เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายสนับสนุนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษทางเรือ แต่ตั้งข้อกังวลถึงความพร้อมในการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความล่าช้าในการเข้าร่วมแม้ผ่านมานาน และความสอดคล้องของกฎหมายไทย โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. ของกรมเจ้าท่า พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุผลและยืนยันข้อมูลการจัดการขยะทะเลที่ขัดแย้งกัน รวมถึงสอบถามถึงความพร้อมของเรือไทย โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ การจัดการขยะจากเรือ และการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ตลอดจนเน้นย้ำความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านในกรอบอาเซียน เพื่อรับมือกับมลพิษทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 178
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ขอร่วมอภิปรายในเรื่องอนุสัญญาระหว่าง ประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษทางเรือ ครั้งนี้เป็นการปรับปรุงเพื่อภาคผนวก ๕ เท่านั้น อันนี้จะได้ไม่ต้องสับสนว่าเราปรับปรุงส่วนใด แต่ภาคผนวก ๕ นี้ การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของอนุสัญญานี้ อย่างไรก็เห็นด้วย อย่างไรผมคิดว่าสภาให้ความเห็นชอบ แต่ต้องซักซ้อม ความเข้าใจครับว่าปฏิบัติได้ไหม แล้วการปฏิบัติได้นี้ใครรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่า สภาเองก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็วันที่เราอนุมัติอนุสัญญานี้คือ วันที่เริ่มนับหนึ่งในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นถ้าปฏิบัติไม่พร้อม หน่วยงานต่าง ๆ ไม่พร้อม ที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นปัญหา และจะทำให้ประเทศไทยซึ่งอาจจะดูดี เมื่อไปเป็นภาคีใน อนุสัญญา แต่ปฏิบัติไม่ได้นี้เสียหายมาก อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทีนี้ในแง่ของสาระของอนุสัญญา นี้ครับ เขาเน้นขยะพลาสติก เชือกสังเคราะห์ อวนจับปลาสังเคราะห์ ถุงขยะพลาสติก เถ้าพลาสติก และน้ำมันปรุงอาหาร ผมคิดว่ากรมเจ้าท่าเองได้ยื่น พ.ร.บ. เข้ามา เท่าที่ผมได้ ตรวจดูนี้ก็ล้อกับอนุสัญญา ฉะนั้นตรงนั้นไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้มีข้อขัดข้อง แต่ข้อขัดข้องก็คง จะเป็นว่าเราพร้อมแค่ไหนทุกฝ่าย เดี๋ยวผมจะมีคำถาม ก็รบกวนช่วยตอบนิดหนึ่ง เราจะได้มี ความสบายใจว่าเมื่อไปเป็นภาคีแล้วเรามีความพร้อมเพียงพอ ทีนี้ใน ๑๕๑ ประเทศ ในอาเซียน (ASEAN) เองเป็นภาคีหมดแล้ว ยกเว้นไทยกับลาว ลาวนี้เราพอเข้าใจได้ เพราะเขาไม่มีชายแดนติดทะเล แต่ของไทยได้ยินมาว่าพร้อมตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แล้ว ทำไม เพิ่งเข้า อันนี้ช่วยอธิบายนิดหนึ่งว่าเราเจออุปสรรคปัญหาอะไร อันนี้เราจะได้ทำความเข้าใจ สภานี้จะได้อนุมัติด้วยความเข้าใจว่าในอดีตมันเกิดปัญหาอะไรที่ทำให้ล่าช้าแล้วแก้ไปอย่างไร ถึงวันนี้พร้อมที่จะเข้าไปเป็นภาคีในแง่ของภาคผนวกที่ ๕
