วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ อภิปรายถึงผลกระทบของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจากเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เรียกร้องให้มีการปรับทิศทางการศึกษาไทยภายใต้ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นการปฏิรูปหลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล เสริมทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะวิชาชีพ วุฒิภาวะทางสังคม และการสื่อสาร พร้อมย้ำความสำคัญของคุณภาพบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตเยาวชนให้พร้อมสู่เวทีโลกและตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ขออนุญาตกราบเรียน อภิปรายแสดงความคิดเห็นประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ท่านประธานครับ โลกของเราในช่วง ๒ ปีมานี้กำลังเผชิญกับความท้าทาย อันเนื่องมาจาก ความเปลี่ยนแปลงสำคัญพร้อม ๆ กัน ๒ ประการ คือนอกจากวิกฤติของโรคโควิด (COVID) ที่ระบาดไปทั่วโลกแล้วเรายังต้องพยายามปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีดิจิทัล (Technology Digital) ที่กำลังดิสรัปต์ (Disrupt) วิถีชีวิตเดิม ๆ ของเราอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สังคมโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอล (New Normal) ที่จะมีวิถีชีวิต แนวคิด ทัศนคติ และวิธีการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ ๆ กรณีประเทศไทยก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทบทวน กระบวนการขับเคลื่อนประเทศไทย แล้วจัดวางตำแหน่งแห่งที่ ทิศทางและเป้าหมายของ ประเทศให้เป็นนิวโพซิชันนิง (New Positioning) ของประเทศไทย
ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ มิติ ทั้งนิวนอร์มอล (New Normal) และนิวโพซิชันนิง (New Positioning) ของประเทศต้องสอดคล้องรองรับกัน และเวลานี้เป็นห้วงเวลาสำคัญ สำหรับการเตรียมความพร้อม ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านกำลังคนของประเทศ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ คือความหวังที่ว่านั้น วันนี้กระทรวงศึกษาธิการมาบอกกับพวกเราว่าท่านได้ศึกษาทบทวนผลสัมฤทธิ์ ปัญหา อุปสรรคที่ผ่าน ๆ มา ของการปฏิรูปการศึกษาที่ทำกันมาโดยลำดับแล้ว และกำลังจะ ปรับทิศทางให้กระฉับกระเฉง ให้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น ด้วยเจตจำนงที่ทำขึ้น เป็นร่าง พ.ร.บ. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาในวันนี้ ซึ่งผมคิดว่ากระทรวงท่าน น่าจะได้ตระเตรียมในการยกร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ โดยได้พิจารณาให้เกิดความสอดคล้อง กับอีโคซิสเตม (Ecosystem) ที่เป็นปัจจุบันยุคหลังโควิด (COVID) หลังยุคดิสรัปต์ (Disrupt) นี้ ไว้ด้วยแล้ว เช่น อาจจะเพิ่มเติมแนวคิดและความสำคัญให้กับเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับ การพัฒนาทักษะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสาธารณสุขสมัยใหม่ หรือการประยุกต์ใช้หลักสูตรดังกล่าวแบบบูรณาการ ผ่านการผลิตบุคลากรทางการศึกษา ในยุคหลังโควิด (COVID) หรืออาจประยุกต์มาใช้พัฒนาทักษะบุคลากรในภาคบริการ อย่างการท่องเที่ยวเชิงสันทนาการมาเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัจจัยสำคัญของการวางโพซิชันนิง (Positioning) ประเทศไทยยุคหลังโควิด (COVID) ที่ผมเห็นว่าค่อนข้างจำเป็น และควรได้รับการพิจารณาการปฏิรูปการศึกษา ครั้งสำคัญนี้ น่าจะประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐานดังต่อไปนี้
ประการแรก ขอฝากเรื่องภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ที่จะเป็น เครื่องมือไปสู่การศึกษาในทุกสาขาวิชาในโลก ซึ่งเยาวชนทุกคนควรมีทักษะในการสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่ ๒ ควบคู่ไปกับภาษาจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เป็นต้น เพื่อก้าวไปสู่ การเรียนการประกอบอาชีพแบบไร้พรมแดน
ประการที่ ๒ กระทรวงควรต้องเร่งปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตร และวิธีการเรียน การสอนยุคใหม่ให้สอดคล้องกับพัฒนาการใหม่ ๆ ของบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน ทางการศึกษาที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง แต่สอดคล้องและตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ ในยุคนิวนอร์มอล (New Normal) คงต้องลดหรือเพิ่มวิชาที่สอดรับกับความจำเป็นในการ ใช้ชีวิต ปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ออนไซต์ (Onsite) ตามความจำเป็นที่เน้นฝึกทักษะหรือวิชาทางวิทยาศาสตร์ และการทดลอง ในห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
ประการที่ ๓ กระทรวงควรเน้นบทบาทในการปลูกฝังทักษะและพัฒนาการ ทางวุฒิภาวะที่จำเป็น สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมดิจิทัล (Digital) สังคมสมัยใหม่ การสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์สำหรับเยาวชน การใช้เหตุผลฝึกฝนความเป็นผู้นำ ผู้ตาม เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นผู้รู้ เป็นบัณฑิตคู่คุณธรรมพร้อมความสามารถ
ประการที่ ๔ ควรปรับเปลี่ยนทิศทางของการศึกษาที่เคยเป็นวิชาการ มาเป็น การเน้นด้านวิชาชีพ ที่สามารถปรับหลักสูตรให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสังคมเป็นหลัก จำแนกนักเรียนตามความถนัด ที่เป็นเลิศทางวิชาการก็พัฒนาวิชาการ ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เข้มข้น เพื่อเป็นมันสมองของสังคม นักเรียนระดับ ปานกลาง ก็ส่งเสริมให้มีความรู้ทางทักษะ วิชาชีพคู่กับวิชาการ เพื่อสร้างความก้าวหน้า และความมั่นคงทางอาชีพการงานต่อไปในอนาคต
ประการที่ ๕ กระทรวงในฐานะที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษา ภาคบังคับที่เป็นข้อต่อสำคัญในการศึกษาต่อ หากเยาวชนไม่เห็นคุณค่าของการศึกษาต่อ ในระดับสูง ออกจากระบบการศึกษาก็จะทำให้ประเทศขาดโอกาสในการสร้างกำลังสำคัญ ของการพัฒนาประเทศ ในระยะยาวหลักสูตรและวิธีของการเรียนการสอนของของกระทรวง จึงต้องตอบโจทย์ความต้องการการเรียนรู้ของเยาวชนยุคดิจิทัล (Digital) คนรุ่นใหม่
ในประการสุดท้าย กระทรวงต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานของบุคลากร ผมฝากตรงนี้ด้วยความเคารพว่า มาตรฐานของบุคลากรในแวดวงทางการศึกษาคงต้องเน้น ความเป็นเลิศในการผลิต การรักษา และพัฒนามาตรฐานคุณภาพบุคลากรทางการศึกษา รุ่นใหม่ ครูอาจารย์ทุกระดับต้องสามารถสร้างนักเรียน นักศึกษาที่ดี และมีคุณภาพมาตรฐาน ในระดับที่สูงเท่าทันกับพัฒนาการทางเทคโนโลยีดิจิทัล (Technology Digital)
ที่สำคัญขอกราบเรียนว่าความสำเร็จของกระทรวงในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียง การผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เท่านั้น หากยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการด้านการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นเลิศขึ้นอยู่กับครูที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง ก่อนที่จะไปสร้างนักเรียนที่มีความเป็นเลิศได้นั้น ครูจึงต้องเก่งจึงจะ สอนนักเรียนให้เก่งได้ ครูจึงเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของนักเรียน และเมื่อครูเก่ง ทำให้นักเรียนเก่ง และนักเรียนเก่งก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ต่อไปในอนาคตครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