อนุศักดิ์ สนับสนุนกฎหมายยาเสพติด-ตรวจสอบทรัพย์สิน-การใช้สารการแพทย์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑ กันยายน ๒๕๖๓

อนุศักดิ์ คงมาลัย ชื่นชมรัฐบาลที่นำร่างกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นบทบาทของวุฒิสภาในการเร่งรัดและติดตามการดำเนินการ พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะมาตรา 68 ถึง 71 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบทรัพย์สินในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ได้รับผลกระทบ และเรียกร้องให้มีกรอบกฎหมายควบคุมสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่สมดุลระหว่างการใช้ทางการแพทย์ การป้องกันการลักลอบใช้ และการส่งเสริมงานวิจัย เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศและสากล

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มผู้ประกอบการกิจการขนาดกลาง และขนาดย่อม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐบาล ต้องขอขอบพระคุณในการนำ ร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... และร่างประมวลกฎหมาย ยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับนี้ มีประเด็นที่สำคัญ นั่นก็คือเป็นการดำเนินการตามหมวด ๑๖ ของการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะต้อง นำมาเสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๒๗๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุไว้ ว่านอกจากจะให้มีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภา ตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าที่และอำนาจในการติดตามเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเรื่องนี้ในอีกระยะหนึ่งเมื่อมีความคืบหน้าในการดำเนินการใด ๆ ก็คงจะสามารถติดตามได้ในการนำเสนอของแผนการปฏิรูปประเทศที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม วุฒิสภาในทุก ๆ ๓ เดือน ซึ่งของวุฒิสภาก็เพิ่งจะนำเสนอกันไปเมื่อวานนี้เอง

ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ต้องถือว่าเป็นต้นฉบับที่สำคัญ ของการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งนาน ๆ เราจะได้เห็นสักครั้งหนึ่งที่จะเป็นงานใหญ่ ๆ และงาน ที่สำคัญ ถึงแม้ว่ากฎหมายนี้จะมีการร่างไว้บางส่วนในยุค คสช. มาก็ตาม ในสภานิติบัญญัติ แห่งชาติแล้วก็มีการนำมาปรับปรุงใหม่เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาในยุคนี้ มีแนวโน้มที่จะได้เห็น ถึงความเห็นชอบร่วมกันทางด้านการสนับสนุนอันเนื่องมาจากการรวบรวมกฎหมาย ที่เคยออกซ้ำซ้อนกันมาตั้งหลายฉบับ จนกระทั่งทำให้เกิดความซับซ้อน เกิดความสับสน แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นมาในวงจรร้ายของประเทศ เพราะกฎหมายยิ่งออกมาก็ยิ่งไม่สามารถ แก้ปัญหาได้เลยในอดีต เนื่องจากว่าออกกันคนละยุคคนละสมัย และมีมิติทางด้านการจัดการ ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการปฏิรูปกฎหมายในครั้งนี้ถือเป็นอันหนึ่งที่สำคัญที่กระผม ขออนุญาตหยิบยกเอาประเด็นที่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ในหมวด ๒ ก็คือพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ระบุเอาไว้ตั้งแต่มาตรา ๖๘ เป็นต้นไป มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๑ ที่พูดถึงเรื่องของกระบวนการในการ ตรวจสอบกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินของผู้ต้องหารายใดเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่อง กับการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งมีรายละเอียดดังที่ระบุเอาไว้

ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศคงได้ติดตามการผ่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในขั้นนี้นะครับ ซึ่งจำนวนนั้นส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่มีมุมมองเรื่องของ ยาเสพติดไปในทางสร้างสรรค์ นั่นก็คือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่จะทำให้เกิดผลดี ต่อสุขภาพ ดังนั้นในหมวด ๒มาตรการตรวจสอบทรัพย์สินที่มีการดำเนินการมาในอดีต ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งของ ป.ป.ส. ของประเทศไทย ของรัฐบาลไทย ที่แม้แต่ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ยังได้นำไปใช้เป็นแนวทางที่จะดำเนินการออกกฎหมาย ผ่านรัฐสภาอาเซียน ซึ่งเป็นมาตรการร่วมกัน มีการปรึกษาหารือกัน แล้วก็ดำเนินการกัน ในลักษณะแบบนี้มาเป็นระยะเวลายาวนานทีเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่าในการตรวจสอบ ทรัพย์สินจะมีส่วนทำให้ผู้ที่เข้ามาอยู่ในข่ายของการค้ายาเสพติดหรือเข้าไปเกี่ยวข้องและทำ อาชญากรรมในระดับข้ามชาตินั้นมีความเข็ดหลาบ แต่ท่านประธานครับ เรายังได้พบว่า ในพื้นที่ ในชุมชน ในชนบท ในท้องถิ่นห่างไกล เราได้เห็นบุคคลที่สามารถจะเติบโตขึ้นมา ในทางเศรษฐกิจอย่างคลุมเครือ หาที่มาที่ไปของทรัพย์สินไม่ได้ และแน่นอนที่สุด พี่น้องประชาชนที่อยู่รอบข้างก็รู้ดีว่าเขาร่ำรวยขึ้นมาจากอะไร แต่ว่ากระบวนเหล่านี้ยังคงหลบซ่อนแล้วก็ยังแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ชนบทเหล่านั้นอย่างยืนยาว มาโดยตลอด ในขณะเดียวกันการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของการที่ไปลิดรอนสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญหรือเปล่า อันนี้กฎหมายได้วางเอาไว้ แล้วว่าไม่ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ เพราะเป็นมาตรการสำคัญที่จะส่งผลต่อ ประเทศชาติ ดังนั้นในการที่จะตรวจสอบทรัพย์สินโดยคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินก็ดี โดยเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตั้งแต่เลขาธิการ ป.ป.ส. รวมทั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทำอย่างไร จึงจะทำให้ท่านสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นธรรม กระผมจะฝากหลักการเอาไว้ ในลักษณะที่เชื่อมั่นได้ว่ารายละเอียดที่จะออกต่อไปหลังจากนี้จะทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นชนบทด้วย

