ไพบูลย์ ยันชุมนุมปฏิรูปสถาบัน ขัดหลักประชาธิปไตย มีแนวโน้มถูกยุบพรรค

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓

ไพบูลย์ นิติตะวัน วิพากษ์การชุมนุมที่เรียกร้องปฏิรูปสถาบันว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประณามการใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง และเสนอให้จัดประชามติเพื่อสะท้อนเสียงประชาชนทั้งประเทศแทนการอ้างความชอบธรรมจากผู้ชุมนุมจำนวนไม่มาก โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีหรือยุบพรรคได้

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตถอนพรรคอนาคตใหม่ พรรคหนึ่งที่ถูกยุบครับ ขอเปลี่ยนครับ จะเห็นได้ว่า ข้อเรียกร้องข้อที่ ๑ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก ข้อที่ ๒ ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ แล้วให้ใช้ฉบับของกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ รัฐธรรมนูญนะครับ ผมเห็นด้วย แต่ฉบับนี้มีปัญหา แล้วก็ให้เปลี่ยนแปลงปฏิรูปสถาบัน การเรียกร้องทั้ง ๓ ข้อนั้น ต้องเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกก่อนครับ เพื่อจะนำไปสู่ ข้อที่ ๒ คือสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีปัญหากับสถาบัน แล้วก็จะได้มุ่งไปสู่เป้าหมายข้อที่ ๓ ก็คือปฏิรูปสถาบัน ท่านประธานครับ การกระทำดังกล่าวทั้งหมดนั้น คำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓/๒๕๖๒ ในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เขียนไว้ชัดเจนครับ กรณีดังกล่าวนั้นเป็นกรณีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่อยู่ในคำพิพากษาของศาลครับ ดังนั้น การเป็นปรปักษ์ดังกล่าวนั้น ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่าอาจเป็นปรปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว หาจำเป็นต้องมีเจตนาประสงค์ต่อผล หรือต้องรอให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงขึ้นเสียก่อนไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นมาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศไว้ก่อน อันเป็นรัฐประศาสนโยบายที่จำเป็นเพื่อดับไฟกองใหญ่ไว้แต่ต้นลม มิให้ไฟกองเล็กกระพือ โหมไหม้ลุกลามขยายใหญ่จนเป็นมหันตภัยไม่อาจต้านทานได้ในวาระต่อมา คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่จะปฏิรูปสถาบันนั้น เป็นการกระทำอันเป็น ปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ หากปรากฏว่าพรรคการเมืองใด ผู้บริหารพรรคการเมืองใด หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองใด ไปเข้าร่วมชุมนุมหรือสนับสนุนโดย วิธีใดก็ตามจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการปฏิรูปสถาบัน รวมทั้งการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปสถาบันด้วย ผมอยากจะเรียนเลยครับว่าท่านจะเข้าข่ายสนับสนุนการกระทำอันเป็น ปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญา แล้วพรรคนั้นอาจจะถูกยุบด้วยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ การที่แกนนำผู้ชุมนุมได้ใช้นักเรียน นักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มาเป็นโล่กำบังเป็นเรื่องน่าละอายครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตพูดในที่ประชุมแห่งนี้ แม้กฎหมายยังคุ้มครองเยาวชน แต่นักการเมืองกลับใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการแย่งชิง อำนาจรัฐ บั่นทอนความมั่นคงของชาติและสถาบัน ผมขออนุญาตประณามครับ ประณาม นักการเมืองเหล่านั้นที่แอบอยู่ข้างหลังเยาวชนของชาติ ขออนุญาตประณามครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นผมยังเห็นว่ามีผู้เรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อที่จะคืนอำนาจให้กับ ประชาชนทั้งประเทศ แต่ผมเห็นว่าถ้ากระทำอย่างนั้นจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจและสังคม มีผลเสียหายโดยรวม ผมจึงเสนอว่าถ้าจะฟังเสียงประชาชน ให้ใช้การออกเสียงประชามติ ให้ประชาชนทั้งประเทศมาออกเสียงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเลยกับการจัดชุมนุมที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหากระทบต่อเศรษฐกิจและความสงบความเรียบร้อย ของสังคมไทย การออกเสียงประชามติสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๖ แต่ว่า จะต้องเป็นไปที่กฎหมายบัญญัติ แต่ปัจจุบันพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยังรอเข้าสู่การพิจารณาสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงเห็นว่าหากมีความจำเป็นนะครับ ท่านประธาน ถ้าจะดำเนินการ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะตราเป็นพระราชกำหนดว่าด้วยการออกเสียงประชามติเพื่อให้ทัน กับสถานการณ์ก็ได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ กระผมคิดว่าการออกเสียงประชามตินั้น ถ้าเกิดขึ้น หากจำเป็นนะครับ ก็จะได้ให้เสียงคนทั้งประเทศมามีสิทธิส่วนร่วมในการออกเสียง ตัดสินเลยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่เกิดขึ้น จะได้ข้อยุติจากเสียงข้างมาก ของคนทั้งประเทศ ๖๖.๕ ล้านคนครับ เป็นหลักการตามประชาธิปไตยทางตรง ไม่ใช่ให้เสียง คนเพียงหลักหมื่นคนเท่านั้นมาอ้างเสียงของประชาชนทั้งประเทศอย่างที่ปรากฏอยู่ แล้วผมมั่นใจครับ ถ้ามีการออกเสียงประชามติประชาชนทั้งประเทศ เชื่อว่าประชาชน เสียงข้างมาก ท่านประธานครับ มากกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ จะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ที่จาบจ้วงสถาบันที่เกิดขึ้นอยู่ปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามครับ ไม่ว่าจะมีการทำประชามติ หรือไม่ก็ตาม แกนนำผู้ชุมนุมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน ขณะนี้ไม่ได้ยอมรับจากประชาชน ทั้งประเทศอยู่แล้วครับท่านประธาน ส่วนตัวผมเชื่อว่าแกนนำผู้ชุมนุมเหล่านี้ในที่สุดก็จะ พ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอนในเร็ววันนี้ ท่านประธาน ที่ผมต้องขออนุญาตพูดเรื่องนี้ เพื่อที่ จะเรียนให้ท่านประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ซึ่งท่านต้องมีสิทธิมีเสียงของท่านเอง ท่านมี จำนวนถึง ๖๖.๕ ล้านคน ในขณะนี้ท่านถูกกลุ่มบุคคลนำไปแอบอ้าง ท่านอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใน ๗๖ จังหวัด ท่านอยู่ทั้งใน ๘๗๘ อำเภอ ท่านอยู่ทั้งใน ๗,๒๕๕ ตำบล ทั้งประเทศ ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐ ขอให้ท่านออกมา ปกป้อง พิทักษ์ รักษา ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้จงได้ครับ ผมขออนุญาต ขอบคุณท่านประธาน ขออภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