ชินวรณ์ เสนอร่างกฎหมายรัฐบาลดิจิทัล เน้นเข้าถึงข้อมูล-โปร่งใส-มีส่วนร่วม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อผลักดันการเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการสาธารณะและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ เน้นการขยายโครงข่ายดิจิทัลทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนกลุ่มเปราะบางและส่งเสริมธรรมาภิบาลในการจัดการข้อมูลภาครัฐ พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนด้วยกลไกที่โปร่งใสและเร่งด่วน โดยเฉพาะในสถานศึกษาเพื่อสร้างความเท่าเทียมในการพัฒนาทุนมนุษย์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมก็ต้องขอชื่นชมรัฐบาล ที่ได้เสนอกฎหมายที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือ ร่างพระราชบัญญัติที่มีความจำเป็น และพวกเราก็ได้ติดตามกระบวนการในการที่จะนำมาสู่การร่างกฎหมายฉบับนี้ คือร่าง พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่า ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าเราได้อ่านหนังสือคลื่นโลกที่สาม เมื่อ ๒๐ ปี ที่แล้ว เราก็พบความเป็นจริงว่าเราก็มีการเตรียมการที่จะรองรับการนำประเทศไทยของเรา ไปสู่คือคลื่นโลกยุคที่สามในขณะนั้น เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะทบทวน ความเป็นมาของ แนวคิดต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เล็กน้อยครับท่านประธาน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งขณะนั้น ก็มีท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยได้จัดทำและประกาศใช้นโยบาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ในยุคนั้นเราเรียกว่า ที ๒๐๐๐ (T 2000) และในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เราก็มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ปี ๒๕๔๐ ที่มุ่งเน้นให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลเพื่อสร้างความโปร่งใส และให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ในการดำเนินงานของภาครัฐ ประกอบกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ คือปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๔ เราได้มีการพูดถึงว่าประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อม ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อที่จะรองรับในการที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) ในขณะนั้นก็มีข้อเรียกร้อง กันมากครับว่าควบคู่ที่เราจะต้องพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศก็คือเรื่องที่เรา จะต้องทำระบบราชการของเราให้เป็นธรรมาภิบาล ในยุคนั้นท่านชวน หลีกภัย ก็ได้มีการ ประกาศระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติราชการด้วยระบบธรรมาภิบาล ในยุคนั้นเรียกว่า การบริหารจัดการที่ดี ครับท่านประธาน และต่อมาก็ได้มีการพัฒนา แนวความคิดในเรื่องนี้มาตามลำดับ จนมาถึงยุครัฐบาลปัจจุบันที่ผมได้ชื่นชมไปก็คือว่า รัฐบาลปัจจุบันก็ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑๒ ในการที่จะทำ ประเทศไทยของเราให้เป็นประเทศหรือให้เป็นรัฐบาลที่เรียกว่ารัฐบาลดิจิทัล (Digital government) คำว่า รัฐบาลดิจิทัล (Digital government) ก็คือว่ารัฐบาลที่จะต้องมี ความพร้อมในทุกด้านที่จะเป็น สมาร์ต กัฟเวิร์นเมนต์ (Smart Government) ที่หลายท่าน ได้มีการพูดถึงกัน และแน่นอนที่สุดวันนี้ก็มาถึงที่สภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ซึ่งผมไม่ขอ ทบทวนหลักการและเหตุผล เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ขอประทาน โทษที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงชัดเจนแล้วว่าจะนำไปสู่การปรับปรุง จัดทำกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาลนี้ ที่จะให้เป็นนโยบาย ของรัฐบาลที่เรียกว่ารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) อย่างแท้จริง ผมอยากกราบเรียนว่า ด้วยเวลาที่จำกัดนี้ก็ไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้อีกครับท่านประธานว่า ในแต่ละมาตรา ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเช่นไร แต่ผมคิดว่าผมมีประเด็นที่จะเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมทราบรายชื่อในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมคิดว่าเป็นผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญโดยตรง และผมเข้าใจว่าแต่ละพรรคการเมืองที่จะส่งไปเป็นกรรมาธิการ ก็น่าจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องของการที่จะดำเนินการตามแผนพัฒนารัฐบาล ดิจิทัล (Digital Government) ของเราเพื่อที่จะให้ประเทศไทยของเรานั้นมีความพร้อม ในการที่จะดำเนินการ ในการที่จะเป็นรัฐบาลที่เปิดเผย เชื่อมโยง และร่วมกันสร้างบริการที่มี คุณค่าให้กับประชาชน แต่ผมขอเสนอแนะไปยังกรรมาธิการทั้งหมด ๔ ประเด็นนะครับ ท่านประธาน ผมไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดิจิทัล (Digital) ครับ แต่ผมเป็นคนหนึ่งถึงแม้ว่า จะอายุมากและเป็น ส.ส. มาหลายสมัย แต่ได้พัฒนาตัวเองให้เป็นไปตามการพัฒนาของโลก อย่างใกล้ชิดและสนใจ ผมจึงมีประเด็นที่อยากจะเสนอแนะคณะกรรมาธิการว่า ท่านร่าง กฎหมายฉบับนี้ท่านต้องไปวางหลักที่จะต้องทำให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ให้เป็นไปตาม หลักการและเหตุผลอย่างแท้จริงครับ

