นิรมิต ชี้ปัญหาทับซ้อนที่ดินเกษตรกร ขอรัฐแยกเขตจัดการเป็นธรรม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

นิรมิต สุจารี แสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พร้อมตั้งข้อสังเกตและข้อกังวลเกี่ยวกับการประกาศเขตที่ดินทับซ้อน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียที่ดินทำกิน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแยกเขตหมู่บ้านออกจากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเพื่อให้ประชาชนออกโฉนดได้ พร้อมเสนอให้มีการทบทวนนิยามคำว่า "เกษตรกร" และ "ป่า" ในกฎหมายที่ดินและป่าไม้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดิน และเสนอการรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายฉบับเดียวเพื่อจัดการที่ดินแบบบูรณาการ รวมถึงการรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดินของเกษตรกรโดยไม่ต้องเช่าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้น ผมมีความคาดหวังต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลายประการด้วยกัน

ประการแรก ปัญหาเรื่องการจัดที่ดินให้แก่ประชาชนหรือเกษตรกรนั้น ผมขอชื่นชมที่มีหน่วยงานขึ้นมาเพื่อที่จะรับผิดชอบ แต่ผมยังมีความคาดหวังว่าการแก้ไข ปัญหาโดยดูจากหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประกอบกับท่านรัฐมนตรีได้อภิปราย สนับสนุนแล้ว ผมยังไม่เชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาในเรื่องการบุกรุกที่ดิน หรือคำว่าบุกรุกที่ดิน จะหมดไปจากข้อกล่าวหาที่รัฐมีต่อชาวบ้านหรือเกษตรกร ปัญหาเรื่องแนวเขต การประกาศ เขตแดนของรัฐ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายไปได้บอกครับว่าการประกาศเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ประกาศเขตตามพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประกาศตามพระราชกฤษฎีกา ส.ป.ก. ยกตัวอย่าง จังหวัดภาคอีสานอย่างจังหวัดร้อยเอ็ด การประกาศเขตป่าไม้ได้ประกาศ ครอบไปทั้งอำเภอ พอประกาศป่าเสื่อมโทรมโดยใช้พระราชกฤษฎีกา ส.ป.ก. ๔-๐๑ พ.ศ. ๒๕๓๖ ปรากฏว่าท่านประกาศเขตโดยไม่ได้กันเขตหมู่บ้าน ไม่ได้กันเขตที่ดินทำกิน ของชาวบ้าน ท่านประกาศครอบไปหมดเลย ถือรวมว่าเป็นเขตป่าเสื่อมโทรมทั้งหมด ปัญหาที่ตามมาก็คือว่าหมู่บ้านหลาย ๆ หมู่บ้านที่เขาตั้งมาก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกา ท่านไม่ได้กันออกเลย ที่ดินของชาวบ้านเมื่อประกาศประมวลกฎหมายที่ดินเขาไปแจ้ง โดยเจตนา แจ้งนี่บางทีเขาไม่เข้าใจ ไปแจ้งการครอบครอง ส.ค. ๑ มีที่ดินอยู่ ๕๐ ไร่ ไปแจ้ง ๑๐ ไร่ ที่เหลืออีก ๔๐ ไร่รัฐถือว่าเป็นที่ดินป่าเสื่อมโทรม แล้วก็ไปออก ส.ป.ก. ให้เขา วันนี้ ผมอยากจะเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าเมื่อมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติขึ้นมาแล้วน่าจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน โดยกันเขตที่ประกาศ พระราชกฤษฎีกา ส.ป.ก. หลังจากที่ชาวบ้านเขาครอบครองที่ดินมาก่อน ต้องกันออกครับ แล้วก็คืนที่ดินเหล่านี้ให้ชาวบ้านให้เขาไปออกโฉนดที่ดินได้

ประการที่ ๒ ก็คือว่าการประกาศพระราชกฤษฎีกาและมติคณะรัฐมนตรี วันนี้ที่ท่านเสนอเข้ามาคือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผมคิดว่า ยังไม่ครอบคลุมในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่ชาวบ้าน ในกรณีคำว่าบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ จะครอบคลุมถึงไหมครับ ที่สาธารณประโยชน์จะครอบคลุมถึงหรือไม่ ผมคิดว่าที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่สาธารณประโยชน์ เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะฉะนั้นการที่ท่านไม่ได้กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดที่ดินตรงนี้ ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านยังไม่ได้รับ การแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำในที่ดินก็ยังจะเกิดขึ้น เพราะวันนี้ปัญหาที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่ชาวบ้านเข้าไปอยู่เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำกิน ไม่มีสภาพเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ หมดสภาพแล้ว ท่านจะแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎหมายอะไร ตรงนี้ผมอยากจะเรียนถาม

นอกจากเรื่องของการประกาศพระราชกฤษฎีกาแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ พระราชบัญญัติ ส.ป.ก. ต้องเปลี่ยนนิยามใหม่แล้วครับ นิยามคำว่าเกษตรกร ผมอยากจะ เรียนถาม ส.ป.ก. ที่บอกว่า ส.ป.ก. ตกทอดกันไม่ได้ ต้องเป็นเกษตรกร ต้องเป็นลูกหลาน เกษตรกร แต่พอลูกหลานเขาเป็นข้าราชการขึ้นมา ความหมายของคำว่าเกษตรกรหายไป เลยครับ ผมอยากจะเสนอต่อท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณานิยาม ของคำว่าเกษตรกร ตามพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. จะใช้คำว่าอย่างไร นอกจากนั้นนิยามคำว่า ป่าของพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. ด้วย มีปัญหาไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ถ้าจะแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านกัน จริง ๆ แล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะรวมถึงกรมที่ดินด้วย ควรที่จะยกกรมที่ดินเข้ามาอยู่ ในการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติด้วยจึงจะครอบคลุม การแก้ไข ปัญหาที่ดินวันนี้ถ้าดูจากที่ปรากฏอยู่ตามกฎหมายแล้วจะเห็นว่ากระทรวงที่มีหน้าที่ รับผิดชอบมีถึง ๘ กระทรวง ๑๙ กรม เพราะฉะนั้นการจัดการที่ดินผมอยากจะเสนอต่อ ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าให้เอากระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศเขตที่ดิน เขตป่ามารวมกัน แล้วก็ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินฉบับเดียวกัน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่ ชาวบ้านไปในทิศทางเดียวกัน แล้วคำว่าบุกรุกที่ดินก็อยากจะให้แก้ไขปัญหาโดยให้ชาวบ้าน ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยไม่ให้มีการเช่า หลายคนเสนอว่าต่อไปนี้การจัดที่ดินต้องให้เกษตรกร เช่าที่ดินไร่ละเท่านั้นเท่านี้บาท ผมคิดว่าสิ่งนี้น่าจะไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย คนไทยทุกคนที่เกิด บนผืนแผ่นดินไทยจะให้เขาไปเช่าที่ดินทำกิน จะให้เขาไปเช่าที่อยู่อาศัย ผมคิดว่าไม่ใช่คนไทย แล้วครับ วันนี้คนไทยทุกคนต้องมีความเสมอภาคในการที่จะถือครองที่ดินเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำกินของเขาเท่าเทียมกันหมดทุกคน ขอกราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