ทีนี้ผมอยากให้เ รากลับมาดูปริมาณขยะของประเทศไทยนิดหนึ่ง ผมเรียน อย่างนี้ว่า ไปดูผลการศึกษาของหลาย ๆ สถาบัน ข้อมูลขัดแย้งกันมากเลยว่าที่ปล่อยจาก ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ มันมีปริมาณเป็นเท่าไร บางผลการศึกษาบอกไทยเป็น อันดับ ๑๐ แล้วบอกว่าในอาเซียน (ASEAN) ฟิลิปปินส์โด่งเลยอันดับ ๑ สูงสุดเป็น ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของโลก ของไทยอยู่ประมาณ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ของโลก แต่ในบางการศึกษา บอกว่าไม่ใช่ บอกโซน (Zone) นี้ทั้งโซน (Zone) จีนเป็นอันดับ ๑ ของโลก และฟิลิปปินส์ หลังอินโดนีเซียอีก คำถามก็เลยมีอยู่ว่าพวกเราเอง ประเทศไทยเอง หน่วยงานของไทยเอง เก็บสถิติเหล่านี้ไหม แล้วยืนยันไหม เพราะกลายเป็นว่าเราถูกจัดอันดับ ท่านประธานครับ เราถูกจัดอันดับว่าเราเป็นอันดับนี้อันดับนั้นในการทิ้งขยะลงทะเล แต่ข้อมูลจากหลายสถาบัน มันขัดแย้งกันเหลือเกิน ตรงนี้ขอความชัดเจนหน่อยครับว่าประเทศไทยเองเก็บตัวเลขไหม เราเก็บตัวเลขไหม และตัวเลขของเราที่เก็บนี้เราส่งต่อให้สถาบันที่ทำการศึกษาหรือประเมิน มากน้อยแค่ไหน มีการประสานความร่วมมือกับเขาไหมครับ ผมเห็นแค่ ๒ สตัดดี (Study) นี้ มันขัดแย้งกันแบบรุนแรงมาก และประเทศไทยอยู่ตรงไหน แต่ข้อมูลที่ผมพอจะมี คิดว่า พอจะเชื่อถือได้ เราปล่อยพลาสติกที่จัดการไม่ถูกต้องประมาณปีหนึ่งล้านตัน ล้านตันนี้ ถือเป็นประมาณเท่าไรของโลก ประมาณ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ของโลก แต่ที่น่ากังวลคือ อย่างนี้ครับ ในล้านตัน ๔๐ เปอร์เซ็นต์มันมาจากขยะที่ไหลลงทะเลครับ ปัญหาอยู่ที่ฝั่ง แต่ขยะมันไหลลงทะเล แล้วคำถามว่าพวกเราเตรียมความพร้อม และมันเป็นแค่กรมเจ้าท่า กรมเดียวหรือเปล่าที่มาดูแลตรงนี้ มันไหลลงทะเลผ่านอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ริมทะเลเยอะแยะไปหมดเลยครับ หรือแม้กระทั่ง บริเวณชายหาด ตรงนี้ครับในภาพรวมเราจัดการกันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมมีคำถาม อย่างนี้ครับ ท่านช่วยกรุณาตอบเพื่อความสบายใจของสมาชิกนิดหนึ่ง ในเรื่องความพร้อม นี่คือเรือต้องพร้อม ท่าเรือต้องพร้อม เอกชนต้องพร้อม การกำจัดขยะก็ต้องพร้อม แล้วแค่นั้น ไม่พอ ทั้งภูมิภาคนี้ต้องพร้อมด้วยกันด้วย เพราะมันทะเลเดียวกัน ทะเลเดียวกันนี่ประเทศ หนึ่งอยู่ดี ๆ โถมเข้าไปเลยเยอะแยะไปหมด แต่ประเทศไทยโถมน้อย แต่น้ำมันพัดมาอยู่ ประเทศไทย เราซวยนะ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองผมคิดว่าต้องชัดนิดหนึ่งว่าของเราพร้อม แค่ไหน
ประการที่ ๒ เรือของเราเองพร้อมไหมครับ เราเคยมีการประเมินไหมครับว่า เรือสัญชาติไทยที่วิ่งอยู่ในน่านน้ำสามารถปฏิบัติตามอนุสัญญานี้ได้เป็นจำนวนเท่าไร แล้วมี เรือที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จำนวนเท่าไร แล้วมีมาตรการอะไรเข้าไปช่วยเหลือเรือที่ปฏิบัติไม่ได้ บ้างหรือเปล่า ต้องชัดนะครับตรงนี้