ประเด็นแรกที่ผมอยากเสนอแนะก็คือ การยกระดับคุณภาพ การให้บริการ แก่ประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ผมจำได้ครับยุครัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็เริ่มต้นในการที่จัดตั้งกองทุนเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา และมีแนวคิดที่จะวางระบบเครือข่ายทางโทรคมนาคมให้ไปถึงสถานศึกษา ทุกสถานศึกษาในขณะนั้น ใช้งบของโครงการไทยเข้มแข็งไม่ต่ำกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ให้ ดำเนินการในการทำระบบนี้ และวันนี้โครงข่ายดังกล่าวนี้ก็ไปถึงสถานศึกษาทุกสถานศึกษาแล้ว และผมต้องการให้โครงข่ายดังกล่าวนี้ถึงกับประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ดี ลดเวลาที่สะดวกรวดเร็ว ลดภาระการเดินทาง ลดความพึงพอใจที่จะมีจากรัฐ การให้บริการของรัฐ และที่สำคัญคือเหมือนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงว่า จะทำให้ กระบวนการในการบริการเกิดความโปร่งใสด้วยครับ

ข้อที่ ๒ ที่ผมอยากเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการก็คือว่า เมื่อบริการ ต่อประชาชนแล้วสิ่งที่ควบคู่ไปกับชีวิตในยุคปัจจุบันของประชาชนคือ ผมอยากให้อำนวยการ ความสะดวกภาคธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ครับท่านประธาน ผมไปเรียน หลักสูตร ปธพ. ของสถาบันพระปกเกล้าและแพทยสภา ผมได้มีโอกาสไปดูสถาบันหลักทรัพย์ ก็พบว่าได้มีการพัฒนาข้อมูลที่เป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติในเรื่องของภาค ธุรกิจในหลายเรื่อง และเข้าใจว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือบริษัทต่าง ๆ ในขณะนี้ก็ได้มีการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) แต่อยากจะให้ภาครัฐได้วางหลักตามกฎหมาย อย่าให้เป็น ข้อจำกัดในทางกฎหมายครับท่านประธาน กฎหมายควรจะเป็นในทางส่งเสริมที่จะอำนวย ความสะดวกภาคธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) และด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) นี้เองก็จะนำไปสู่การที่จะทำให้ภาคเอกชนนั้นมีความโปร่งใสตามไปด้วยครับ

ข้อที่ ๓ ผมไปดูในกฎหมายในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลภาครัฐ ในทุกกระบวนการในการทำงานของรัฐแล้ว ก็ทำให้ผมเป็นห่วงครับ ผมเป็นห่วงการเข้าถึง ข้อมูลของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกล และประชาชนที่มีฐานะ ยากจน ในขณะนี้เรามีโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เป็นที่น่าพึงพอใจ ไม่ว่าคนละครึ่งก็ดี หรือบัตรประชารัฐก็ดี ผมเข้าใจว่าฐานข้อมูลระดับใหญ่อย่างนี้ในขณะนี้อยู่ในมือของ ภาครัฐแล้ว ผมอยากจะให้ทำตามกรอบธรรมาภิบาล เราจะไปเขียนในกฎหมายอย่างไร ผมอยากเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านเชี่ยวชาญมากครับ ขอให้ท่านฝากกฎหมาย ฉบับนี้ไว้เป็นกฎหมายสำคัญในชีวิตท่าน เห็นท่านประกาศว่าท่านเหนื่อยมากแล้ว แต่ว่าท่านยังมีความสำคัญต่อรัฐสภา ต่อรัฐบาล ผมให้กำลังใจท่าน ผมเชื่อมั่นว่าท่านสามารถ ที่จะแปลเอาคำพูดของผมไปเป็นสารบัญญัติในทางกฎหมายที่จะทำให้เกิดกระบวนการ ในการธรรมาภิบาลของการทำงานภาครัฐต่อไป

และข้อสุดท้ายครับท่านประธาน อันนี้ผมเป็นห่วงจริง ๆ เลยครับ วันนี้โลก ของเราเป็นไปอย่างรวดเร็ว และคนไทยก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ว่าการพัฒนากลไกการ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อส่วนร่วมขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล (Digital government) ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เป็นการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งเสริม สำคัญที่จะให้เราเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital government) ผมหวังอย่างยิ่งว่าองค์กร ปกครองท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนกลาง ต้องมีความฉับไวภายใต้กฎหมาย ฉบับนี้ ต้องมีการบริการที่รวดเร็วภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ต้องมีการบริการที่เป็นธรรมาภิบาล ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ และเท่านั้นยังไม่พอครับ ผมอยากเห็นการมีส่วนร่วมในสถานศึกษา ผมให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะดิจิทัล (Digital) จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ หรือทรัพยากรมนุษย์ของเรา วันนี้คนมีโอกาสได้เรียนรู้เท่าเทียมกัน เรากำลังจะมี พระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่ เรากำลังจะมีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ แต่รัฐบาลที่เป็น รัฐบาลดิจิทัล (Digital government) ผมคิดว่าต้องให้วาระเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ ผมอยาก เห็นในพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้พูดถึงเรื่องนี้ที่เราอยากเห็นในเรื่องของสคูล (School) ในเรื่องของสคูล ดิจิทัล (School digital) ในเรื่องของไซเบอร์สเปซ (Cyberspace) สำหรับ การศึกษาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับไว เพื่อสร้างทุนมนุษย์ไปพร้อม ๆ กับที่รัฐบาลจะได้ ลงทุนทางด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ที่จะเข้ามาดำเนินการตาม กฎหมายฉบับนี้ต่อไป ขอขอบพระคุณครับ