สมศักดิ์ เสนอประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ รวมกฎหมาย-เน้นบำบัดแทนโทษ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๓

สมศักดิ์ เทพสุทิน เสนอร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นเอกภาพ พร้อมผลักดันร่างกฎหมายสามฉบับที่มุ่งเน้นการป้องกัน ควบคุม และปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอปรับปรุงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำมาตรการปกครองมาใช้แทนการลงโทษทางอาญา การจัดตั้งศูนย์คัดกรองและระบบบำบัดฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นการป้องกันในกลุ่มเยาวชน การปรับนิยามกฎหมายให้ทันสมัย และการจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างสอดคล้องและลดปัญหาความแออัดในเรือนจำ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภา กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และ ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณายาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้

๑. ร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... และร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด

หลักการ กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญคือการรวบรวมบทบัญญัติของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ในปัจจุบันมีอยู่หลายฉบับ และกระจายอยู่ในความรับผิดชอบของ หลายหน่วยงาน โดยนำมารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ในรูปแบบประมวลกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีความประสานสอดคล้องเป็นเอกภาพ อีกทั้งยังจะทำให้ ประชาชนสามารถเข้าใจและเข้าถึงกฎหมายยาเสพติดได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

๑. ให้ยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน ๒๔ ฉบับ

๒. กำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับการบังคับร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด

๓. กำหนดให้ข้าราชการของสำนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ และกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ที่มีเหตุพิเศษ

๔. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจะส่งผลให้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ได้อย่างชัดเจน

(๒) ปรับปรุงองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ส. และสำนักงาน ป.ป.ส. เช่น เพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผบ.ทร. ผบ.ทอ. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปลัด กทม. เป็นต้น ปรับแก้อำนาจหน้าที่ เช่น ให้มีอำนาจในการเสนอนโยบายและแผนระดับชาติ ต่อคณะรัฐมนตรี ให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน และคณะกรรมการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การให้ความเห็นชอบต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการระบุชื่อ เพิกถอน หรือ เปลี่ยนแปลงชื่อ หรือประเภทยาเสพติดให้โทษ เป็นต้น

(๓) กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเพื่อรับผิดชอบเกี่ยวกับ การกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการอนุญาตและควบคุมยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารระเหย

(๔) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกาศกำหนดชื่อและประเภท ของยาเสพติดให้โทษ โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นองค์การที่รับผิดชอบด้านนโยบายระดับชาติด้วย

(๕) กำหนดให้นำมาตรการทางปกครองมาใช้แทนการลงโทษทางอาญา กับผู้รับอนุญาตที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

(๖) ให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. มีอำนาจประกาศกำหนดพื้นที่เพื่อให้ สามารถผลิต เสพ หรือครอบครองยาเสพติดบางชนิด เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย หรือการลดอันตรายจากยาเสพติดได้ เพื่อเป็นการทดลองหรือทดสอบก่อนที่จะนำมาเสนอ เป็นนโยบายเพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

(๗) ให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. มีอำนาจออกประกาศกำหนดมาตรการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในสถานประกอบการ และกำหนดประเภทสถานประกอบการ ที่อยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าว

(๘) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจประกาศกำหนด ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ที่สามารถเสพเพื่อการรักษาโรคหรือเพื่อการศึกษาวิจัยได้ เพื่อผ่อนปรนการใช้ประโยชน์จากพืชเสพติดทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยอย่างมีคุณภาพ

(๙) ปรับปรุงองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ตรวจสอบทรัพย์สิน

(๑๐) ปรับปรุงการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินในกรณีที่ผู้ต้องหา หรือจำเลยหลบหนีหรือถึงแก่ความตาย เพื่อให้สามารถดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

(๑๑) ปรับปรุงการจัดตั้งกองทุนป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกองทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘

(๑๒) กำหนดบทสันนิษฐานการมีไว้ครอบครองเพื่อเสพในปริมาณ เล็กน้อยเพื่อให้สามารถสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาโดยไม่ถูกดำเนินคดี และไม่ถูกตีตรา กลับเข้าสู่สังคม และไม่กลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ

(๑๓) กำหนดให้มีคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟู สภาพทางสังคมแก่ผู้เสพยาเสพติด รวมถึงมีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นองค์กรด้านนโยบายและการกำกับดูแลกระบวนการและระบบ บำบัดรักษาผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(๑๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขกรณีผู้เสพสมัครใจเข้ารับ การบำบัดรักษาเพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผู้เสพหรือผู้ติดด้วยกระบวนการทางสาธารณสุข ตามหลักเกณฑ์ผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา

(๑๕) กำหนดหน้าที่และอำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการดูแลผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด ก่อนที่จะส่งไปยังศูนย์คัดกรอง เพื่อประเมินการติดยาเสพติดและส่งไปบำบัดฟื้นฟูยังสถานพยาบาลหรือสถานที่อื่น อย่างเหมาะสม

(๑๖) กำหนดให้มีศูนย์คัดกรองเพื่อทำหน้าที่ในการคัดกรองและประเมิน ความรุนแรงของการติดยาเสพติด รวมถึงส่งต่อผู้เข้ารับการบำบัดรักษาไปยังสถานบำบัดรักษา ที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการคัดกรองและส่งเข้าไปรับการบำบัดฟื้นฟู อย่างเหมาะสม