ประการที่ ๓ อนุสัญญานี้เขียนชัดว่า รัฐภาคีต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับของเสียในท่าเรือและสถานีขนส่ง โดยไม่ก่อให้เกิดความล่าช้าแก่เรือโดยไม่มีเหตุ อันควร และเป็นไปตามความต้องการของเรือที่ปฏิบัติการในบริเวณนั้น เราคุยกับเจ้าของเรือ บ้างไหมครับว่า เขาต้องการอะไร แล้วที่ท่ามันพร้อมหรือเปล่า ผมไม่เห็นในงบประมาณที่ ขอไปลงทุนในการกำจัดขยะประเภทนี้ที่ท่าเรือ มีหรือเปล่าครับ ถ้าไม่พร้อม จะพร้อมเมื่อไร ต้องใช้เวลานานเท่าไร ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าสภาให้ ความสนใจ และเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามอนุสัญญาอันนี้ ที่ผมกังวลมากไปกว่านั้นก็คือ หน่วยงานไทยเอง มันไม่ใช่กรมท่านกรมเดียว และไม่ใช่กระทรวงคมนาคมฝ่ายเดียว กรมควบคุมมลพิษละครับ กระบวนการจัดเก็บขยะจากท่าเรือไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลัก วิทยาศาสตร์และตามกฎหมายใครทำครับ ประเมินกันไหมครับ ยังขาดตกบกพร่องตรงไหน หน่วยงานใดต้องรับผิดชอบเรื่องอะไร ตรงนี้ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ เพราะไม่อย่างนั้น อนุมัติไปก็ได้ครับ แต่ปฏิบัติตามไม่ได้ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ตามหา
คำถามต่อไปครับ เนื่องจากเราอยู่น่านน้ำเดียวกัน สถานะของประเทศอื่น เป็นอย่างไรครับ คือถ้าประเทศไทยขะมักเขม้นฝ่ายเดียว ประเทศอย่างฟิลิปปินส์ ประเทศอย่างจีนเขาไม่ทำ น้ำทะเลมันซัดมาอยู่บริเวณพื้นที่น่านน้ำไทย เป็นความรับผิดชอบ ใครครับ นี่คือตัวที่ชี้ว่าแม้กระทั่งกรอบความตกลงของอาเซียนกันเอง ท่านได้คุยกันไหมครับ ท่านได้คุยไหมครับว่าจะมีการปฏิบัติการร่วมกันอย่างไร หรือมีการดำเนินการอย่างไร เมื่อขยะจากประเทศหนึ่งมันไหลวนไปถึงขยะอีกประเทศหนึ่ง หรือน่านน้ำของอีก ประเทศหนึ่ง แล้วเรื่องนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใครรับผิดชอบอย่างไร ผมไม่เห็นในกรอบอาเซียน (ASEAN) นะครับ แล้วเรื่องนี้ผมคิดว่าจำเป็นว่าประเทศไทยเองก็ต้องดำเนินการเจรจา ระหว่างประเทศเชิงรุก และแม้กระทั่งในกรอบของอาเซียน (ASEAN) เองก็ต้องมีความตกลง ระดับใดระดับหนึ่งที่จะดำเนินการในเรื่องนี้
อีกประการ เรื่องการเข้าสภาครั้งนี้มันเป็นไปตามมาตรา ๑๗๘ ของ รัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แต่เอกสารที่แนบผมไม่เห็นเอกสารรับฟังความคิดเห็นเลยครับ ช่วยชี้แจงนิดหนึ่งครับ ท่านไปรับฟังความคิดเห็นจากใครบ้าง กลุ่มผู้มีส่วนได้ไหม เจ้าของ เรือไหม ถ้าท่านไปฟังแล้วผลเป็นอย่างไร ไม่มีเอกสารที่แนบมา หรือถ้าแนบมาแล้วผม หาไม่เจอก็บอกผมนิดหนึ่งครับ แต่ผมค้นแล้ว ดูในทุกเว็บไซต์ (Website) ผมไม่เห็นครับ แล้วผลมันเป็นอย่างไร เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘
ประการสุดท้าย เรื่องนี้ท่านทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทั้งกรมควบคุมมลพิษ ต้องมีไม่รู้กี่กรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่กรมเจ้าท่าฝ่ายเดียว ความพร้อมของหน่วยงานรัฐอื่น ๆ มีมากน้อยแค่ไหน เพราะมันต้องแบ่งกันทำงานในความรับผิดชอบในกรอบกฎหมาย ที่กำหนดไว้ แต่ร่วมกันรับผิดชอบ ถึงแม้จะแบ่งการทำงาน แต่ร่วมกันรับผิดชอบตรงนี้ครับ อยากถามว่าหน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนครับ ขอบพระคุณครับ