เทพไท เสนพงศ์ สนับสนุนร่างปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงเพื่อแก้ปัญหาที่ดินเรื้อรัง โดยเสนอให้รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินไว้ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและต่อยอดโครงการโฉนดชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินรุกป่าและทุ่งสงวนอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของชุมชนแทนรัฐ และเร่งตรวจสอบข้อพิพาทป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด เพื่อรายงานผลต่อรัฐสภาตามมาตรา 10 (10)
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมสนับสนุนพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมีความรู้สึกที่อยากให้การจัดรูปแบบ การบริหารราชการแผ่นดินของเราเป็นหมวดหมู่สอดคล้องกับภารกิจ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่เอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินทั้งหมดมาอยู่ในส่วนเดียวกัน ซึ่งผมเคยมีความคิดนี้มา ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ยุค คสช. ที่สามารถใช้มาตรา ๔๔ ได้ ผมคาดหวังที่จะเห็นการแยกกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาออกไปเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม แล้วก็แยกกีฬา ออกไปต่างหาก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ก็รอคอยอยู่ วันนี้เมื่อรัฐบาลเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องเรียนกับท่านประธานว่าทุกคนคาดหวังที่จะทำให้ที่ดิน ประสบความสำเร็จตามแนวทางที่รัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ปัญหาที่ดิน เป็นปัญหาเรื้อรังและเป็นปัญหาที่หมักหมมมาเป็นเวลายาวนานมาก ถ้าท่านประธานจำได้ ทุกครั้งที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติแรก ๆ คือญัตติที่ดินครับ ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาปัญหาที่ดินคู่กับสภาเลย ผมเป็น ส.ส. มา ๒๐ ปีก็เห็นญัตตินี้ ๒. ญัตติหนี้สิน ของเกษตรกรหรือหนี้สินแห่งชาติ นี่ก็คู่กับสภาเลย ๓. ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขุดคอคอดกระ หรือปัจจุบันก็คือคลองไทย ก็คู่กับสภาแห่งนี้เหมือนกัน ๓ ญัตตินี้ วันนี้ ผมคิดว่าเมื่อรัฐบาลเสนอให้ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็นำเอากองแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐ แล้วก็กองบริหารจัดการที่ดิน ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการ คทช. ด้วย ผมเห็นด้วยเลย ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าผมคาดหวังกับคณะกรรมการชุดนี้มากเลยว่าสามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่ดิน ให้กับพี่น้องคนไทยทั่วประเทศได้ เพราะถ้าดูจากพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ ถ้าดูบุคลากรที่มาเกี่ยวข้องกับภารกิจนี้ตามมาตรา ๔ เห็นได้ชัดเลยว่าบุคคลที่เป็น กรรมการมีตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และคณะกรรมการที่เป็น โดยตำแหน่งเยอะมากเลย เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับที่ดินโดยเฉพาะ ถ้าหากได้มีการบูรณาการ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ ผมคิดว่าปัญหาที่ดินก็คงจะเบาบางลงไป ผมคาดหวังว่าอายุของพระราชบัญญัติฉบับนี้เพิ่งใช้มาเมื่อปี ๒๕๖๒ ปีกว่า ๆ แต่ผมก็รอคอย ว่าหลังจากนี้ผลงานของคณะกรรมการชุดนี้จะแก้ปัญหาของพี่น้องได้หรือไม่
นอกจากที่เสนอเข้ามา ๒ กองนี้แล้วผมยังสนับสนุนข้อเสนอของคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าน่าที่จะหาหรือว่าจัดโอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเข้า มาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ที่คุณสาทิตย์ยกตัวอย่างก็คือธนาคารที่ดิน ผมคิดว่า ถ้าหากดูภารกิจแล้วก็อาจจะต้องเพิ่มพวกกองรังวัด กองที่ดิน กองแผนที่ เพื่อที่จะให้ ครอบคลุมหรือว่าครบกับภารกิจของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือ คทช. นี้ ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงมี คทช. ระดับจังหวัด อันนี้ผมคิดว่าสามารถที่จะนำไปแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนในระดับจังหวัดได้เป็นอย่างดี ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปพื้นที่ตำบลเขาพระทองของกำนันสุชาติ มีเสน พบปัญหาที่ดิน เป็นที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ๕๐๐ ไร่ ชาวบ้านอยู่กันมาหลายชั่วอายุคน มีอยู่ ๗๐-๘๐ ครัวเรือน อยู่ติดกับถนนสายเอเชีย แต่ว่าไม่สามารถที่จะมีเอกสารสิทธิได้ หรือไม่สามารถที่จะไปขอใช้ ไฟฟ้าในบ้านที่สร้างใหม่ได้ ไปขอที่อำเภอก็ไม่อนุญาตให้ กรรมสิทธิ์ไม่มีครับ ผมต้องเรียน กับท่านประธานว่าผมอยากเห็นคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินี้ได้ต่อยอดโครงการ โฉนดชุมชนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำไว้ ในขณะนี้กำลังมีการดำเนินการอยู่ แต่ว่าก็ยังไม่ถึงที่สุด นั่นก็คือว่าเจตนารมณ์ของการออกโฉนดชุมชนก็คือเราต้องการให้กรรมสิทธิ์เป็นของชุมชน เป็นของคนในชุมชนนั้น ๆ ไม่ใช่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าคณะกรรมการชุดนี้ได้หยิบยกเรื่องนโยบายโฉนดชุมชนขึ้นมาต่อยอดทำให้ ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาได้เยอะมากทีเดียวสำหรับปัญหาที่ดินที่กำลัง คาราคาซังโดยการบุกรุกของพี่น้องประชาชนในที่ดินของรัฐ
อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะให้คณะกรรมการชุดนี้ได้ไปดูก็คือกรณีป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด ของกำนันธรรมนูญ คงจันทร์ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ทราบดี ท่านก็เคยไปที่ป่าพรุควนเคร็ง เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน แล้วก็ไม่รู้ว่าราชการบุกรุกชาวบ้านหรือชาวบ้านบุกรุกราชการ เพราะฉะนั้นผมก็ฝากคณะกรรมการชุดนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าแม้ว่าเวลาการทำงาน ของคณะกรรมการชุดนี้น้อยอยู่ แต่ยังมีเวลาต้องทำงานอีกระยะหนึ่ง แล้วผมคิดว่าพวกผม จะต้องติดตามการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ เพราะในมาตรา ๑๐ (๑๐) เขียนชัดเจนว่า คณะกรรมการชุดนี้จะรายงานผลการปฏิบัติงานต่อรัฐสภา ซึ่งวันนั้นผมก็จะได้ทำหน้าที่ซักถาม แล้วก็ตรวจสอบต่อไปครับ ขอบคุณครับ