อมรัตน์ วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. การศึกษา ชี้ล้า-เน้นท่องจำ ต้องปฏิรูปเชิงรุก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยวิพากษ์ว่ากฎหมายดังกล่าวล้าหลังกว่าของเดิม และเรียกร้องให้ปฏิรูประบบการศึกษาไทยให้ทันสมัย เน้นส่งเสริมการตั้งคำถาม วิจารณญาณ การคิดวิเคราะห์ และความเสมอภาค แทนการท่องจำ รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการเปลี่ยนรัฐมนตรีศึกษาธิการบ่อยครั้งที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบาย และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างจริงจัง

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปราย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้นะคะ เพื่อที่หลังจากอภิปรายจบเราจะได้พิจารณาว่า พ.ร.บ. ฉบับที่เสนอโดย ครม. นี้จะตอบโจทย์ ต่าง ๆ ที่ได้อภิปรายไปหรือไม่ และ พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ทำกันอย่างไรถึงได้ล้าหลังมากกว่า ฉบับเดิม ปรากฏการณ์ทางสังคมทุกวันนี้นะคะท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ ขูดหวยรวยเบอร์ โรยแป้งขูดต้นตะเคียนหาหวย ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่จริง ๆ แล้วรัฐบาลสามารถจะสร้างความกระจ่างให้กับสังคมได้ การศึกษาในไทยสามารถ จะมีข้อพิสูจน์ ท่านก็ยังปล่อยให้สังคมมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกัน ทั้ง ๆ ที่มีศักยภาพ จะหาความจริงได้แต่ไม่ทำค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทรงเจ้าเข้าผี ปัญหาการจัดรายการ วิทยุ โทรทัศน์ที่โฆษณาเกินจริง ครีมหน้าใสภายใน ๗ วัน ยาที่กินแล้วรักษาโรคมะเร็งได้ ภายใน ๗ วันก็ยังไม่มีการแก้ ท่านประธานคะ แม้ว่าเราจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ มาถึงวันนี้ ๘๙ ปีแล้ว จะครบศตวรรษในอีกไม่นานนี้แล้ว แต่ว่าระบบอำนาจนิยม ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย ระบบนายกับบ่าว เจ้ากับทาส แต่เดิมฝังรากลึกจนกระทั่งเราเป็นสังคมที่ไม่มีทักษะในการตั้งข้อสงสัย แล้วก็ไม่มีทักษะ ในการตั้งคำถาม เป็นสังคมแห่งการรับฟังและปฏิบัติตาม และสังคมแห่งการลงโทษ สังคม แห่งความกลัวนี้หากปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นสังคมแห่งความสิ้นหวังค่ะท่านประธาน เรามี ความจำเป็น ๓ อย่างตอนนี้นะคะท่านประธาน

จำเป็นที่ ๑ คือเราจะต้องพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ เรามีความจำเป็นที่จะต้องหยุดการศึกษาที่ให้เยาวชนเน้นแต่ท่องจำค่านิยม ๑๒ ประการ และเรามีความจำเป็นจะต้องเน้นความรู้ความเข้าใจให้กับเยาวชนของเราในเรื่องสิทธิ พลเมือง ในเรื่องสิทธิมนุษยชนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นนะคะ รวมทั้งให้ตระหนักให้คุณค่า กับความเสมอภาคเท่าเทียมของมนุษย์ด้วย ท่านประธาน ในภาพกว้างระบบการศึกษาไทย จะไม่ล้มเหลวได้อย่างไรคะ ในเมื่อเรามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบ่อย ที่สุดในโลกค่ะ ถ้านับจาก ๓๐ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานทราบไหมเรามีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการกี่คน ๓๔ คนนะคะ ใน ๓๐ ปี เอาว่าถ้าเกิดจะนับเอาให้ใกล้ ๆ ย้อนไป แค่ ๑๔ ปี ๑๔ ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด ๑๖ คน เฉลี่ยแล้วเป็น รัฐมนตรีคนละ ๑๐ เดือน และรัฐมนตรีคนที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดก็คือรัฐมนตรีที่อยู่ใน ตำแหน่งเพียง ๒ เดือนครึ่งเท่านั้นค่ะท่านประธาน ปัญหาคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เฉพาะฝ่ายการเมืองพวกเราจะแก้กันได้ นะคะ เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทุกองคาพยพในสังคม ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเรียน หรือตัวผู้ปกครองด้วย เราจะอยู่แบบเอาตัวรอดตามลำพังก็ไม่ได้ ถ้าเราเห็นว่าระบบ การศึกษามันล้าหลังแล้วก็ล้มเหลว