(๑๗) กำหนดหน้าที่และอำนาจของสถานพยาบาลและสถานฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้ทำหน้าที่ในการบำบัดฟื้นฟูได้อย่างมีคุณภาพ

(๑๘) กำหนดให้มีการฟื้นฟูสภาพทางสังคม การติดตามดูแล และช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด เพื่อช่วยเหลือดูแลและให้การสงเคราะห์แก่ผู้เข้ารับการบำบัด ฟื้นฟูและผู้ผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ กลับเข้าสู่สังคม และเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

(๑๙) ปรับปรุงบทกำหนดโทษยาเสพติดให้มีความเหมาะสม ได้สัดส่วน กับความร้ายแรงของการกระทำความผิด และสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการกำหนดโทษทางอาญา จะต้องใช้เฉพาะในกรณีความผิดร้ายแรง เพื่อความเหมาะสมกับความรุนแรงของการกระทำความผิดและเข้าสู่เรือนจำเพื่อกักขัง ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ลดความหนาแน่นของผู้ต้องขังในเรือนจำ ใช้มาตรการอื่นทดแทน ตามความเหมาะสม

(๒๐) ปรับปรุงการดำเนินการบังคับโทษปรับ ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับ ไม่ชำระค่าปรับ โดยให้ดำเนินการบังคับคดีไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้กระบวนการบังคับโทษปรับดำเนินการไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เหตุผล โดยที่กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามและควบคุมยาเสพติด รวมถึงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้กระจายอยู่ในกฎหมาย หลายฉบับ และการดำเนินการตามกฎหมายแต่ละฉบับเป็นหน้าที่และเป็นอำนาจของ หลายองค์กร ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งบทบัญญัติ ของกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติดบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน สมควรรวบรวม กฎหมายดังกล่าวจัดทำเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิง และใช้กฎหมายที่จะรวมอยู่ในฉบับเดียวกันอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ได้มีการปรับปรุง บทบัญญัติในกฎหมายดังกล่าวให้เหมาะสมกับสภาพการปัจจุบัน นอกจากนี้จำเป็น ต้องกำหนดให้มีระบบอนุญาตเพื่อให้ควบคุมและให้การใช้ประโยชน์ยาเสพติดในทาง การแพทย์ วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการป้องกัน การแพร่กระจายยาเสพติดและการใช้ยาเสพติดในทางที่ไม่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การเสพติด ยาเสพติด ซึ่งเป็นการบั่นทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่กระจาย เข้าสู่กลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งกำหนดให้มีระบบ คณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรที่มีความหลากหลายจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณากำหนดนโยบายในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ปราบปรามและควบคุมยาเสพติด รวมถึงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคม แก่ผู้ติดยาเสพติด ให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

๒. ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้

๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ยาเสพติด กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเจ้าพนักงาน และเพิ่มบทนิยามคำว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. กรรมการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อให้สอดคล้องกับร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด

๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยเพิ่ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับกระบวนการในการตรวจรับ การเก็บรักษา การทำลาย และการนำไปใช้ประโยชน์ซึ่งมียาเสพติดให้โทษ

๓. กำหนดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ส. เลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้มีอำนาจในการสืบสวนจับกุมผู้กระทำ ความผิด ยึดยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ รวมถึงทรัพย์สินเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นต้น

๔. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงตนของจำเลยต่อเจ้าพนักงานศาล ในขณะยื่นอุทธรณ์ ยื่นคำขออนุญาตฎีกาและยื่นฎีกา เพื่อให้จำเลยที่หลบหนีไม่สามารถ ยื่นอุทธรณ์หรือยื่นฎีกาได้

๕. ยกเลิกการบังคับโทษปรับ โดยนำไปบัญญัติไว้ในร่างประมวลกฎหมาย ยาเสพติด เนื่องจากเป็นบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสารบัญญัติ จึงให้นำไปรวมไว้ ในประมวลกฎหมายยาเสพติด

เหตุผล โดยที่มีการปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อจัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติด ทำให้ต้องมีการยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ในประมวลกฎหมายยาเสพติดนี้ได้กำหนดเฉพาะบทบัญญัติของกฎหมายสารบัญญัติเท่านั้น สำหรับบทบัญญัติของกฎหมายวิธีสบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด เลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติดที่ถูกยึดไว้ ตามกฎหมาย ซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น สมควรนำมารวม กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติดและปรับปรุงบทบัญญัติบางประการ ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพและสอดคล้อง กับประมวลกฎหมายยาเสพติด อีกทั้งกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงตนของจำเลย ต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ ยื่นคำขออนุญาตฎีกา และยื่นฎีกาให้สอดคล้องกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

ผมในนามของคณะรัฐมนตรีจึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา เพื่อให้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไป

ผมต้องกราบขออนุญาตท่านประธานในบางกรณีการอภิปรายอาจจำเป็นต้อง ใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ก็ขออนุญาตท่านประธานไว้ล่วงหน้า ขอกราบขอบพระคุณครับ