ท่านประธานครับ กฎหมายนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารแถบสี ของความชั่วร้ายและความดีงาม ด้านหนึ่งเป็นความชั่วร้าย ด้านหนึ่งเป็นความดีงาม ด้านความดีงามคือเป็นสารวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ทำให้เกิดการบำบัดรักษา เกิดการเยียวยา สามารถช่วยเหลือให้ภาวะทางร่างกายของคนผู้นั้นได้รับการเยียวยา แม้กระทั่งมอร์ฟีน (Morphine) ซึ่งพวกเรารู้จักกันดีก็ยังได้ถูกนำไปใช้ในทางการแพทย์ มีการควบคุมเป็นอย่างดีโดยกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข ในด้านที่เป็นแถบสีของความ ชั่วร้ายนั้นก็คือการนำไปสู่ความเลวร้ายทางสังคม การนำไปสู่การเสพติด การนำไปสู่การที่ จะต้องออกมาตรการทางสังคมมาช่วยกันป้องกัน ซึ่งในวงจรนี้ต้องถือว่าเป็นวงจรร้าย แม้ว่า เราจะมีการออกกฎหมายใหม่นี้ออกไปแล้ว แต่เรายังเป็นสังคมเกษตรกรรมที่มีผู้คนรอที่จะใช้ สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่สังคมมีความเจริญก้าวหน้า มีการควบคุมบังคับใช้กฎหมายได้เป็นอย่างดี เขาสามารถที่จะบังคับใช้กฎหมายไม่ให้ใช้ สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทนั้นกับเยาวชนได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกันเมื่อประเทศ เราจะเปิดโอกาสให้มีการนำเอาสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเหล่านั้นมาใช้มากขึ้น ซึ่งถือเป็น ประโยชน์มากกว่า ทำอย่างไรจะใช้มาตรการนี้ในการที่จะเป็นมาตรการของกฎหมาย ในการควบคุม กำกับ ไม่ใช่เพียงแค่จะไปมองในด้านของการปราบปรามอาชญากรรม เพียงอย่างเดียว เพราะยิ่งปราบอาชญากรรม อาชญากรรมก็จะยิ่งหาทางเลี่ยง หาทางหลีก ให้ไปเกิดขึ้นในทางอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่จะเปลี่ยนจากการเสพยาบ้า กลับกลายมาเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งตรงนี้คงจะเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ๆ ทั้งในแง่ทางปกครองและทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะนำเอาไปพิจารณาเป็นมาตรการ ที่จะควบคู่ขนานกันไป ในด้านที่เป็นคุณความดีของสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมีผู้คนรออยู่ จำนวนมากที่จะใช้สารเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ การบำบัดรักษา แต่ผลของงานวิจัยในระดับโลกสามารถนำไปถึงเรื่องของการรักษา การป้องกัน หรือการลดความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งบางชนิด ซึ่งได้มีการพูดถึง ดังนั้นทำอย่างไรกฎหมายนี้จะไม่เป็นกฎหมายที่จะไประงับยับยั้งความเจริญก้าวหน้า ในการที่จะส่งเสริมวิทยาการและเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์ แผนไทยประยุกต์และการแพทย์ที่จะดัดแปลงนำเอาสมุนไพรไทยไปสกัดออกมาเป็นสารเคมี ที่จะเป็นประโยชน์ในทางการแพทย์ ซึ่งนั่นหมายถึงจะเป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ อย่างมหาศาล

กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานเป็นประเด็นสุดท้ายว่า จะทำอย่างไรที่จะให้กฎหมายฉบับนี้สามารถทำให้ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายยุติธรรม ฝ่ายปกครอง และที่สำคัญก็คือชุมชน ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลติดตามกัน อย่างทั่วถึง เพราะกระบวนการในการปฏิรูปประเทศเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนไม่ใช่การขอความร่วมมือจากประชาชน แต่เขาจะต้อง ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมปฏิบัติอย่างแท้จริง ดังนั้นไม่ว่าจะให้อำนาจเขามากน้อยแค่ไหน ให้บทบาทเขามากน้อยแค่ไหน เราได้เห็นแล้วในกระบวนการของการควบคุมดูแลเรื่อง การระบาดของโควิด (COVID) ในช่วงที่ผ่านมา แล้วเราจะได้เห็นว่าหลังจากนี้ไปกฎหมาย ๓ ฉบับนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์สังคม เศรษฐกิจของประเทศไทย โดยใช้ สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทั้งโลกครับ ขอบพระคุณครับ