วิรัช ตั้งข้อสังเกต ร่างปรับโครงสร้างรัฐ-ปัญหาเขตป่า-ที่ดินชุมชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

วิรัช พันธุมะผล ตั้งข้อสังเกตถึงร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยมองว่าขัดหลักการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการตั้งหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรีที่อาจกระทบประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติที่ไม่ชัดเจน เพื่อยอมรับสิทธิของชุมชนดั้งเดิมอย่างเป็นธรรม

นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานรัฐสภาว่าตามที่รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยอ้างว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตาม หมวด ๑๖ คือการปฏิรูปประเทศ โดยเสนอต่อที่ประชุมของรัฐสภานั้น ผมเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการเสนอตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ และเป็นส่วนราชการระดับกรมในสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นส่วนราชการที่อยู่ ในบังคับบัญชาโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนั้นตั้งขึ้นมาไม่ใช่กรณีเป็นการปฏิรูปตามมาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๕๘ ที่กำหนดให้การแบ่งส่วนราชการนั้นเป็นเรื่องการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงต้องเสนอเป็น ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๓๓ ที่บัญญัติว่าคณะรัฐมนตรีต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. นั้นเสร็จแล้วจึงเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป นี่เป็นเหตุผลประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมอยากเรียนท่านประธานว่าความเป็นจริงแล้วการตั้งสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นมีการตั้งบ่อย ๆ ในการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรมที่ผ่านมาแล้ว มีการย้ายกันไปย้ายกันมา เริ่มจัดตั้งในสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วค่อยย้ายไปที่กระทรวง ต่อมาก็ย้ายจากกระทรวงกลับมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพราะอะไร เพราะว่าการที่ตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติไปอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีหน่วยงานที่จะรองรับงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดังกล่าว เช่นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ความเป็นจริงแล้วงานที่สำคัญ ๆ แบ่งอยู่ ในกระทรวงต่าง ๆ ที่มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายแล้วว่าอยู่ใน ๑๑ กระทรวง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีมาก ท่านรัฐมนตรีอยู่ที่นี่ มีกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และยังมีในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในกระทรวงมหาดไทยมีกรมที่ดิน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ถ้าหน่วยงานนโยบายไปตั้งอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี เวลามีนโยบายให้ปฏิบัตินั้นต้องส่งไปที่ กระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้ปฏิบัติตามนโยบาย ทีนี้มีปัญหา เมื่อตอนผมรับราชการอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักนโยบายและแผน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติตั้งอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อสำนักนโยบายและแผน สิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้กำหนดนโยบายอะไรแล้วส่งไปให้หน่วยงานปฏิบัติ ปรากฏว่ารอแล้ว รออีกไม่ได้ผล นี่คือเหตุผลที่ ๒ ที่ว่าเมื่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่สำนักนายกรัฐมนตรีนั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจะทำงานได้มี ประสิทธิภาพหรือไม่ เป็นประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเหตุที่ดินต่าง ๆ ที่มีปัญหาเพราะว่าในพระราชบัญญัติ ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้บัญญัติไว้ว่า ป่า หมายความว่า ที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมาย ที่ดิน นี่เป็นปัญหา ที่ดินทั้งหลายของประชาชนในต่างจังหวัด ผมเคยลงไปแก้ไขปัญหาเรื่อง เขื่อนราษีไศล ปรากฏว่าชาวบ้านมาล้อมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไว้ โดยบอกว่า เขาเป็นเจ้าของที่ดินตั้งแต่ปู่ย่าตายายมาไม่ได้ออกโฉนดที่ดินเลย แต่อยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เป็นร้อย ๆ ปีมาแล้ว ทำไมไม่ชดเชยให้ นี่คือเหตุผลอีกอันหนึ่ง เพราะว่าชาวบ้านยากจน ประชาชนยากจน แม้แต่ในกรุงเทพฯ ถ้าดูให้ดีอาจจะพบว่ามีที่ดินที่ไม่มีโฉนดที่ดินก็ได้ และตามบ้านนอกไม่ใช่ที่ป่า ทุ่งนาของชาวบ้านบางทีก็ไม่มีโฉนด ก็เลยเข้าคำนิยามคำว่าป่า นี่คือเหตุผลที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ บอกไว้ว่า มาตรา ๖ เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนดให้ที่ดินใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ให้กำหนดโดยออกเป็น กฎกระทรวง ทีนี้ก่อนที่จะออกเป็นกฎกระทรวงเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ก็ต้องไปวัดเขต ไปเดินสำรวจ เปล่าครับ ท่านไม่ได้ออกอย่างที่คิดหรอกครับ ตอนผมเป็นอัยการจังหวัดราชบุรี อำเภอสวนผึ้ง ทั้งอำเภอ ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงเรียน ล้วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่รู้ท่าน ไปสำรวจได้อย่างไรมีปัญหาจนบัดนี้ ป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้สำรวจไว้ทั้งหลายมีปัญหา ตลอดครับ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ยังมีปัญหากฎหมาย มาตรา ๘ บอกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายเพื่อให้ประชาชนเห็นว่า เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ท่านเคยเห็นหลักเขต ที่บอกว่าเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติไหม เกือบไม่เห็นนะครับ นอกจากที่ทำการเขตป่าสงวน แห่งชาติที่มีป้ายใหญ่ ๆ เท่านั้น ทั่ว ๆ ไปท่านจะไม่เห็นเขต ทีนี้กลับมาที่เขตอุทยานแห่งชาติ ก็เหมือนกัน กฎหมายบอกว่าเมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขต ผมก็คล้าย ๆ กันนะครับ เพราะว่าต้องมีหลักเขต ป้าย แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีป้ายเลย ประชาชนเลยบุกรุกเขตป่า จริง ๆ ไม่ได้บุกรุกนะครับ อยู่ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย หมดเวลาแค่นี้ ขอบพระคุณครับ