ชุมพล จุลใส หารือสถานการณ์โควิด-19 เรียกร้องให้รัฐเร่งรณรงค์ป้องกัน จัดหาวัคซีนจากต่างประเทศ และดูแลรักษาผู้ติดเชื้ออย่างครอบคลุม พร้อมเสนอแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการสร้างงาน ฝึกทักษะดิจิทัล ส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่และสินค้าโอทอป โดยย้ำความจำเป็นในการเปิดประเทศอย่างระมัดระวัง สนับสนุนรัฐบาลในการบริหารประเทศอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันจุดยืนคัดค้านการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ชี้สถาบันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และเรียกร้องให้รัฐสภายึดมั่นไม่แตะต้องสถาบันอย่างเด็ดขาด
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าการที่ท่านประธานรัฐสภาได้มีดำริ ให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเป็นกรณีพิเศษ โดยความยินยอมเห็นชอบจาก ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น มีเจตนาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาระดมสมองช่วยพิจารณาหาทางออก ในการแก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ปัญหาสำคัญที่เป็นวิกฤติของชาติในสายตา ของประชาชนในขณะนี้คือ
๑. เรื่องโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) เราทำอย่างไรต่อไปประชาชน จึงจะปลอดภัย รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ได้ดำเนินการแก้ไขป้องกันการระบาดของ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วยความจริงจัง เข้มแข็ง ใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมาย ยึดถือ ความเห็นของฝ่ายการแพทย์ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ทั่วประเทศ ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นที่ ๑ ของโลกในการป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ประชาชนทั้งประเทศปลอดภัยอยู่มาได้ครึ่งปีแล้วครับ ประชาชน ทุกภาคส่วนยกย่องชื่นชมผลงานของ พลเอก ประยุทธ์รู้กันอยู่โดยทั่วไป ปัญหาสำคัญ นับจากนี้เป็นต้นไปเราจะทำอย่างไร เมื่อโควิด-๑๙ (COVID-19) ยังระบาดอยู่ทั่วโลก เราทำอย่างไรให้ทุกคนปลอดภัยมีชีวิตรอดอยู่ได้ ปัญหาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมเสนอความเห็น ๒ ประการ
ประการแรก ในการป้องกัน ๑. เสนอให้รณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศ ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างเข้มแข็งต่อไป คือการ์ด (Guard) ไม่ตก สถานีโทรทัศน์ของรัฐทุกช่องต้องทำสปอต (Spot) โฆษณาวิธีการ ปฏิบัติในการป้องกันโดยต่อเนื่องทุกวัน ๒. รัฐบาลต้องแถลงให้ชัดเจนว่าขณะนี้รัฐบาลกำลัง ติดต่อประสานงานหน่วยงานองค์กรในต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และองค์การอนามัยโลกในเรื่องการจัดหาวัคซีนมาใช้ป้องกันโรคให้แก่คนไทย ทันทีที่ได้ สูตรวัคซีนที่ได้ผล รัฐจะจัดหามาฉีดให้คนไทยทันที
ประการที่ ๒ ด้านการรักษา เมื่อปรากฏว่าประชาชนคนใดติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ๑. ขณะนี้มีผู้ถือบัตรทองอยู่แล้ว และผู้ใช้แรงงานรัฐบาลรักษาให้ฟรีอยู่แล้ว ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งถือว่าทำได้ดีมากกว่าประเทศอื่น ๒. สำหรับ ผู้สูงอายุกลุ่มที่เสี่ยงและอันตราย รัฐบาลรักษาให้ฟรีเลย หากดำเนินการเช่นนี้ประชาชน ก็ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) อีก เพราะรัฐบาลช่วยเหลือในการป้องกัน อย่างดีและช่วยเหลือในการรักษาอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบ
ปัญหาวิกฤติเรื่องใหญ่คือเรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ ผมขอแสดง ความคิดเห็นเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้
๑. กระทรวงแรงงาน ในสถานการณ์นี้ต้องทำหน้าที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ รับผิดชอบดูแลคนว่างงานทั่วประเทศ จัดหางานใหม่ให้ทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดอบรมพิเศษ ฝึกทักษะความชำนาญในงานที่ยังมีผู้ว่าจ้าง เช่นงานด้านดิจิทัล (Digital) และเทคโนโลยี รวมทั้งสนับสนุนทุนสำหรับผู้ที่จะทำกิจการของตนเอง
๒. ขณะนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวง อว. ได้รับอนุมัติงบประมาณจัดทีมนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยลงพื้นที่ ต่าง ๆ ๓,๐๐๐ ตำบล เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต ผมขอสนับสนุนโครงการนี้ และขอเสนอให้ขยายพื้นที่ให้ครบตำบลทั่วประเทศ ถึงเวลาวิกฤติ เช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ปัญญาชนทั้งหลายที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง นักศึกษาต้อง ออกไปช่วยประชาชนให้อยู่รอดได้ ต้องนำความรู้ เทคโนโลยี ผลงานวิจัย นวัตกรรม เครื่องมือเครื่องใช้ ไปช่วยประชาชนในการทำเกษตรสมัยใหม่ที่เรียกว่าสมาร์ทฟาร์มมิง (Smart Farming) ผลิตสินค้าที่โลกต้องการให้ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน ตามที่ตลาดกำหนด ช่วยประชาชนในวิธีการผลิต บรรจุหีบห่อ และทำการตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) หรือสินค้าที่เป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนขายได้ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
