ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับกระทรวง ทบวง กรม และการจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดน่าน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงขออนุญาตพูดต่อใน 7 วัน 7 คืน
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบคุณท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐสภา คงไม่ปฏิเสธที่จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม โดยเอาสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติไปไว้ในมาตรา ๗ ของ พ.ร.บ. เดิมคือ ปี ๒๕๔๕ เพิ่มเป็น (๑๖) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเป็นหน่วยราชการ มีฐานะเป็นกรมขึ้นตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่รับผิดชอบงานของคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติคือ คทช. ชุดนี้เป็นคณะกรรมการกำหนดนโยบาย เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่รองรับก็จะทำเฉพาะเรื่องนโยบายเท่านั้น ไม่มีผลต่อการปฏิบัติในการแก้ไข ปัญหาทั้งหมด ที่เพื่อนสมาชิกพูดมานี่ไม่ได้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเลย เป็นเชิงนโยบาย อันนี้เป็นข้อสังเกตอันที่ ๑ ในการทำกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินของบ้านเมืองเรา ขณะนี้ เอาหน่วยงานราชการมาเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับนโยบาย ถ้าจะเถียงผมว่า เป็นนโยบายที่ออกจากนโยบายที่ผ่านรัฐสภาแล้วแปลงมาเป็นนโยบายเพื่อนำสู่การปฏิบัติ ผมจะไม่เถียง แต่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คทช. ตามกฎหมาย พ.ร.บ. คทช. ปี ๒๕๖๒ สำนักงานนี้ถูกเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนั้นว่าต้องให้มีภายใน ๒ ปีหลังจาก กฎหมายประกาศใช้ ประกาศเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน มีผลบังคับใช้เดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ภายใน ๒ ปีจัดตั้งขึ้น หน้าที่และอำนาจของสำนักงานนี้ก็อนุมานได้ว่าเป็นไปตามมาตรา ๑๐ ๑๐ เรื่อง และมาตรา ๑๒ คือทบทวนเรื่องของนโยบายทุก ๕ ปี วางแนวร่างเอาไว้ว่าจะมีกอง ที่รับผิดชอบอยู่ทั้งหมด ๖ กอง ก็เขียนอำนาจหน้าที่ฉบับร่างไว้ ผมเองต้องขอบพระคุณสำนัก วิชาการของสภาผู้แทนราษฎรจัดทำไว้ดีมากในรายละเอียด ผมไม่มีเวลาลงรายละเอียด เพราะว่า ๓ นาทีเตรียมไว้เยอะ มีกอง ๖ กองแบ่งแยกอำนาจหน้าที่รองรับเชิงนโยบายเอาไว้ แต่ประเด็นที่ผมจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมการ คทช. นะครับ
ประเด็นที่ ๑ หน่วยที่จะรับไปปฏิบัติส่วนใหญ่เป็นรูปของคณะกรรมการ ปัญหาที่เกิดขึ้น แนวทางท่านวางไว้อย่างดียิ่ง แบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๒ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ เอ (1A) ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ บี (1B) ลุ่มน้ำชั้นที่ ๓ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๔ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๕ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๓ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๔ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๕ ขึ้นรถไฟขบวนที่ ๑ ขบวนที่ ๒ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๒ ขึ้นรถไฟขบวนที่ ๓ ขบวนรถไฟที่ ๔ มีหน่วยงานที่จะมาเกี่ยวข้องในเชิงนโยบาย ระดับใหญ่คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูเรื่องอาชีพ กระทรวงมหาดไทย ดูเรื่องจัดที่ดิน ธ.ก.ส. ดูเรื่องจัดหาที่ดิน ถามว่าขณะนี้จังหวัดน่านผมขอไป ๓๐๐,๐๐๐ ได้มา ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คือเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๓ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๔ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๕ ขึ้นรถไฟ ขบวนที่ ๑ ขบวนที่ ๒ ไปได้ แต่ฝากท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากให้รถไฟ ๔ ขบวนยุบเหลือ ๑ ขบวน แต่แบ่งเป็นตู้ที่ ๑ ตู้ที่ ๒ ตู้ที่ ๓ ตู้ที่ ๔ ขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันได้ครับ ไม่อย่างนั้น ขบวนที่ ๓ ขบวนที่ ๔ จะถูกทิ้งครับ มีมติ ครม. ออกมาเมื่อปี ๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ มาดูเรื่องขบวนที่ ๔ แต่ขณะนี้ไม่ก้าวหน้า เพราะอะไรครับ เพราะหน่วยปฏิบัติที่เป็น รูปของคณะกรรมการมีกฎหมายเฉพาะของแต่ละหน่วยงานมาเป็นอนุกรรมการระดับจังหวัด ขับเคลื่อนยากมากครับ ขับเคลื่อนไม่ได้จัดหาที่ดินได้ แต่จัดที่ดินไม่ได้ จัดเรื่องที่ทำกินก็ไม่ได้ อาชีพไม่ได้ อันนี้คือปัญหาครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของสำนักงานนี้ต้องไปปรับ ใน ๕ ปีที่ท่าน บอกว่าต้องปรับ ปรับได้แล้ว ไม่ต้องรอถึง ๕ ปี ไม่อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ลุ่ม น้ำชั้นที่ ๑ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๒ อย่างจังหวัดน่าน ๙๗ เปอร์เซ็นต์ไม่มีโอกาสพัฒนากับใคร ได้งบไปก็ต้องคืนเพราะเป็นพื้นที่เขตป่าอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้นผมหวังว่าเมื่อรัฐสภา อนุมัติให้มีสำนักงานรองรับการจัดการ คทช. ต้องมาทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ในภาวการณ์อย่างนี้ ผมไม่พูดถึง แต่ถ้าเป็นภาวะปกติฝ่ายนโยบายต้องเป็นผู้กำหนดนโยบาย ฝ่ายราชการ เอานโยบายไปปฏิบัติ อย่าล้ำเส้นกัน ฉะนั้นรอให้ถึงภาวะปกติ ท่านประธานครับ ในวาระที่ ๒ ผมขออนุญาตแปรญัตติทุกมาตราเพื่อจะได้พูด ๗ วัน ๗ คืน ขอบพระคุณครับ