เราจะส่งให้ลูกเรียนอินเตอร์ (Inter) เราจะส่งให้ลูกเรียน ในโรงเรียนทางเลือกต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีเพื่อตอบสนองผู้ปกครองที่มีฐานะดีหรือจะส่งลูก ไปเรียนในต่างประเทศ เราได้ลูกที่หลีกหนีจากหลักสูตรที่ล้าหลังไปได้ก็จริง แต่ลูกเรา เมื่อเรียนจบออกมาเขาก็ต้องกลับมาอยู่ร่วมสังคมไทยกับคนที่ผ่านการศึกษาส่วนใหญ่ ในระบบที่ยังต้องพัฒนา เหมือนกับเรารวยอยู่คนเดียว ถ้าเพื่อนบ้านเรายากจน ลำบากหมด บ้านเราคนรวยหมดก็ไม่พ้นหรอกค่ะที่จะต้องถูกฉกชิงวิ่งราว ถูกย่องเบา เพราะว่าเราต่างเป็น สภาพแวดล้อมให้กันและกันนะคะ ผลงานวิจัยปัญหาสำคัญในการศึกษา ปัญหาก็คือ ความเหลื่อมล้ำแล้วก็หลักสูตรที่ล้าสมัย เรื่องความเหลื่อมล้ำมีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายไปเยอะแล้วนะคะ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดล้วนตั้งอยู่ใน กรุงเทพมหานคร เมืองหัวโตคือเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนหลักสูตรที่ล้าหลัง ไม่ทันสมัย ไม่สอดคล้องกับโลกในศตวรรษที่ ๒๑ เรียนไปไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการเอื้อให้มีชีวิตที่ดีในโลก ยุคปัจจุบันได้ ท่านประธาน ดิฉันจะยกตัวอย่างวิชาประวัติศาสตร์ไทยค่ะ วิชาสำคัญนี้ที่ทำให้ เรารู้รากเหง้า รู้ความเป็นมาของเราเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป แต่กลับเป็นวิชาที่เน้นแต่เรื่อง ท่องจำแล้วก็ย่ำอยู่กับที่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นง่าย ๆ นะคะ เด็ก ๆ เราเรียนมาประวัติศาสตร์กี่ปี เรารู้แต่ว่าไทยรบกับพม่า พ.ศ. ไหนบ้าง รบกี่ครั้ง รบที่ไหน พระมหากษัตริย์ในยุคที่รบนั้นเป็นมหากษัตริย์องค์ใด เรามีแต่ประวัติศาสตร์ในราชสำนัก แต่ไม่มีประวัติศาสตร์ฉบับไพร่หรือประวัติศาสตร์ภาคประชาชน เราไม่รู้เลยว่าปราชญ์ ชาวบ้านในยุคสมัยนั้นคือใคร เราไม่ทราบเลยว่าหมอชาวบ้านในยุคสมัยนั้นคือใคร มีวิถีชีวิต ชุมชนอย่างไร มีการกินอยู่ การคมนาคมอย่างไร เพราะฉะนั้นการเรียนรู้อย่างนี้ก็เป็นการ หยุดอยู่กับที่เช่นกัน ไม่ได้เกิดประโยชน์ที่จะเอามาใช้กับชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ เรายัง ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ศิลปะ วิถีชุมชนชาวบ้านในตำราเรียนประวัติศาสตร์ไทยได้ค่ะ ท่านประธาน และเราได้ยินคำว่า ปฏิรูป เต็มไปหมด ไม่ว่าจะปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปการศึกษา ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สำหรับดิฉันนะคะ การศึกษาไม่ได้เพียงแค่ให้อ่านออก เขียนได้ แต่ต้องสอนให้คิด เลิกท่องจำและปรับปรุงหลักสูตรให้มีความกระชับ มีความยืดหยุ่นนะคะ บูรณาการเนื้อสาระค่ะท่านประธาน เนื้อหาสาระตอนนี้ในโลก ยุคออนไลน์ (Online) เด็ก ๆ สามารถที่จะหาเนื้อหาสาระในโลกออนไลน์ (Online) ได้นะคะ แต่การเรียนในห้องเรียนเราจะต้องเน้นอะไร เราจะต้องเน้นทักษะการสื่อสาร ทักษะการคิด วิเคราะห์ แล้วก็ทำงานเป็นทีมเวิร์ก (Teamwork) เพื่อที่จะได้ออกไปสู่โลกของการทำงานได้ รวมทั้งทักษะทางอารมณ์ ทักษะในการฝึกตั้งคำถามด้วยค่ะ สรุปก็คือให้เน้นทักษะ ในการคิด และที่สำคัญจะต้องเน้นให้รู้จักหน้าที่พลเมืองเพื่อที่จะเป็นพลเมืองโลกที่สง่างาม ถ้า คฝ. ปัจจุบันที่ออกมาควบคุมฝูงชน ออกมาสลายม็อบ (Mob) มีการปลูกฝัง เรื่องการศึกษา เรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ก็คงจะไม่มีปัญหาการทำทารุณโหดร้ายนะคะ ท่านประธานคะ ยิ่งกรรมการนโยบายนี้เป็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดิฉันได้ยินชื่อ ก็สิ้นหวังค่ะ เพราะท่านผู้นี้เป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อการทำของตัวเอง รับแต่ ความชอบ ไม่เคยรับผิด แล้วยังมีประวัติเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอยู่ในอำนาจโดยไม่แยแสความสง่างามของการดำรง ดิฉันขอให้ทบทวนชื่อ ประธานคณะกรรมการนโยบายด้วยค่ะ หาคนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