๓. รัฐบาลต้องประกาศเปิดประเทศให้นักลงทุน นักท่องเที่ยวเดินทาง เข้าประเทศได้โดยมีมาตรการพิเศษที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ท่านประธานครับ ทั่วโลก มีโรคระบาด แต่เรามีมาตรการป้องกันที่ดี เรามีระบบการรักษาโรคที่ดี เราต้องเปิดประเทศ และต้องปรับตัวให้อยู่กับโรคนี้ให้ได้ ปิดประเทศต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราต้องการเงิน จากท่องเที่ยว เฉพาะไทยเที่ยวไทยไม่พอครับ เราต้องเอานักท่องเที่ยว ๔๐ ล้านคน มาเที่ยว บ้านเราให้ได้ เราต้องการนักลงทุนเดินทางมาลงทุนในประเทศให้มากขึ้นเพื่อสร้างงาน สร้างโอกาสในการทำงานให้คนในประเทศไทยเรา รีบปรึกษาหารือกันเถอะครับ เราจะฟื้น ตัวเร็ว ประชาชนมีรายได้ มีงานทำ ชีวิตรอดจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ อย่ามัวเสียเวลา มาด่ารัฐบาลเลยครับ ด่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์อยู่อีกต่อไปกันเลยครับ คนบางคน อาจสะใจที่ได้ด่า ได้ตำหนิ แต่ไม่ได้ช่วยอะไรให้ประเทศชาติและประชาชนดีขึ้นเลย ท่านประธานครับ ว่าไปแล้วผมไม่เห็นว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำอะไรผิด
ข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ได้รับเลือกโดยรัฐสภา ด้วยเสียงข้างมากให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรียกได้ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีโดยถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย เป็นนายกรัฐมนตรีโดยชอบธรรม ถ้าจะอ้างว่าไม่ชอบใจ ที่ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงคือ พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีตามกติกา ตามระบอบประชาธิปไตย วันนั้นเฉพาะ ส.ส. ก็เกินครึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วที่ลงคะแนนเลือก พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี
ข้อที่ ๒ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการใช้ อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกประชาชน ไม่ได้ทำตัวเป็นเผด็จการ สภาก็ไม่ได้เป็นเผด็จการ รัฐสภา ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลที่อยู่ในสภาก็ไม่ได้ข่มเหงเสียงข้างน้อย อันนี้สำคัญครับ จะแก้ไข รัฐธรรมนูญก็ผ่อนปรนเออออด้วย สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ กฎหมายต่าง ๆ ที่สภานี้ ตราออกมา ก็ไม่มีฉบับไหนที่ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทุกฉบับเป็นประโยชน์กับประเทศ และประชาชนทั้งสิ้น
ข้อที่ ๓ ครับท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลมาเกือบ ครึ่งสมัยแล้ว ยังไม่ปรากฏว่าได้ปล่อยปละละเลย สนับสนุนให้มีการทุจริตคอร์รัปชันแบบที่ เกิดขึ้นกับโครงการจำนำข้าว ทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านอย่างที่เห็นในอดีต
ข้อที่ ๔ พลเอก ประยุทธ์แก้ปัญหาใหญ่ ๆ ของประเทศได้ เช่น เรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) จนเป็นที่ยกย่องกันทั่วโลก ดังนั้นเราต้องมาช่วยกันคิดให้รัฐบาลทำให้สำเร็จยิ่งขึ้นไปกว่านี้เถอะครับ วันนี้สมาชิกรัฐสภา สมควรคิดอ่านสนับสนุนรัฐบาล หาลู่ทางแก้ไขปัญหาของประเทศ แก้ไขปัญหาของประชาชน ให้สำเร็จให้ได้ ปัญหาใหญ่คือโควิด-๑๙ (COVID-19) และการฟุบตัวทางเศรษฐกิจครับ ท่านประธาน วันนี้ถ้าจะพูดจาอภิปรายกันแล้ว เรื่องข้อเสนอ ๓ ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุม ผมพอทำใจยอมรับให้พูดจาอภิปรายกันได้ในประเด็นที่ ๑ ว่า พลเอก ประยุทธ์จะลาออก หรือไม่ ผมได้แสดงความเห็นไปแล้ว พลเอก ประยุทธ์ไม่ต้องลาออกครับ ส่วนประเด็นที่ ๒ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐสภาก็กำลังดำเนินการอยู่ แต่เรื่องที่ผมไม่ยอม ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่อภิปรายเรื่องนี้ในสภาวันนี้ คือข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมให้มี การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นคนไทยทั่วประเทศ เห็นพ้องกันว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์โดยเด็ดขาด สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศ พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทำอะไรให้ประชาชนเดือดร้อน ความเป็นปึกแผ่น ความมั่นคง ความปลอดภัย ความเป็นเอกภาพ ความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันของคนไทยทั้งประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด พระมหากษัตริย์คือศูนย์รวม แห่งจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ทำให้คนไทยยังรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้นะครับท่านประธาน อย่าแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยจะไม่ยินยอมให้ใครคนใด กลุ่มไหนกระทำการ เรื่องนี้โดยเด็ดขาด คนไทยทั่วประเทศได้แสดงจุดยืนอย่างนี้ให้เห็นชัดเจนแล้ว ท่านประธาน เห็นไหมครับ ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้พี่น้องชาวไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองแสดงพลัง แห่งความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกจังหวัด ทุกภาคทั่วประเทศ ฉะนั้นโปรดอย่า แตะต้องสถาบัน ขอบคุณท่านประธานครับ