สุพิศาล ตั้งข้อสังเกตมาตรา 8/1 ขอชี้แจงชัดเจน-ป้องกันก้าวล่วงสิทธิวิจัย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตและกังวลต่อการเพิ่มมาตรา 8/1 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยเรียกร้องให้มีการชี้แจงวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน รวมถึงกลไกตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและประโยชน์สาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยร่างกฎหมายรองเพื่อป้องกันการก้าวล่วงสิทธิของนักวิจัย โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้ทุนทั้งภาครัฐ เอกชน และต่างประเทศ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อจาก ความเดิมมาตรา ๘ เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งเป็นมาตรา ๘/๑ ในมาตรา ๘/๑ นั้นกราบเรียน ท่านประธานครับว่าเป็นประเด็นที่มาของมาตรา ๘/๑ เป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นในชั้นกรรมาธิการ วิสามัญอันเกิดจากการเพิ่มขึ้นหรือปรับในมาตรา ๘ วรรคสามใหม่ ซึ่งมีเนื้อความว่า ให้ผู้ให้ทุนออกหนังสือแสดงความเป็นเจ้าของและเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม แก่เจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมตามวรรคหนึ่งและวรรคสองโดยเร็ว นั่นเป็นเนื้อความ ที่ถูกแก้และลงมติไปเมื่อสักครู่นี้ กราบเรียนท่านประธานครับว่านี่คือเป็นที่มาของ การเพิ่มเติม แต่ผมไม่ทราบวัตถุประสงค์ของกรรมาธิการชัดเจน ว่าทำไมถึงต้องเพิ่ม มาตรา ๘/๑ ขึ้นมา เดี๋ยวคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณา แล้วก็อธิบายสักนิดนะครับ แต่ผมมีคำอภิปรายอย่างนี้ครับว่า ในรายละเอียดของมาตรา ๘/๑ ทั้ง ๔ บรรทัดนั้น ผมไม่อ่านนะครับ แต่ผมจะขออภิปรายในทุกตัวอักษร และขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ

๑. ในกรณีที่ผู้รับทุนมิได้เปิดเผยผลงานและนวัตกรรมใด ๆ ในมาตรา ๗ วรรคหนึ่งนั้น ประเด็นของมันก็คือเรื่องในกรณีที่ผู้รับทุน ไม่ปฏิบัติตามเรื่องที่ระบุไว้ ในสัญญาให้ทุน อะไรคือการไม่ปฏิบัติตาม มีหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่คณะกรรมการ จะกำหนด กราบเรียนเลยว่าอยากให้ท่านประธานช่วยชี้ยกตัวอย่าง และอธิบายให้ชัดเจนว่า การไม่เปิดเผยผลงานนี้ ผมว่าน้อยคนนะครับ ผู้รับทุนที่แสดงความจำนงแล้วจะขอรับทุน แล้วไม่เปิดเผยมันเป็นการขัดต่อวิสัย วิสัยของคนที่ต้องการทำงานและแสดงผลงาน เพราะว่า การทำงานแล้วมีผลงานนั้นถือเป็นเรฟเฟอเรนซ์ (Reference) สำคัญของงานวิจัยและ งานนวัตกรรมอย่างชัดเจน นอกจากมีการปกปิดหรือเป็นความลับทางราชการทหาร ที่จำเป็นจะต้องปกปิดเป็นความมั่นคงของประเทศชาติอย่างนั้นหรือไม่ เช่น เรากำลังจะบุก อวกาศกัน แล้วมีงานวิจัยหรืองานนวัตกรรมทางอวกาศที่เราจะบินไปดูดาวอังคาร อย่างนี้ ที่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ จำเป็นต้องปกปิดผู้รับทุนว่าคือใคร หรือไม่เปิดเผยงานวิจัย ดังกล่าวนะครับ

ในประเด็นถัดไปครับท่านประธาน ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ หรือกรณีที่ ผู้รับทุนและ ใช้คำว่า และผู้วิจัยไม่ประสงค์ที่จะเป็นเจ้าของงานวิจัย นี่คือประเด็นที่ ๒ ครับ ผมก็ตกใจว่ากรณีอย่างนี้มันจะเกิดขึ้น จำเป็นจริง ๆ คือมันจะต้องเป็นความลับของ ทางราชการ หรือเป็นเงาดำมืดของงานวิจัยที่จะเกิดขึ้น กรณีทั้ง ๒ คนนี้ ผู้ใดผู้หนึ่งผมว่า มันจะต้องเป็นความลับอย่างมากมาย แล้วสภาแห่งนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่างานวิจัยดังกล่าวนี้ คืออะไร

สิ่งสำคัญต่อมาครับท่านประธาน ในเรื่องของหรือ อีกหรือครับ หรือไม่ ดำเนินการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในมาตรา ๘ วรรคสี่ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ในรายละเอียดทุกกฎหมายมักจะเขียนอย่างนี้ กฎหมายรอง เช่น หลักการ วิธีการ เงื่อนไข ที่คณะกรรมการกำหนด ที่จริงผมว่าในการเสนอกฎหมายทุกครั้ง คราวหน้าหรือเป็นระเบียบ ข้อบังคับของสภาเลยครับ รัฐสภาก็ตามให้ร่างดราฟต์ (Draft) หลักการ วิธีการ เงื่อนไขนี้ มาให้ดูด้วย กฎหมายรองไม่เคยให้เราดูครับ เอามาให้ดูเป็นดราฟต์ (Draft) หรือเป็นร่าง หรือเป็นแนว ทางพอที่จะรู้ว่าหลักการนี้คืออะไร ในชั้นกรรมาธิการก็ไม่ค่อยโผล่เอามาให้ดู เหมือนกัน บอกว่าให้ไปร่างทีหลังเป็นกฎหมายรอง แล้วแต่คณะกรรมการจะพิจารณา อ้ายนั่นล่ะคือตัวดีครับ คือเป็นประเด็นที่จะเขียนพ้นภาระของกฎหมายที่ให้อำนาจและ ก้าวล่วงไปถึงสิทธิอื่น ๆ อีกเยอะแยะ นั่นคือสิ่งที่จะอยากให้เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลง ของสภาหรือรัฐสภาแห่งนี้ ว่าเมื่อมีการเขียนกฎหมายว่าหลักการ วิธีการ และเงื่อนไขนี้ ขอให้มีดราฟต์ (Draft) หรือมีร่างให้สภาแห่งนี้ได้เห็นบ้าง นั่นคือเป็นหลุมดำนะครับ ผมก็ไม่รู้ เหมือนกัน เพราะผมก็ไม่มีความชำนาญในเรื่องการกำหนดหลักการและวิธีการ และโครงมัน ก็ยังไม่เคยเห็น เข้าในคณะกรรมการหลายคณะกรรมการพูดถึงเรื่องนี้ทุกครั้ง ผมถามว่า หลักการและวิธีการที่จะสร้างโครงหลักเกณฑ์ หลักการ วิธีการ เงื่อนไขนี้คืออะไรในกฎหมาย สาระก็คือว่าการดำเนินการครับท่านประธาน ในมาตรา ๘/๑ นั้นพบความชัดเจนครับ ท่านประธาน ว่าเรามีการเพิ่มแล้วก็ถูกผู้ให้ทุนยึดด้วยมาตรานี้ทั้งหมด พูดง่าย ๆ ๓ ไม่ ไม่เปิดเผย ไม่ประสงค์ ไม่ดำเนินการตามระเบียบ ผลงานทั้งหมดตกเป็นของผู้ให้ทุน แล้วผู้ให้ทุนนี้ต้องปฏิบัติตามที่คณะกรรมการกำหนดในหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่เป็น สิทธิหรือทรงสิทธิของผู้รับทุนและนักวิจัยที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นด้วยอีกหรือไม่ นี่เป็นคำถามนะครับท่านประธาน กราบเรียนว่านั่นคือสิ่งสำคัญว่าเพราะผู้ให้ผู้รับทุนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเอง ซึ่งใช้งบประมาณจากงบประมาณแผ่นดินผ่านกระทรวง อว. หรือเป็น ภาคเอกชนที่ผ่านจากทุนใหญ่ หลาย ๆ ทุนชอบให้ทุน แล้วก็สามารถจะเอาผลงานนี้ไปเป็น เจ้าของเองได้ ถ้ามีข้อตกลงปรากฏในสัญญานั้น หรือเงื่อนไขที่ก้าวล่วงสิทธิของผู้ทำการวิจัย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้เห็นความชัดเจนครับท่านประธาน และนอกจากนั้นยังมีมูลนิธิกองทุนต่าง ๆ ที่เป็นผู้ให้ทุน โดยเฉพาะกองทุนที่เป็นกองทุน ต่างประเทศ หรือที่เราเรียกว่าต่างชาติ กองทุนต่างด้าวต่าง ๆ นานา ที่เข้ามาเทกโอเวอร์ (Take over) ในประเทศไทย หรือแม้กระทั่งบริษัท ห้าง ร้าน ที่เป็นบริษัทที่เป็นทุนใหญ่ แล้วถือหุ้น หรือเป็นทุนที่มาจากต่างประเทศ เมื่อมีเงื่อนไขเข้ามาตรา ๘/๑ ทั้งหมด ผู้ให้ทุน ที่รับผิดชอบผลงานทั้งหมด จะเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดเองโดยปริยาย ตามมาตรา ๘/๑ นี้ ต้องปฏิบัติอย่างไรในหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ผู้ที่จะกำหนดนี้อย่างไร อยากเรียนสอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ขอบคุณครับ ช่วยตอบด้วยครับ