นิยม เวชกามา แสดงความเสียใจต่อการรับร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากมาตรา 39 เปิดช่องให้ผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งขัดกับเจตนาของครูทั่วประเทศและสถานะของวิชาชีพครูที่ควรได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด พร้อมเรียกร้องให้กรรมาธิการทบทวนมาตราดังกล่าว และหารือประเด็นการขาดงบประมาณสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมในวัด ทั้งที่มีกฎหมายรองรับ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อความมั่นคงของระบบการศึกษาสงฆ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เนื่องจาก พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ผมเองก็ต้องรับ เพราะเป็นกฎหมายของชาติ เป็นกฎหมาย ที่ต้องพัฒนาบ้านเมือง แต่ขอยืนยันว่าผมรับกฎหมายฉบับนี้ทั้งน้ำตาครับท่านประธาน ทำไมถึงว่าอย่างนั้น กฎหมายฉบับนี้เพราะรัฐบาลร่างขึ้นมาได้รับการคัดค้านจากคณะครู ทั้งประเทศ เพราะอะไรเขาถึงคัดค้าน ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าได้รับหนังสือคัดค้านจากระดับ ผู้บริหารโรงเรียน จากระดับรอง ผอ. เขตครูในจังหวัดสกลนคร ผมจึงกลับมาเปิดดู เพิ่งเห็น แบบนี้นี่เอง ในมาตรา ๓๙ ค่อนข้างชัดเจน ท่านไปเขียนแบบนี้ไม่ได้ ฝากกรรมาธิการ ทั้ง ๔๙ คนด้วยว่า ท่านไปเขียนบอกว่ามีใบประกอบวิชาชีพครูหรือไม่ก็ได้ ถ้าเชี่ยวชาญ ท่านต้องตัดในประเด็นนั้นออกครับ ผมไม่พูดถึงอย่างมาก เพราะเวลาอันสั้นนี่ล่ะครับ แต่ยืนยันว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่ชำนาญการ อาชีพที่สูง อาชีพที่ทำให้คนเป็นคน เพราะฉะนั้นมาตรานี้ต้องแก้ไข ฝากด้วย
แต่ที่ผมต้องพูดถึง มาดูในมาตรา ๔ ครับท่านประธาน ในมาตรา ๔ ท่านพูด ชัดเจนว่า คำว่า ครู ความหมายครู ผู้บริหารโรงเรียนสถานศึกษา ผมลองย้อนกลับไปดู พ.ร.บ. สงฆ์ พ.ร.บ. จัดการศึกษาของพระราชบัญญัติสงฆ์ พระราชบัญญัติสงฆ์ ในที่นี้หมายถึงว่า พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม ปี ๒๕๖๒ เป็นครั้งแรก ที่ในประเทศไทยเกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ในประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๖๒ ประกาศ ในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ เล่มที่ ๑๓๖ หน้า ๕๐ ก หน้า ๑๑ แล้วก็พูดถึงเหตุผล ในการประกาศใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยครับท่านประธาน ผมจึงหยิบเอามาพูด ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึง ต้องอ้างถึงในมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ เพราะในเงื่อนไขของพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม ฉบับนี้ไปเกี่ยวข้อง ไปดูแลในมาตรา ๒ มาตรา ๘ ในมาตรา ๘ มีหลายอนุ หลายวงเล็บ แต่ผมต้องยืนยันใน (๔) (๕) (๖) และ (๗) ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปเกี่ยวกันกับ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ บังเอิญว่าท่านผู้หลักผู้ใหญ่ของคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้จัดร่าง ฉบับนี้ขึ้นมา วันนี้ครบอายุวัฒนมงคลของท่าน ผมต้องขอแสดงมุทิตาจิต ขออนุญาตเวลา นิดเดียว สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ครบวัฒนมงคลอายุของท่านวันนี้พอดีครับ ท่านประธาน ก็เลยขอแสดงมุทิตาจิตของท่าน ท่านเกิด ปี ๒๔๗๕ ท่านประธานครับ นี่คือประธานของคณะผู้จัดร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีเลขานุการซึ่งเป็นหลักเป็นฐาน ไม่พูดถึงท่านไม่ได้ ถ้าไม่พูดถึงท่านแล้วกฎหมายฉบับนี้หลายท่านช่วยกันร่าง แต่ท่านเป็น ผู้มีบทบาท คือพระเทพเวที เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม หรือเจ้าคณะภาค ๖ ภาคเหนือ ต้องแสดงมุทิตาจิตต่อท่านอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักใหญ่ ๆ อยู่ ๔ หลัก คือสำนักงาน แม่กองธรรมสนามหลวง สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง สำนักงานศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ และศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวถึง เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประหลาดที่สุด ในวันนี้กฎหมายฉบับนี้ไปเกี่ยวข้องกับ มาตรา ๘ อย่างแท้จริง คือในมาตรา ๘ ที่ว่าผมกล่าวไป ๔ วงเล็บ ก็มีการจัดการศึกษา กล่าวถึงว่ารัฐต้องให้การศึกษา สนับสนุนแก่การจัดการการศึกษา บังเอิญว่าช่วงที่ผมอ้างถึง จะเป็นช่วงในอายุตั้งแต่ ๖-๑๒ ปี ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับพระสงฆ์ แต่มันจะมีในช่วงที่ ๕ ๑๒-๑๕ ปี แล้วก็ต่อ ๆ มาถึง (๗) คือช่วงที่ ๗ การศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษา ซึ่งคณะสงฆ์มีอยู่แต่เดิม ด้วยความเคารพท่านประธาน ที่ผมกล่าวถึงนี้หลายวัดท่านคณะสงฆ์ ที่จัดการศึกษาขึ้นมาแล้ว แต่วันนี้ในมาตราของท่านเขียนไว้ชัดเจนเกี่ยวกับ เงินสนับสนุน คือในมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ค่อนข้างชัดเจน ว่ารัฐต้องให้สนับสนุนการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ปรากฏว่าคณะสงฆ์ซึ่งมีพระราชบัญญัติชัดเจน คือพระราชบัญญัติ การศึกษาพระปริยัติธรรม วันนี้งบประมาณปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ไม่มีการจัดงบประมาณให้ ผมถึงข้องใจว่าเพราะเหตุใด ท่านประธานครับ ตอนนี้โรงเรียนที่จัดการศึกษาเกี่ยวกับ คณะสงฆ์ ซึ่งมีแต่เดิมมานี้ถูกต้องตามกฎหมายตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ แล้ว คือมีโรงเรียนที่เกิดขึ้นในคณะสงฆ์แห่งนี้แล้ว ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธาน บังเอิญว่า มันต้องเกี่ยวข้องกัน ผมไม่พูดไม่ได้ คือที่มีโรงเรียนจัดขึ้นแล้วเฉพาะทั่วประเทศวันนี้ มีโรงเรียนที่เกี่ยวกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมคณะสงฆ์ ๔๐๙ แห่ง เป็นโรงเรียนที่จัดถูกต้อง ตามกฎหมายฉบับนี้ มีนักเรียนซึ่งเป็นสามเณร ๕๐,๐๐๐ รูป ดังนั้นจำนวนพระดังกล่าวนี้ ไม่มีเงินสนับสนุน ไม่มีเงินเดือน แล้วพระกลุ่มนี้จะอยู่อย่างไร หลายวัดที่ฝากมาไม่ว่า วัดสวนดอก วัดจากอำเภอพาน ท่านรัฐมนตรีวิสารฝากมาว่าท่านพระครูพิพิธธรรมวาที ก็ทวงมาเลยว่าเจ้าคณะอำเภอพาน จัดการศึกษาแบบนี้จะให้ดำเนินการอย่างไร มีหนังสือ สอบถามมาที่สภาผู้แทนราษฎร โดย ส.ส. บ้านผมจังหวัดสกลนครก็มีสำนักเรียน คือสำนัก เรียนที่ยกตัวอย่างเลย คือสำนักเรียนวัดป่าสุทธานิวาสเป็นสำนักเรียน มีนักเรียนซึ่งเป็น สามเณร ๒๐๐ รูป จึงกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นอกจากฆราวาส ครู คัดค้านแล้ว พระก็ต้องสงสัยในบทบาทตัวเอง จัดการศึกษาแล้วไม่ได้รับเงินสนับสนุน นี่คืออะไรท่านประธาน ด้วยเวลาอันสั้นขอบคุณมากท่านประธาน