฟังมาจากกรรมาธิการแล้วผมขอยกเลิก คำแปรญัตติเก่า ท่านประธานครับขออนุญาต คือคำแปรญัตติเดิมที่ผมแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๓ ว่ามาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก จำนวน ๕๐๐ คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จำนวน ๓๕๐ คน แก้เป็น ๔๐๐ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ๑๕๐ คน แก้เป็น ๑๐๐ คน ทำไมผมแก้ ผมมีเหตุมีผล ท่านประธานครับ เดิมทีเดียวการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอไปเข้ามาในวาระแรกนั้น ผมยังเข้าใจเป็นระดับหนึ่ง เพราะผมเกรงว่าโดยมาตรา ๘๖ จะมีปัญหาในการแก้ไข แต่ผมฟัง จากกรรมาธิการท่านชี้แจงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่บอกมา ท่านอภิปรายในมาตรา ๘๖ มาตรา ๘๕ ผมก็เข้าใจได้ว่าการที่รัฐธรรมนูญแก้เป็น ๔๐๐ คน เป็นประเด็นที่ดีกว่า ทำไมผมจึงต้องอภิปรายเพิ่มในประเด็นนี้ เพราะว่าผมแก้เป็น ๓๕๐ คน ท่านประธานครับทำไมต้อง ๔๐๐ คน ท่านต้องเข้าใจว่าประชาชนในพื้นที่ ถ้า ๔๐๐ คน ได้ ส.ส. เพิ่มขึ้น สมมุติว่าจังหวัดสกลนครบ้านผมปัจจุบันมี ส.ส. ๖ คน ถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่ม ส.ส. ได้อีก ก็ได้ ๗ คน ผมเคยเป็น ส.ส. เขตใหญ่ เห็นฤทธิ์ เห็นเดช ของมันเรื่องว่าเขตใหญ่ เขตใหญ่เขต ๓ คน แต่ผมไม่เคยเป็นปาร์ตี ลิสต์ (Party list) เหมือน ท่านประธาน แต่ยืนยันว่าถ้าเขตเล็กลงมาพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้น คำว่า ประโยชน์ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้แทนต้องไปแจกอะไรท่านประธาน แต่บางท่าน บอกว่าถ้าแก้เป็นเขตเล็กเข้าใจว่าจะซื้อง่ายขึ้น ผมไม่เชื่อท่านประธาน ผมสู้ทั้งเขตใหญ่และ เขตเล็กให้ประชาชนเลือก เสนอนโยบาย พี่น้องบ้านผมเขามีแนวคิด มีความคิดเป็นของ ตัวเอง เงินไม่จำเป็นต้องซื้อได้ในทุกกรณี ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อในจิตใจของพี่น้องประชาชน นี่คือผมต้องยันยันว่าถ้าเขตเล็กพี่น้องประชาชนไปทั่วถึงกว่า วันนี้ผมก็เขตใหญ่ลดลงมาจาก ๗ คน บ้านผม ๗ คนแต่เก่า วันนี้เหลือ ๖ คน การไปทั่วถึงจะน้อยกว่า ผมมี ๕ อำเภอ ผมก็ไปได้เท่าที่ ๕ อำเภอ หลังจากไม่ประชุมสภาไปได้เท่านั้น ไม่สามารถไปได้กว่านั้น ต้องยืนยันแบบนี้เลยท่านประธาน ผมจึงจำเป็นต้องแก้การแปรญัตติจาก ๓๕๐ คน เหลือ ๔๐๐ คน ส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเอาแค่ ๑๐๐ คนก็พอ เพราะบัญชีรายชื่อ ต้องยืนยันว่าโอกาสบัญชีรายชื่อที่จะดูพื้นที่จะดูได้น้อยกว่า ส.ส. เขต แต่ผมฟัง ส.ส. บางท่านชี้แจงว่าเขตหรือบัญชีรายชื่อไม่แตกต่างกันในเรื่องดูพื้นที่ ไม่จริง ผมนี่เขตเดียว ๕ อำเภอ ก็วิ่งรอกเข้าไปดูแลความทุกข์สุข เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องมาบอกผมหรอก ไปได้ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด อันนั้นไปเป็นบางครั้ง แล้วผมก็ยังเจ็บใจอยู่ตรงประเด็นบางท่าน อภิปรายว่า ส.ส. บัญชีรายชื่อศักดิ์ศรีของท่านมากกว่า ส.ส. เขต ท่านต้องเข้าใจนะครับ ส.ส. ทุกคนในสภานี้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เป็นตัวแทนเท่าเทียมกัน แต่ ส.ส. เขต คือการเลือกตั้งตรงเขาเลือกแล้วได้เลย ส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อผมไม่อยากอภิปรายหรอก อันนั้นคือการเลือกทางอ้อม แต่ความเป็นศักดิ์ศรีไม่ต่างกันหรอกครับ เท่า ๆ เทียมกัน อันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานสภาว่าการที่ย่อยลงมาในพื้นที่แคบกว่า การดูแลปัญหา พี่น้องประชาชนเราได้ไปเห็นความยากลำบากของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง เพราะสมัยหนึ่ง ผมเป็น ส.ส. เขตใหญ่ ๙ อำเภอ ตอนนี้แค่วิ่ง ๒๐๐ กิโลเมตรก็ยังหนักหนาแล้ว ถ้า ๙ อำเภอ ผมเป็นก่อน ไปไม่ทั่วถึงครับ สภายุบก่อนในตอนนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้สิ่งหนึ่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อก็เหมือนเขต แต่วิธีการคิดในสภาแก้กฎหมายถูกต้อง ทำเหมือนกัน แต่ในการดูแลประชาชนมีความจำเป็น แล้วผมประกาศยืนยันในที่นี้ว่าอย่าดูถูกประชาชน ประชาชนเขาคิดเป็น แล้วท่านไม่ต้องคิดหรอกว่าท่านจะเอาเงินไปซื้อได้เลย เขามีหัวจิตหัวใจ เขาชอบนโยบาย เขารักพรรคก็ให้เขาเลือกตามนั้น ผมต้องยืนยันเลยครับท่านประธาน ว่าพี่น้องประชาชนวันนี้เขาเจริญแล้ว เขามีความคิด เขามีวิธีคิดว่าเขาเลือกใคร เขาจะเลือกพรรคอะไร เขาเลือกแล้วเขาได้อะไร ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน