มานพ คีรีภูวดล พูดถึงการปฏิรูปการศึกษา หารือเรื่องของศักยภาพของความแตกต่างและความหลากหลายในศึกษา และเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจในการตัดสินใจในการจัดการศึกษาให้มากขึ้น
เรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดผมมีคำถามในเรื่องของ การปฏิรูปการศึกษา เราต้องการที่จะกักขังหรือเราต้องการที่จะปลดปล่อยศักยภาพ นี่คือ คำถามนะครับ เราต้องการที่จะแบ่งเบาหรือเราต้องการที่จะแบกรับเพียงผู้เดียว เราต้องการ ที่จะอยู่ในกะลาหรือเราต้องการที่จะไปสู่โลกกว้าง เราเชื่อมั่นในศักยภาพ เสรีภาพการเรียนรู้ หรือไม่ เราต้องการคนรุ่นใหม่ที่เท่าทันบนพื้นฐานภูมิสังคมและอัตลักษณ์ที่แตกต่างหรือไม่ เราต้องการที่จะเคารพกติกาสังคมอย่างมีเหตุผลหรือไม่ ผมคิดว่าสำคัญที่สุดก็คือว่าอิสรภาพ และการจัดการศึกษาบนพื้นฐานความเชื่อมั่นในศักยภาพของความแตกต่างที่หลากหลาย นี่เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าปรัชญาการศึกษาบนพื้นฐานความแตกต่างและความหลากหลาย ในสังคมจึงเป็นประเด็นที่ผมอยากจะเสนอแนะ แลกเปลี่ยน แล้วก็อภิปรายใน พ.ร.บ. การศึกษานี้นะครับท่านประธาน อันเดิมใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไข พ.ศ. ๒๕๔๕ ในมาตรา ๑๒ ผมคิดว่าได้พูดถึงเรื่องของอิสระ เรื่องของเสรีภาพในการจัด การศึกษา พูดถึงเรื่องของกลุ่มองค์กรชุมชน องค์กรประชาสังคม กลุ่มศึกษาต่าง ๆ และใน มาตรา ๑๔ ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไข พ.ศ. ๒๕๔๕ นี้ก็พูดถึง เรื่องของระบบสนับสนุน ระบบสนับสนุนกลุ่มการศึกษาทางเลือกก็ดี กลุ่มการศึกษารูปแบบ ที่ไม่ใช่ในระบบหลักนี้ชัดเจน ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผม อยากจะอภิปรายก็คือเรื่องของประเด็นการศึกษาแบบศูนย์การเรียน ผมได้พูดในที่ประชุม แห่งนี้หลาย ๆ ครั้งแล้วว่าในลักษณะภูมิสังคมที่แตกต่าง บนพื้นฐานวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ที่แตกต่าง การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสังคมกว้าง การเรียนรู้ที่จะเดินไปในโลกกว้างอันนี้ ก็จำเป็น การเรียนรู้ที่จะดำรงความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์บนพื้นฐานความยั่งยืนฐาน วัฒนธรรมภายใต้พหุวัฒนธรรมที่เราเชื่อมั่นว่ามันจะต้องดำรงอยู่นี้เหล่านี้ต้องไปร่วมกัน สิ่งที่ ผมคิดว่าประเด็นที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาตินี้จะทำให้เนื้อหาว่าด้วยเรื่องการจัดการศึกษา ถูกทำให้มันยากขึ้นครับท่านประธาน ก็คือว่าหลาย ๆ เรื่องการตัดสินในเชิงเนื้อหา ในเชิง รูปแบบ ทั้ง ๆ ที่คนส่วนกลางที่เราเรียกว่า คณะกรรมการการศึกษา ในระดับต่าง ๆ อาจจะ ไม่เข้าใจในเรื่องบริบทหรือว่าเนื้อหาที่มันเป็นการจัดการศึกษาทางเลือกภายใต้เสรีภาพ ภายใต้ศักยภาพของท้องถิ่นเท่ากับคนในพื้นที่ เท่ากับคนที่อยู่ในวัฒนธรรมอัตลักษณ์ตรงนั้น เพราะฉะนั้นการที่ดึงอำนาจ อำนาจในการตัดสินใจเพื่อที่จะควบคุมมากกว่าที่จะปลดปล่อย ศักยภาพและเสรีภาพในการศึกษานี้จึงทำให้เป็นอุปสรรค เป็นปัญหาที่จะพัฒนาศักยภาพ เป็นปัญหา เป็นอุปสรรคที่จะทำให้การปลดปล่อยเรื่องของการเรียนรู้อย่างเสรีภาพหายไป อันนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ผมเป็นห่วง เป็นประเด็นที่ผมคิดว่ากรรมาธิการจะต้องมาทบทวน หากเราเชื่อมั่นเรื่องของระบบการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ หากเชื่อมั่น ในเรื่องของศักยภาพของพื้นที่ หากเราเชื่อมั่นในเรื่องของมนุษย์มีศักยภาพเพียงพอที่จะ เติบโตและเรียนรู้ ผมคิดว่าระบบการศึกษาที่หลากหลาย ระบบการศึกษาที่ให้ท้องถิ่น ให้องค์กรชุมชน ให้ตัวบริบทนิเวศน์สังคมนั้นได้กำหนดตัวตนตัวเอง อันนี้ต่างหากครับ ผมคิดว่า การดำรงอยู่จริงของระบบการศึกษา และผมเชื่อว่าถ้าหากว่าเราได้ให้ความสำคัญแล้วก็เติม เต็มในสิ่งที่ประชาชนที่มีความแตกต่างและหลากหลายตรงนี้โดยมิได้ดึงอำนาจกลับไป หรือว่าให้ส่วนกลางเป็นคนกำหนดมากเกินไปจนเสียเสรีภาพนี้นะครับ ผมเชื่อว่าการศึกษา ก็คือการพัฒนาประชาชนของประเทศ เป็นโอกาสเดียวที่ผมพยายามย้ำตลอดว่าเป็นโอกาส เดียวที่คนด้อยโอกาสคนชายขอบจะเติบโตและเรียนรู้เท่าทันกับสังคมกว้างก็คือการศึกษา เพราะฉะนั้นผมอยากจะสรุปแบบสั้น ๆ อย่างนี้ครับท่านประธาน เราอยากจะเห็นการศึกษา ที่เปิดพื้นที่ให้กับทุกคนที่มีความแตกต่างในเชิงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิสังคมที่หลากหลาย ได้ออกแบบการศึกษาของตัวเองซึ่งไม่ได้ขาดจากหลักสูตรกลางหรือเป็นหลักสูตรที่เป็น หลักสูตรมาตรฐานเรียนรู้ร่วมกัน เราอยากจะเห็นความสอดคล้อง วิธีคิดของการศึกษากับ ระบบวัฒนธรรมให้มันเชื่อมโยงกัน เราอยากจะเห็นเรื่องของความหลากหลาย รูปแบบ การศึกษาที่มันมีความหลากหลาย แล้วก็บนพื้นฐานที่ประชาชนในพื้นที่มีความภูมิใจ ในตัวเอง มีความภูมิใจในตัวตนที่ดำรงอยู่ในแผ่นดินไทยตรงนี้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน