ซูการ์โน มะทา หารือประเด็นการล็อกสเปกในการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อสืบอำนาจรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ร่วมลงชื่อให้ท่านประธานรัฐสภานำเสนอความเห็นต่อรัฐบาลเพื่อขอให้มีการเปิด การประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อใช้เวทีของรัฐสภาแห่งนี้ในการสะท้อนวิกฤติ ของปัญหาของการออกมาเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่ออกมา เรียกร้องขอให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก และขอให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการเคลื่อนไหวบนท้องถนนทั่วทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และแพร่กระจายไปทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคไปแล้วนะครับ แล้วกับอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกมา เคลื่อนไหวเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมหรือความแตกแยก ของประชาชนคนไทยด้วยกันเองได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องใช้เวทีของรัฐสภาแห่งนี้ ในการรับฟังเสียงสะท้อนหรือความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยผ่านตัวแทนของสมาชิก รัฐสภาที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติ ของประเทศที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับผมคงจะไม่พูดถึงเหตุผล ๓ ข้อของรัฐบาลที่นำเสนอเพื่อเป็นเหตุผลในการเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญ ในครั้งนี้เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายกันมากพอสมควรแล้ว แต่ก่อนที่จะ อภิปรายแสดงความเห็นในการอภิปรายในครั้งนี้ ผมก็ขอแสดงจุดยืนทางการเมืองของผมเอง ว่าผมก็ยึดมั่นในการปกครองในประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เหมือนกับท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงเหมือนกันเพราะผมมีความเชื่อมั่นว่าการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นเสียหายน้อยกว่า การปกครองในระบอบอื่น แต่ผมก็อยากแสดงเหตุและผลว่าเพราะเหตุใดที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จูงใจให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องในครั้งนี้ ก็เพื่อว่าเหตุและผลนี้ที่ผมนำมา อภิปรายทั้งหมดจะเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับผู้ชุมนุมประท้วงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผมเองก็ให้ ความสำคัญกับการวางแผนที่ผิดพลาดในการทำงานแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่มี ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ของรัฐบาลและของพี่น้องประชาชน ในชนบทซึ่งมีร้อยละ ๘๐ ของประชาชนทั้งประเทศ จึงส่งผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรง ทางด้านสังคมที่ทำให้มีช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนมากขึ้นจนเป็นประเทศไทยนั้นติดอันดับโลก ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพราะปฐมเหตุของปัญหาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลว ทางเศรษฐกิจนั้นก็อยู่ที่คนคนเดียวคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างที่เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว และการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๖๕ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาจึงไม่ใช่การหาทางออก ของประเทศ แต่มันเป็นการหาทางออกให้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนเดียวเท่านั้นที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องตามท้องถนน ที่ยังคงดำเนินอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ๑. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจจาก รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นั่นคือปฐมเหตุของปัญหาทั้งหมดที่สะสมกันมา และที่สำคัญ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพบกได้ทำการฉีกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในนานาประเทศที่เจริญแล้วถือว่าการล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นมีความผิด ร้ายแรงเข้าข้อหากบฏมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ดังนั้นนานาประเทศที่เขาเจริญแล้ว จึงไม่ยอมรับการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ นายกรัฐมนตรีคนต่อมา หลาย ๆ ประเทศซึ่งเราก็ทราบกันดีว่ามีการบอยคอต (Boycott) ประเทศไทยหลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลาย ๆ ประเทศมีการตัดความช่วยเหลือให้แก่ประเทศไทย หลาย ๆ ประเทศ ก็ตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นั่นก็คือเหตุผลหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมมีข้อมูลที่ยืนยันว่า การทำปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น ทำให้ประชาชนคนไทยยากจนลง ข้อมูลเชิงสถิติชัดเจนนะครับว่าก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น ประเทศไทยมีคนยากจนเพียงแค่ ๗ ล้านคนเท่านั้น แต่หลังการปฏิวัติรัฐประหาร วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จำนวนผู้ที่ยากจนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่ากว่า นั่นคือ ๑๔.๖ ล้านคน นี่คือผลงานความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหารนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากนำเรียนเพื่อเป็นการแสดงความเห็นต่อรัฐบาล ตามการอภิปรายในมาตรา ๑๖๕ ก็คือเรื่องของการล็อกสเปก (Lock spec) สำหรับ การยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพียงเพราะว่าเขาอยากอยู่ยาว ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ การล็อกสเปก (Lock spec) ในการประกอบธุรกิจถือว่ามีความผิด ทั้งทางแพ่งและทางอาญาซึ่งพวกเราทุกคนก็ทราบกันดีว่าข้อเท็จจริงในการยกร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้นก็มีการล็อกสเปก (Lock spec) เพื่อต้องการ สืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการยุค พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการล้ม ร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการยกร่างชุดแรกเพียงเพราะว่าเขาอยากอยู่ยาว จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมาแทนชุดเก่าและมีการล็อกสเปก (Lock spec) ในการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีอำนาจ เพื่อสืบอำนาจภายใต้คราบของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ที่เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการล็อกสเปก (Lock spec) ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ การเขียนบทเฉพาะกาล ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้ความคุ้มครองการกระทำความผิดทั้งหมด ในการทำรัฐประหาร ยึดอำนาจ และฉีกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยไม่มีความผิดที่จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทั้งหมด นี่คือปฐมมูลเหตุทั้งหมด ที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมา นอกจากนั้นยังมีการล็อกสเปก (Lock spec) ด้วยการมี คำถามพ่วงท้าย ให้อำนาจแก่สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการสรรหาและแต่งตั้งโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้มีอำนาจเห็นชอบในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา ๕ ปี ตามมาตรา ๑๖๕ ดังนั้นเสียงเรียกร้องทั้งหมดผมคิดว่าเป็นเสียงเรียกร้อง ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อยากเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาถึงท่านนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญผมอยากเรียนอีกข้อหนึ่งว่าการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษานั้นในขณะนี้มันสะท้อนอะไรบ้าง รัฐบาลรู้หรือไม่ ถ้ามองไปถึงยุคสมัยก่อนนั้น เราจะเห็นกลุ่มหน้าเดิม ๆ ที่มาประท้วงเรียกร้อง เช่น กลุ่มสมัชชาคนจนหรือกลุ่มสหภาพแรงงาน แต่วันนี้กลุ่มที่มาเรียกร้องทั้งหมดนั้นเป็นคนรุ่นใหม่เป็นคนที่เป็นอนาคตของประเทศตั้งแต่เด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผมก็อยากให้ฟังซึ่งมีพ่อแม่เขาอยู่ด้วยในกลุ่มนี้ จึงอยากให้ทาง ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับฟังความเห็นหรือเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ด้วยเพราะกลุ่มเหล่านี้เขาได้รับผลกระทบโดยตรง และเขามีความห่วงใยต่ออนาคตของเขา เพราะว่าความล้มเหลวในการบริหารทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานของ การปฏิบัติงานของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นทำให้กับประเทศนี้มีหนี้สาธารณะมากมาย เพราะเป็นห่วงเป็นใยว่าอนาคตของพวกเขาว่าเขาจะมีอนาคตเป็นอย่างไรก็อยากนำเสนอ เพียงเท่านี้นะครับ เนื่องจากเวลามีจำกัดจริง ๆ แล้วผมเตรียมข้อมูลที่จะเสนอความเห็น ต่อท่านนายกรัฐมนตรีไว้มากมาย แต่ก็ไม่อยากรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกที่จะอภิปราย ต่อไปนะครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานรัฐสภาครับ